คุณแม่ท่านหนึ่งได้ออกมาโพสต์แชร์อุทาหรณ์เตือนใจกรณี ลูกจมูกเน่า ทรมานอยู่นานเกือบ 4 เดือนเต็มๆ พาลูกตระเวนหาหมอรักษาหลายแห่งก็ไม่หายขาด กว่าจะเจอสาเหตุที่แท้จริงว่ามีสิ่งแปลกปลอมอุดตันอยู่ข้างใน! (เรื่องนี้ยาวนิดนึงนะคะแม่ๆ คุณแม่เล่าไว้อย่างละเอียด เพื่อเป็นประโยชน์แก่แม่ๆ ทุกท่านได้ระวังลูกหลานให้มากยิ่งขึ้นค่ะ)
เริ่มจากปลายเดือนกุมภาพันธ์ ลูกเริ่มมีอาการเป็นหวัดทั่วไป คุณแม่ก็พาไปพบแพทย์และรับยาทานตามอาการธรรมดา ซึ่งดูเหมือนจะหายดีแต่สักพักก็กลับมาเป็นอีก โดยมีอาการเพียงแค่น้ำมูกไหลอย่างเดียว คุณแม่จึงคิดว่าเป็นเรื่องปกติจากการไปโรงเรียนที่เด็กๆ มักจะติดหวัดกันไปมา จึงไม่ได้เอะใจอะไรมากนัก
จากหวัดเรื้อรัง สู่กลิ่นเหม็นรุนแรงที่ผิดปกติ
จนเข้าสู่เดือนมีนาคม ลูกเริ่มมีกลิ่นเหม็นโชยออกมาจากรูจมูก โดยมีน้ำมูกข้นเหนียวสีเขียวไหลออกมาจากรูจมูกด้านขวาเพียงข้างเดียวเท่านั้น ในตอนแรกคุณแม่สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากพฤติกรรมของลูกที่ชอบดูดนิ้วมือและเอานิ้วไปเขี่ยจมูกเล่นในเวลานอนหลับ เชื้อโรคจึงเข้าสู่โพรงจมูกจนส่งกลิ่นเหม็น คุณแม่จึงเริ่มฝึกให้ลูกเลิกดูดนิ้วอย่างจริงจัง ผ่านไป 1 สัปดาห์ลูกน้อยเลิกดูดนิ้วได้สำเร็จ แต่อาการกลับไม่ได้ดีขึ้นตามที่คาดไว้เลย
ลูกเริ่มมีเลือดออก น้ำมูกเขียวสลับใสไหลทั้งวัน จมูกเหม็นมากๆ มันเริ่มมีผลต่อการใช้ชีวิตของเค้า เพราะเเค่นั่งใกล้ๆก็จะได้กลิ่นจมูกเเล้ว คุณแม่เริ่มตระหนักแล้วว่านี่ไม่ใช่โรคหวัดธรรมดา และไม่เกี่ยวกับการดูดนิ้วแน่นอน เมื่อลองสืบค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตก็พบว่า อาการที่ลูกเป็นอาจเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก คือ มีสิ่งแปลกปลอมค้างในจมูก หรือไม่ก็เป็นโรคไซนัสอักเสบ
บทความที่เกี่ยวข้อง: ระวัง!!ลูกมีน้ำมูกเขียวเหม็น อาจเป็นเพราะมีสิ่งแปลกปลอมในจมูก!!
พาไปหาหมอหลายที่ ก็ยังไม่หาย
คุณแม่เริ่มพาลูกรักษาจากคลินิครักษาภูมิเเพ้เเละไซนัสใกล้บ้านหมอส่องดูในจมูกบอกอาจเกิดจากภูมิเเพ้หรือหวัดทั่วไปให้ยามาพ่นเเละกิน ใช้ยาอยู่อาทิตย์กว่าก็ไม่ดีขึ้น
ไปรักษาที่ 2 พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลเฉพาะทางของเอกชน คุณแม่เล่าอาการให้ฟังทั้งหมด คุณหมอตั้งข้อสงสัยว่าเด็กอาจจะแอบเอาสิ่งแปลกปลอมยัดใส่จมูก จึงทำการส่องตรวจดู แต่เนื่องจากในจมูกมีน้ำมูกอุดตันอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้มองไม่เห็นสิ่งใดค้างอยู่ หมอพยายามจะดูดน้ำมูกออกแต่ลูกงอแง คุณหมอจึงไม่ดูด และส่งตัวไปเอกซเรย์แทน ผลเอกซเรย์พบว่ามี “หนองสะสมอยู่ในโพรงไซนัส” ลูกจึงถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคไซนัสอักเสบ
ในครั้งนี้ ได้ยาฆ่าเชื้อ และยาแก้แพ้กินอยู่1เดือนเต็มๆ ระหว่างทานยา อาการดูเหมือนจะดีขึ้น กลิ่นเหม็นหายไป น้ำมูกลดลงและเปลี่ยนเป็นสีใส คุณหมอเอกซเรย์ซ้ำแล้วบอกว่าหนองลดลงจนเกือบหายดีแล้ว จึงให้หยุดยา แต่พอลูกหยุดยาได้ไม่นาน อาการ ลูกจมูกเน่า กลิ่นเหม็นและน้ำมูกเขียวก็กลับมาทันที เเละเวลากลางคืนตอนนอนดูลูกจะหลับไม่ค่อยสนิท
จนมาถึงโรงพยาบาลสุดท้าย คุณแม่ตัดสินใจพาลูกไปโรงพยาบาลรัฐตามสิทธิ์การรักษา ก็เจอหมอเด็กการรักษาเหมือนเดิมคือให้ยาฆ่าเชื้อเเละยาเเก้เเพ้มากิน 2 อาทิตย์รแต่อาการก็เหมือนเดิมคือ ดีขึ้นเฉพาะตอนกินยา พอจัดยาหมดก็กลับมาป่วยซ้ำ คุณหมอเด็กจึงประเมินว่าการรักษาด้วยยาอาจไม่ได้ผลแล้วเนื่องจากทานยาปฏิชีวนะติดต่อกันนานเกินไป จึงตัดสินใจส่งตัวต่อไปยัง “หมอเฉพาะทางหู คอ จมูก (ENT)
พอดูดน้ำมูกออก ความจริงที่ซ่อนอยู่เกือบ 4 เดือนจึงปรากฏ
เมื่อได้พบกับหมอเฉพาะทางหู คอ จมูก คุณหมอส่องดูเห็นว่าน้ำมูกเยอะเลยทำการดูดน้ำมูกที่ข้นเหนียวออกจนหมดเพื่อเปิดทางให้เห็นภายในโพรงจมูกได้อย่างชัดเจน และทันทีที่น้ำมูกถูกดูดออกไป สิ่งที่ทำให้คุณแม่ถึงกับช็อก! คือหมอเจอสิ่งเเปลกปลอมในจมูกลูก นั้นก็คือ “ใยสังเคราะห์” ชิ้นหนึ่งที่อุดค้างอยู่ข้างใน!
คุณหมอเฉลยให้ฟังว่า สาเหตุที่กินยาฆ่าเชื้อเท่าไหร่ก็ไม่หายขาด และทำให้ ลูกจมูกเน่า เรื้อรังมานานร่วม 4 เดือน ก็เพราะมีสิ่งแปลกปลอมชิ้นนี้คาอยู่ในรูจมูกจนเกิดการอักเสบและติดเชื้อเป็นหนอง ส่วนเหตุผลที่โรงพยาบาลก่อนหน้านี้ส่องตรวจแล้วไม่เจอ เป็นเพราะน้ำมูกมันเยอะมันบังอยู่ ต้องดูดน้ำมูกออกก่อน ถึงจะมองเห็นสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ลึกข้างในชัดขึ้น

มีลูกวัยซนต้องระวังให้ดี!
เมื่อกลับมาถึงบ้าน คุณแม่จึงถามลูกว่า เคยเอาอะไรยัดใส่จมูกไหม? ซึ่งแม่คิดว่าลูกอาจจะเเอบเอาสำลีที่บ้าน หรือ อาจมีหมอน ไม่ก็ตุ๊กตาในบ้านขาดเเล้วลูกเเอบเอายัดเข้าไป ถามไปถามมาลูกก็ยอมรับ ว่าเล่นที่โรงเรียนโดยการเอานุ่นในหมอนที่นอนที่มันหลุดออกมายัดใส่ไปในจมูก!
ได้ยินปุ๊บ คุณแม่เกือบช็อคเเละคิดว่าลูกคงพูดความจริง เพราะหมอนที่นอนของลูกที่ใช้ที่โรงเรียนนั้นเป็นแบบเย็บติดกัน แม้จะมีซิปปิดอีกชั้น แต่ตรงตะเข็บด้านในมีรอยขาดเล็กน้อยจนนุ่นหลุดออกมาได้ ไม่คาดคิดเลยว่าความซนของเด็กจะสามารถเปิดซิปแล้วหยิบใยสังเคราะห์มายัดใส่จมูกตัวเอง
สุดท้ายคุณแม่ฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ เตือนเเม่ๆ ที่มีลูกเล็กหรือวัยกำลังซนให้สังเกตุอาการป่วยหรืออาการผิดปกติในร่างกายลูกดีๆ เพราะจากตอนเเรกคิดว่าเป็นหวัดธรรมดา จนปล่อยให้ลูกจมูกเน่า อยู่เกือบ 4 เดือน
คุณแม่ยังได้เสริมอีกว่า เรื่องการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ คุณแม่ล้างให้น้องอยู่เเล้วเป็นประจำ เเต่มันไม่ออกมา คิดว่าน่าจะเข้าไปลึกมากๆ ค่ะ
ทางทีมงาน theAsianparent Thailand ต้องขอขอบพระคุณเรื่องราวอุทาหรณ์จากคุณแม่เป็นอย่างสูงที่ร่วมแชร์ประสบการณ์ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้คุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ ได้ตระหนักและระมัดระวัง พึงสังเกตอาการทางร่างกายของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ลูกจมูกเน่า หรือติดเชื้อรุนแรงจนสายเกินแก้ค่ะ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
อุทาหรณ์! เด็ก 2 ขวบ กลืนสารเคมี จากการทดลองวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนพี่ชาย จนวิกฤต
เตือนภัย! เด็ก 7 ขวบ เกือบไม่รอด ปลอกปากกาหลุดลงคอ อุดกั้นทางเดินหายใจ
ทำไม ลูกเลือดกำเดาไหลบ่อย สัญญาณเตือนอะไร? วิธีดูแลและป้องกัน
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!