TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

เคล็ดลับการอ่านหนังสือก่อนสอบให้จำได้ภายใน 1 วัน

บทความ 5 นาที
เคล็ดลับการอ่านหนังสือก่อนสอบให้จำได้ภายใน 1 วัน

พรุ่งนี้จะสอบแล้ว ยังไม่ได้เริ่ม”อ่านหนังสือ”เลย ยังจำอะไรไม่ได้เลยทำไงดีเนี่ย ?? ใครกำลังเจอปัญหานี้กันอยู่บ้างเอ่ย เรียนมาทั้งเทอมแต่ยังจำไม่ค่อยได้ พรุ่งนี้จะสอบแล้วด้วยสิ ถ้าสอบไม่ผ่านละก็.. ไม่อยากจะคิดเลย หยุดก่อน หยุดคิดไปเองก่อนว่าจะสอบไม่ผ่าน เรามาลองพยายามกันดูสักตั้ง! มาดูเคล็ดลับการอ่านหนังสือให้จำได้ภายใน 1 วันกันเลย

 

เคล็ดลับการ”อ่านหนังสือ”ให้จำภายใน 1 วัน

ก่อนที่เราจะมาเริ่ม”อ่านหนังสือ”กัน ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เตรียมขนมไว้กินเล่น นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ จะได้ไม่รู้สึกเพลียจนทำให้ไม่อยากอ่านหนังสือ เมื่อร่างกายพร้อม จิตใจก็ต้องพร้อมด้วย ทำสมาธิเคลียร์สมองให้โล่งเข้าไว้ แล้วมาเริ่มกันเลย

เตรียมสถานที่ให้พร้อม

สิ่งแวดล้อมรอบข้างเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อการอ่านมาก เลือกสถานที่อ่านไม่ดีอาจจะทำให้เสียสมาธิในการอ่านได้ ดังนั้นจึงควรเลือกให้ดี ๆ ให้เหมาะสมและสะดวกต่อตัวเองที่สุด ถ้าอ่านที่บ้านให้เลือกห้องที่เงียบและสว่าง ถ้าต้องการอ่านที่ห้องสมุดให้เลือกมุมที่คนน้อยและมีเสียงรบกวนน้อยที่สุด

 

หยุดเล่นมือถือ

สิ่งสำคัญในการอ่านหนังสือคือสมาธิ เพราะฉะนั้นควรปิดมือถือระหว่างการอ่านหนังสือ หรือจะแค่ปิดเสียงหรือปิดการแจ้งเตือนก็ตามความสะดวกของแต่ละคน

 

เริ่มอ่านและทำสรุป

ก่อนอื่นเราเริ่มอ่านหนังสือที่เราต้องจำให้ภายใน 1 วันต้องเริ่มทำสรุปก่อน อ่านเนื้อหาทั้งหมดให้เข้าใจแล้วสรุปแยกไว้ในส่วนที่สำคัญ และควรสรุปด้วยการจด การจดด้วยมือจะทำให้จำได้ดีกว่าอ่านเฉย ๆ และการวาดภาพประกอบความจำก็จะช่วยให้จำง่ายมากขึ้น

  • หลังจากทำสรุปแล้วใช้ปากกาไฮไลท์ส่วนที่สำคัญที่สุดอีกครั้ง
  • วาดภาพให้จำง่ายขึ้น
  • ทำแผนที่ความคิดช่วยแบ่งให้เห็นภาพได้ง่าย

 

บทความที่เกี่ยวข้อง : อ่านหนังสือสอบ อย่างไร ไม่ให้หมดไฟ ขยันและรู้สึกอยากอ่านอยู่เสมอ

 

“อ่านหนังสือ”แล้วต้องพักบ้าง

หาขนมมาทานเพื่อให้รู้สึกตื่นตัว ยิ่งถ้าเป็นขนมหรือน้ำรสเปรี้ยวจะยิ่งทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากยิ่งขึ้น เมื่อรู้สึกล้าจากการอ่านให้พักทำอย่างอื่น แล้วกลับมาอ่านต่อภายใน 5-10 นาที

  • ลุกไปล้างหน้า เข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว
  • เดินยืดเส้นยืดสาย
  • เคี้ยวหมากฝรั่ง ทานขนม จิบน้ำ

ให้กำลังใจตัวเอง

บอกกับตัวเองเสมอว่าเราทำได้ การผลักดันตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งเรารู้สึกเหนื่อย ง่วง ขี้เกียจจนไม่อยากจะทำอะไรต่อให้นึกถึงเป้าหมายที่รอเราอยู่ บอกกับตัวเองให้สู้เข้าไว้ ฮึบบ

ตั้งคำถามในส่วนที่ยังไม่เข้าใจ

บางทีอ่านแล้วก็ยังมีจุดที่ยังไม่เข้าใจอยู่บ้าง ให้เริ่มตั้งคำถามและหาคำตอบจากในหนังสือหรือในชีทงานที่อาจารย์เคยสอนของวิชานั้น ๆ การที่เราตั้งคำถามเองและหาคำตอบเองจะช่วยให้เราจำได้มากขึ้น ถ้าเจอคำถามเดียวกันในข้อสอบต้องทำได้แน่นอน ในส่วนที่เราหาคำตอบไม่ได้ให้จดคำถามนั้นเอาไว้ หลังจากอ่านหนังสือเสร็จแล้วให้หาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตหรือลองถามจากเพื่อนก็น่าจะได้คำตอบนั้น

ทบทวนเนื้อหากับเพื่อน

เวลาเรียนแล้วมีคนช่วยติวจะยิ่งทำให้เราเข้าใจเนื้อหาของการเรียนมากยิ่งขึ้น หลังจากที่เราทำสรุปเนื้อหาเรียบร้อยแล้วให้ชวนเพื่อนมาช่วยกันทบทวน ถ้าเพื่อนไม่สะดวกเราทบทวนได้ด้วยตัวเองด้วยการอ่านออกเสียง การอ่านออกเสียงจะช่วยให้จำได้มากกว่าการอ่านในใจ (ไม่ควรอ่านออกเสียงที่ห้องสมุด ควรกลับมาอ่านที่บ้านทบทวนรอบสุดท้ายก่อนนอน)

อ่านหนังสือ

นอนหลับเมื่อถึงเวลา

การหักโหมอ่านหนังสือจนถึงเช้าไม่ได้ส่งผลดีอย่างที่คิด การอ่านจนถึงเช้าจะทำให้สมองล้า จดจำเนื้อหาได้ไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อถึงเวลาเข้าห้องสอบจะรู้สึกง่วงและการหาวอยู่ตลอดเวลาก็ทำให้ขาดสมาธิและรบกวนสมาธิผู้สอบคนอื่น ๆ อีกด้วย ดังนั้นควรนอนหลับพักผ่อนถึงเมื่อเวลา เรากำหนดเองได้ว่าเวลาที่เหมาะสมว่าควรนอนและตื่นตอนไหนถึงจะรู้สึกไม่เพลียและพร้อมสอบ

ถึงเวลาเข้าห้องสอบ

ก่อนเข้าห้องสอบให้ทำสมาธิเล็กน้อย อ่านทบทวนสรุปรอบสุดท้าย เมื่อเข้าห้องสอบตั้งสติแล้วลงมือทำอย่างตั้งใจ ข้อไหนจำไม่ได้ให้ข้ามไปก่อนและทำในข้อที่มั่นใจก่อน เมื่อทำเสร็จแล้วค่อยย้อนกลับมาทำในข้อที่ยังไม่ได้ตอบ ในข้อที่ทำไม่ได้ลองนึกภาพสรุปที่เราจดไว้

 

บทความที่เกี่ยวข้อง : เทคนิค ทำอย่างไรให้ลูกรักการอ่านหนังสือ

 

เทคนิคการอ่านหนังสือแบบอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ขอนำเทคนิคการอ่านที่คุณอาจจะชอบมาแบ่งปันกัน มีหลากหลายแบบ ซึ่งดูจะง่ายและไม่ซับซ้อนอีกด้วย มีทั้งการอ่านหนังสือแบบ Pomodoro การอ่านหนังสือแบบ Sandwich การอ่านหนังสือแบบคนญี่ปุ่น

 

การอ่านหนังสือแบบ Pomodoro

การอ่าบแบบ Pomodoro เป็นการอ่านแบบสั้น ๆ และพักเป็นระยะนั่นเอง ผู้ที่คิดค้นวิธีการนี้ก็คือคุณ Francesco Cirillo เขาคิดวิธีนี้ตั้งแต่ตอนที่เขาเป็นนักศึกษา (ปีค.ศ. 1990) และที่ได้ชื่อว่า Pomodoro เพราะนาฬิกาจับเวลาของเขามีลักษณะคล้ายกับมะเขือเทศนั่นเอง (ในภาษาอิตาลีคำว่ามะเขือเทศก็คือ Pomodoro ) และวิธีการก็คือ

  1. เลือกหนังสือที่ต้องการอ่าน
  2. ตั้งเวลานับถอยหลังเอาไว้ 25 นาที
  3. เมื่ออ่านหนังสือครบ 25 นาที ให้พักผ่อน 5 นาที
  4. ทำข้อ 1-2 ให้ครบ 4 รอบ
  5. พัก 30 นาที
  6. กลับมาทำตั้งแต่ข้อ 1 ใหม่

ในระหว่างเวลา 25 นาทีที่เราอ่านหนังสือต้องตั้งใจและมีสมาธิมาก ๆ และทุกอย่างที่กล่าวมาสามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองได้เลย อาจจะเพิ่มหรือลดเวลาตามที่เห็นเหมาะสม ทำในสิ่งที่เราถนัดที่สุดเพื่อไม่เป็นการกดดันจะดีที่สุด

 

การอ่านหนังสือแบบ Sandwich

การอ่านแบบ Sandwich คือการอ่านช่วงก่อนนอน 90 นาทีและหลังตื่นนอน 90 นาทีเพราะเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่จะจดจำได้ดีที่สุด ในขณะที่เรานอนหลับสมองเราจะทำการทวนซ้ำ ๆ อยู่ในหัว เมื่อคุณตื่นนอนตอนเช้าให้คุณอ่านทบทวนเรื่องเดิมซ้ำอีกครั้งสมองจะยิ่งจำได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้การทานอาหารอย่างกล้วยหรือช็อกโกแลตก็ช่วยทำให้จำได้ดีขึ้นเพราะกล้วยและช็อกโกแลตมีสารอาหารที่สามารถสร้างเซโรโทนิน (Serotonin) ในสมองที่ช่วยเรื่องการจดจำ

อ่านหนังสือ

บทความจากพันธมิตร
สถาบันอาทิตย์ อุไรรัตน์ ร่วมกับแสนสิริ สร้างมิติใหม่ให้วงการศึกษาไทย เชื่อมโยงนักเรียนสู่โลกการทำงานจริง
สถาบันอาทิตย์ อุไรรัตน์ ร่วมกับแสนสิริ สร้างมิติใหม่ให้วงการศึกษาไทย เชื่อมโยงนักเรียนสู่โลกการทำงานจริง
เตรียมตัวลูกอย่างไรให้ "สอบเข้าสาธิต ป.1" ได้แบบไม่เครียด?
เตรียมตัวลูกอย่างไรให้ "สอบเข้าสาธิต ป.1" ได้แบบไม่เครียด?
Dadi International Kindergarten เรียนรู้สนุก เล่นอย่างสร้างสรรค์ ด้วย 3 ภาษา พร้อมเสริมสร้างทักษะ EF
Dadi International Kindergarten เรียนรู้สนุก เล่นอย่างสร้างสรรค์ ด้วย 3 ภาษา พร้อมเสริมสร้างทักษะ EF
จุฬาฯ คว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทยใน 34 สาขา จาก QS WUR by Subject 2025
จุฬาฯ คว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทยใน 34 สาขา จาก QS WUR by Subject 2025

การอ่านหนังสือแบบคนญี่ปุ่น

  1. อ่านสารบัญเรื่องที่จะออกสอบ เพราะในสารบัญจะมีหัวข้อที่จะออกสอบ ทำให้เราได้เห็นภาพรวมก่อนจะเริ่มอ่าน
  2. มีสมาธิในการอ่าน โฟกัสกับเรื่องที่อ่านให้มากที่สุด ไม่สนใจอย่างอื่นเช่นโทรศัพท์ โดยเฉพาะคนที่ติดโซเชียลยิ่งต้องเอาไว้ให้ห่างตัว
  3. อ่านอย่างตั้งใจ แต่ครั้งละไม่นาน คนญี่ปุ่นเชื่อว่าการโฟกัสกับอ่านจะทำได้เต็มที่ไม่เกิน 2 ชั่วโมง
  4. เตรียมอ่านมาก่อนแล้วมาทบทวนทีหลัง โดยอ่านมาก่อนแล้วทบทวนสิ่งที่อ่านหรือเรียนมาแล้วทีหลัง
  5. ทบทวนอีกครั้งหลังจากอ่านไปแล้ว 20 นาที การทบทวนแบบนี้ช่วยเช็คด้วยว่าเราจำได้จริงหรือไม่และจะช่วยให้จำได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

 

เป็นอย่างไรกันบ้าง เทคนิคไหนที่อ่านแล้วชอบมากที่สุดหรือใครนำไปใช้แล้วมาแบ่งปันกันได้นะคะว่าเห็นผลอย่างไรบ้าง สิ่งสำคัญในการอ่านหนังสือคือ สมาธิ จดจ่อกับที่อ่านให้ได้มากที่สุด ไม่ให้มีสิ่งรบกวนจะดีที่สุด อ่านหนังสือโดยแบ่งเวลาพักผ่อนด้วยไม่หักโหมจนเกินไป การจดหรือวาดภาพช่วยให้นึกออกได้ดีเมื่ออยู่ในห้องสอบ ทานอาหารที่มีสารอาหารที่ช่วยในการบำรุงสมอง แล้วก็อย่าลืมทานอาหารที่บำรุงสายตาด้วยนะคะ เชื่อว่าถ้าทุกคนตั้งใจทำตามทุกข้อต้องทำได้แน่นอน

 

บทความที่เกี่ยวข้อง :

รวม 11 คำถามยอดนิยมที่มักเจอในการ สอบสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัย

รวม Phrasal verb คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่มักเจอบ่อย ในข้อสอบ GAT

สอนลูกอ่านหนังสือ วิธีฝึกให้ลูกรักการอ่าน ตั้งแต่ยังเป็นทารก

ที่มา : plookfriends , highskill , admissionpremium

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Patteenan

  • หน้าแรก
  • /
  • การศึกษา
  • /
  • เคล็ดลับการอ่านหนังสือก่อนสอบให้จำได้ภายใน 1 วัน
แชร์ :
  • เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

    เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

  • วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

    วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

  • ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

    ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

  • เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

    เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

  • วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

    วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

  • ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

    ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว