ลูกน้ำมูกไหลหลังว่ายน้ำ เกิดจากอะไร? ป้องกันยังไงไม่ให้ลูกป่วย?

“ทำไมลูกว่ายน้ำทีไร กลับมาน้ำมูกไหลทุกที?” ลูกน้ำมูกไหลหลังว่ายน้ำ สาเหตุเกิดจากอะไร ป้องกันได้หรือไม่ แนวทางที่แม่ควรรู้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

“ทำไมลูกว่ายน้ำทีไร กลับมาน้ำมูกไหลทุกที?” ลูกน้ำมูกไหลหลังว่ายน้ำ เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในเด็ก สาเหตุเกิดจากอะไร ป้องกันได้หรือไม่ เรามีแนวทางที่คุณแม่ควรรู้มาฝาก

 

ทำไม ลูกน้ำมูกไหลหลังว่ายน้ำ เป็นประจำ?

1. อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง

เด็กเล็กมักมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ โดยเฉพาะเมื่อร่างกายร้อนอยู่แล้วกระโดดลงน้ำเย็นทันที หรือว่ายน้ำในสระที่มีอุณหภูมิต่ำ เมื่อขึ้นจากสระไปเจอลมแรงหรือห้องแอร์ อุณหภูมิในโพรงจมูกเปลี่ยนทันที ร่างกายจึงตอบสนองด้วยการหลั่งน้ำมูกเพื่อรักษาอุณหภูมิภายใน

2. คลอรีนในสระทำให้จมูกระคายเคือง

ถึงแม้คลอรีนจะเป็นสารฆ่าเชื้อที่ใช้ในสระว่ายน้ำทั่วไป แต่สำหรับเด็กบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีจมูกไวหรือเป็นภูมิแพ้ คลอรีนอาจทำให้เยื่อบุโพรงจมูกระคายเคืองจนหลั่งน้ำมูกออกมา แม้จะไม่มีการติดเชื้อก็ตาม

3. น้ำในสระไม่สะอาดพอ

หากสระว่ายน้ำไม่มีการบำรุงรักษาที่ดีพอ หรือมีเด็กคนอื่นเป็นหวัด น้ำในสระอาจปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น ไวรัสหรือแบคทีเรีย ซึ่งเข้าสู่จมูกหรือลำคอของลูกได้ง่าย โดยเฉพาะในเด็กที่ชอบกลืนน้ำหรือดำน้ำบ่อย ๆ

4. ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังไม่สมบูรณ์

เด็กเล็กยังมีภูมิคุ้มกันที่พัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียได้ง่ายกว่า แม้จะได้รับเชื้อในปริมาณน้อยก็ตาม บางครั้งการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว เช่น จากบ้าน ลงสระ แล้วขึ้นจากสระไปห้องแอร์ ก็ทำให้ร่างกายรับมือไม่ทัน

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

อาการแบบไหน “ปกติ” อาการแบบไหน “ควรพบแพทย์”?

หากคุณแม่สังเกตว่า “ลูกน้ำมูกไหลหลังว่ายน้ำ” ควรประเมินอาการดังนี้

อาการที่ไม่ต้องกังวลมาก

  • น้ำมูกใส ไม่มีไข้
  • มีน้ำมูกเล็กน้อยตอนกลางคืน
  • ไม่มีไอหรือมีไอน้อย
  • หายเองภายใน 1-3 วัน

อาการที่ควรพบแพทย์

  • น้ำมูกเขียวหรือเหลืองข้น
  • ไอมีเสมหะ หรือมีเสียงในลำคอ
  • มีไข้ร่วมด้วย
  • หายใจแรง หรือมีเสียงหายใจครืดคราด
  • เด็กซึม เบื่ออาหาร ไม่ร่าเริง
  • มีประวัติเป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด

กรณีนี้อาจเป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไซนัสอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบ ซึ่งต้องให้คุณหมอประเมินและรักษาโดยเร็วค่ะ

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

6 วิธีป้องกันไม่ให้ ลูกน้ำมูกไหลหลังว่ายน้ำ

1. เช็คความพร้อมก่อนให้ลูกลงน้ำ

  • หากลูกเพิ่งหายป่วย ยังมีน้ำมูก ไอ หรือร่างกายอ่อนเพลีย ควรงดว่ายน้ำ
  • ไม่ควรฝืนว่ายน้ำหากอากาศเย็นจัด หรือมีฝนตก

2. เลือกเวลาว่ายน้ำที่เหมาะสม

  • ช่วงสาย (9:00–10:30) หรือบ่ายแก่ (หลัง 16:00) เหมาะกับเด็ก
  • หลีกเลี่ยงช่วงแดดจัดหรืออากาศเย็นมาก

3. ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือหลังว่ายน้ำ

  • ใช้น้ำเกลือสะอาดล้างโพรงจมูกให้ลูก
  • ช่วยขจัดสิ่งตกค้าง คลอรีน และเชื้อโรคที่อาจเข้าสู่จมูก
  • ลดโอกาสติดเชื้อและอักเสบ

4. เป่าผมให้แห้งทันที

  • ไม่ควรปล่อยให้ผมเปียกนาน โดยเฉพาะบริเวณท้ายทอย
  • ใช้ผ้าขนหนูซับก่อน แล้วเป่าด้วยลมอุ่นไม่แรงเกินไป

5. ดื่มน้ำอุ่นทันทีหลังขึ้นจากสระ

  • ช่วยให้ร่างกายปรับอุณหภูมิ
  • ช่วยล้างเชื้อโรคในช่องปากและลำคอ

6. พกเสื้อกันลม และผ้าเช็ดตัวคลุมลูกไว้เสมอ

  • ขณะเดินไป-กลับจากสระ หลีกเลี่ยงการสัมผัสลมเย็นหรือแอร์โดยตรง
  • โดยเฉพาะเด็กเล็กที่เส้นเลือดฝอยยังไวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ

 

เด็กกลุ่มเสี่ยง “น้ำมูกไหลหลังว่ายน้ำ” มากกว่าปกติ?

  • เด็กที่เป็นภูมิแพ้ (แพ้ไรฝุ่น, แพ้อากาศ ฯลฯ)
  • เด็กที่มีโพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง
  • เด็กที่มีประวัติเคยเป็นหอบหืด
  • เด็กที่ดำน้ำหรือว่ายน้ำเกิน 30 นาที
  • เด็กที่เคยแพ้คลอรีน

หากลูกอยู่ในกลุ่มนี้ ควรระวังเป็นพิเศษ และควรเลือก “สระน้ำเกลือ” แทน “สระคลอรีน” ซึ่งอ่อนโยนต่อผิวและจมูกมากกว่า

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

คำถามที่พบบ่อยจากคุณแม่

Q: ถ้าลูกน้ำมูกไหลนิดหน่อย พาไปว่ายน้ำได้ไหม?

A: ได้ในกรณีที่ลูกไม่มีไข้ ไม่ไอ และยังร่าเริงดี แต่ควรใช้เวลาในน้ำไม่นาน และดูแลหลังว่ายอย่างใกล้ชิด

 

Q: ล้างจมูกให้ลูกทุกครั้งหลังว่ายน้ำเลยไหม?

A: แนะนำให้ล้างทุกครั้ง โดยเฉพาะหากสังเกตว่าลูกเริ่มมีน้ำมูกหรือไอนิด ๆ เพื่อป้องกันการอักเสบ

 

Q: ว่ายน้ำทำให้ลูกป่วยง่ายจริงไหม?

A: ถ้าว่ายน้ำในสระที่สะอาด และดูแลหลังว่ายดี จะไม่ทำให้ป่วยง่ายค่ะ ตรงกันข้าม เด็กที่ว่ายน้ำเป็นประจำจะมีปอดแข็งแรงและพัฒนาการกล้ามเนื้อดีขึ้นด้วย

การว่ายน้ำเป็นกิจกรรมที่ดีต่อพัฒนาการของลูก ทั้งร่างกาย สมอง และความมั่นใจ แต่ต้องดูแลให้ดี เพื่อป้องกัน “ลูกน้ำมูกไหลหลังว่ายน้ำ” เพราะเด็กแต่ละคนไวต่อสิ่งกระตุ้นไม่เท่ากัน หากรู้สึกว่าลูกมีแนวโน้มป่วยหลังว่ายน้ำบ่อย ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินว่าเกิดจากสาเหตุใด และหาทางแก้ไขที่ตรงจุดค่ะ

 

หากทำทุกอย่างแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น…อาจถึงเวลาที่ต้อง “เปลี่ยนกีฬา”?

หากคุณแม่ทำทุกอย่างแล้ว ล้างจมูกก็แล้ว เป่าผมก็ไว ดูแลสุดตัว แต่ลูกยังน้ำมูกไหลทุกครั้งหลังว่ายน้ำ แถมหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนรบกวนชีวิตประจำวัน เรียนไม่ไหว พักบ่อย ต้องกินยาบ่อย

ถ้าเป็นแบบนี้ อาจต้องเริ่มพิจารณา “เปลี่ยนชนิดของกีฬา” ที่ลูกเล่นค่ะ ลองชวนคุยแบบใจเย็น ถาม“ความรู้สึกของลูก”ตรง ๆ ว่า…

  • หนูยังสนุกกับว่ายน้ำอยู่ไหม?
  • หนูเบื่อไหมที่ต้องป่วยบ่อย ๆ?
  • ถ้ามีโอกาสลองกีฬาใหม่ ๆ อย่างเทควันโด ยิมนาสติก หรือเต้น หนูสนใจไหม?

บางครั้งเด็กอาจไม่กล้าบอกแม่ตรง ๆ ว่าเค้าท้อ หรือกลัวแม่จะเสียใจ  แต่ถ้าเปิดใจคุยกันดี ๆ ลูกก็จะรู้สึกสบายใจ และกล้าบอกความรู้สึกจริง ๆ กับเรา

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

การเปลี่ยนกีฬาไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือการปรับเพื่อให้ลูกได้มีสุขภาพที่ดี และมีความสุขกับการออกกำลังกายมากขึ้น การตัดสินใจร่วมกันระหว่างแม่กับลูก จะทำให้ทุกคนรู้สึกสบายใจ และเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นใจค่ะ

 

ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย นพ. ชัยวัฒน์ เชื้อพันธุ์ แพทย์ หู คอ จมูก ภูมิแพ้

 

ที่มา : เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ , เพจหมอจิรรุจน์

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ลูกมีน้ำมูกเรื้อรัง…เกิดจากไซนัสอักเสบได้หรือไม่?

แม่ขอแชร์! Ear pit ภัยเงียบจากรูเล็กๆ ข้างหูลูก ลูกชอบเล่นน้ำยิ่งต้องระวัง!

เช็กด่วน! สีชุดว่ายน้ำที่ปลอดภัย สีไหนมองเห็นชัดเมื่อลูกจมน้ำ เพิ่มโอกาสรอดชีวิต