เลี้ยงลูกให้รักตัวเอง พื้นฐานใจที่พ่อแม่ปลูกฝังได้ตั้งแต่ยังเล็ก

เลี้ยงลูกให้รักตัวเอง พื้นฐานใจที่พ่อแม่ปลูกฝังได้ตั้งแต่ยังเล็ก วิธีสร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย จนถึงเทคนิครับมือคำเปรียบเทียบจากคนรอบตัว

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ในวันที่สังคมเต็มไปด้วยการตัดสิน และการเปรียบเทียบ พ่อแม่จำนวนมากเริ่มมองหาวิธี เลี้ยงลูกให้รักตัวเอง เพราะรู้ว่าความรัก และการยอมรับในตัวเอง คือเกราะป้องกันชั้นดีให้ลูกกล้าคิด กล้าลอง และเติบโตอย่างมีความสุข การเลี้ยงดูแนวนี้ ไม่ใช่การชมพร่ำเพรื่อ หรือปล่อยตามใจ แต่คือการวางรากฐานทางอารมณ์ด้วยความเข้าใจ รับฟัง และกำกับด้วยขอบเขตที่อบอุ่น เพื่อให้ลูกค่อย ๆ เรียนรู้ว่า “ฉันมีคุณค่า แม้ยังไม่เก่งที่สุด หรือยังไม่สมบูรณ์แบบ”

ทำไมการ เลี้ยงลูกให้รักตัวเอง ถึงสำคัญ

การ “รักตัวเอง” ไม่ใช่ความหลงตัวเอง แต่คือรากฐานทางอารมณ์ที่มั่นคง เพื่อให้ลูกเคารพตัวเอง รวมไปถึงจะส่งผล ให้เป็นคนที่เคารพผู้อื่นในอนาคตด้วย

  • การรักตัวเอง คือการรู้คุณค่าของตัวเอง เด็กที่เห็นคุณค่าในตนเอง จะตัดสินใจบนพื้นฐานของความเคารพตัวเองและผู้อื่น กล้าลองผิดลองถูก และฟื้นตัวจากความผิดหวังได้เร็ว
  • ความยืดหยุ่นทางใจ (resilience) เริ่มจากการรู้ว่า “พลาดได้ แก้ไขได้” ไม่ใช่ “พลาด = แย่”
  • ลดปัจจัยเสี่ยงในอนาคต เด็กที่เติบโตด้วยคำกร่นด่า หรือการเปรียบเทียบรุนแรง มักสร้างเสียงวิจารณ์ในใจต่อตัวเอง (inner critic) ซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจ ความสัมพันธ์ และการเรียนรู้

วิธีเลี้ยงลูกให้รักตัวเอง “ผ่านคำพูด”

คำพูด คือเครื่องมือทรงพลังที่สุดในบ้าน เราใช้ภาษาสร้างกรอบความคิดให้ลูกทุกวัน ต่อไปนี้คือ คู่มือคำพูด ที่สามารถช่วยให้ลูกรักตัวเองได้

หลักการของการใช้คำพูด ที่ช่วยให้เห็นคุณค่าในตัวเอง

  • ชมความพยายาม หรือกระบวนการ มากกว่าผลลัพธ์ เช่น “หนูตั้งใจต่อบล็อกอยู่ตั้งนาน เกือบสำเร็จแล้ว ลองอีกครั้งไหม” เด็กจะเชื่อมความสำเร็จ กับการฝึกฝน ไม่ใช่พรสวรรค์ล้วน ๆ
  • อธิบายให้เห็นผลของการกระทำ เช่น “หนูแบ่งของเล่นให้เพื่อน เพื่อนยิ้มกว้างเลย” คำบรรยายพฤติกรรม จะทำให้เด็กเห็นความหมายของการกระทำ
  • แยกพฤติกรรมออกจากตัวตน เช่น “วันนี้หนูตีกลองดังไปนิด เราลดเสียงลงหน่อยนะ” แทนการบอกว่า “ดื้อ หรือซนเกินไป” เด็กจะเรียนรู้ว่าพฤติกรรมปรับได้ แต่คุณค่าไม่ลด
  • หลีกเลี่ยงการแปะป้าย แม้ดูเป็นคำชม เช่น “เด็กดีต้องไม่ร้องไห้” เพราะจะสร้างความกดดันให้กับเด็ก ให้ลองเปลี่ยนเป็น “หนูพยายามมามากเลย แม่ภูมิใจในความตั้งใจของหนู”
  • ไม่เปรียบเทียบ ทั้งเชิงบวกและลบ เช่น “แม่เห็นหนูพยายามของหนูเอง แม่ดีใจในความก้าวหน้าของหนู” ไม่ต้องเปรียบเทียบกับคนอื่น

ตัวอย่างประโยค สำหรับสถานการณ์ประจำวัน

  • เมื่อลูกทำของหก หรือทำผิดพลาด ให้ลองเปลี่ยนจาก “ดูซุ่มซ่ามจัง!” เป็น “หกแล้ว เรามาเช็ดด้วยกันนะ ครั้งหน้าเราค่อย ๆ เท ทีละนิดก็ได้”
  • หากลูกแพ้เกม หรือเสียหน้า ให้เปลี่ยนจากการซ้ำเติม เป็นคำพูดเชิงบวก เช่น “แพ้แล้วรู้สึกยังไง เล่าให้แม่ฟังได้เลยนะ ครั้งหน้าเราซ้อมเพิ่มท่าไหนดี”
  • เมื่อลูกยังทำไม่ได้สักที ให้ใช้วิธีการให้กำลังใจ เช่น “ร่างกายหนูยังต้องฝึกอีกหน่อย ลองแบ่งเป็นขั้นเล็ก ๆ กันไหม แม่อยู่ข้าง ๆ”
  • หากลูกอารมณ์ปะทุ ให้สอนให้เด็กรู้จักควบคุมอารมณ์ เช่น “แม่เห็นว่าหนูโกรธมาก แม่อยู่กับหนูนะ หายใจลึก ๆ ก่อน แล้วนั่งเงียบ ๆ สักพักดีไหม”
  • ถ้าลูกไม่อยากลองของใหม่ แม่ลองอยู่ข้าง หรือชวนให้ลอง โดยไม่กดดัน พร้อมให้ทางเลือก เช่น “รู้สึกยังไม่พร้อมใช่ไหม หนูอยากให้แม่ช่วยตรงไหน หรืออยากลองดูแค่นิดเดียวก่อน”

คำพูดที่ควรเลี่ยง และทางเลือกที่ดีกว่า

  • “ร้องอะไรนักหนา” → “หนูเสียใจใช่ไหม มาหาที่เงียบ ๆ แล้วค่อยเล่าให้แม่ฟัง”
  • “ดูสิ เพื่อนทำได้หมดแล้ว” → “เราค่อย ๆ ทำตามในแบบของเรา แม่ช่วยคิดขั้นแรกด้วยกัน”
  • “เด็กดีต้องไม่ดื้อ” → “ถ้าหนูไม่เห็นด้วย หนูบอกเหตุผลได้ แต่เรายังต้องเก็บของก่อนกินขนมนะ”
  • “เก่งที่สุดในห้อง!” → “แม่ชอบที่หนูซ้อมทุกวัน เห็นความก้าวหน้าของหนูชัดเลย”

วิธีรับมือ เมื่อสังคมภายนอกทำให้ลูกสงสัยคุณค่าของตัวเอง

โลกภายนอกอาจเร็ว และแรงกว่าที่เราคิด ไม่ว่าจะเป็นคำพูดแซว, การเปรียบเทียบ, การโดนกีดกัน เวลาที่เด็กยังไม่ถนัด สิ่งสำคัญคือ การเปลี่ยนเหตุการณ์เหล่านี้ ให้กลายเป็นภูมิคุ้มกันทางใจให้ลูก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

หลัก 3A: Acknowledge – Anchor – Assist

  • Acknowledge (รับรู้ความรู้สึก): “หนูเสียใจที่โดนล้อใช่ไหม เล่าให้แม่ฟังได้เลย” ให้แม่รองรับความรู้สึกของลูก ก่อนสอนอะไรเสมอ เด็กจะเปิดใจรับฟัง
  • Anchor (ย้ำคุณค่าภายใน): “หนูมีน้ำใจ แม่เห็นหนูแบ่งของเล่นเสมอ นี่คือสิ่งที่ทำให้หนูพิเศษ” เชื่อมโยงเหตุการณ์ กลับไปยังคุณค่าในตัวของลูก
  • Assist (ช่วยวางแผน): “คราวหน้าถ้าเจออีก เราพูดว่า ‘ไม่เอานะ เราไม่ชอบ’ หรือเดินออกมาหาครูดีไหม ลองซ้อมพูดกันตอนนี้”

ตัวอย่างเหตุการณ์ พร้อมประโยคแนะนำ

โดนแซวเรื่องรูปร่าง ผิว ทรงผม

  • พูดกับลูก: “คำพูดนั้นทำให้หนูเจ็บใช่ไหม หนูรู้ไหมว่า ร่างกายไม่ว่าจะแบบไหน ก็พาให้หนูทำสิ่งที่ชอบได้ตั้งเยอะ”
  • พูดกับผู้ใหญ่ที่แซวลูก: “ขอใช้คำอื่นแทนนะคะ เด็กกำลังเรียนรู้คุณค่าจากคำของผู้ใหญ่ เราอยากให้เขาภูมิใจกับตัวเองค่ะ”

โดนเปรียบเทียบเรื่องทักษะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • พูดกับลูก: “คนเราใช้เวลาไม่เท่ากัน หนูกำลังฝึกของหนูอยู่ แม่เห็นความพยายามชัดมาก”
  • พูดกับครู หรือญาติ: “บ้านเราพยายามโฟกัสความก้าวหน้าส่วนตัวของเด็ก มากกว่าอันดับนะคะ”

สิ่งที่พ่อแม่ควรหลีกเลี่ยง

บางครั้งพ่อแม่ก็อาจจะทำพฤติกรรม ที่ส่งผลต่อการเห็นค่าในตัวเองของลูก ลองมาเช็กกันดูสิว่า เราเผลอทำแบบนี้กันบ้างไหม

  • ลงโทษแบบทำให้อับอาย เช่น การทำโทษต่อหน้าเพื่อน การพูดจาเสียดสี ประชดประชัน
  • เปรียบเทียบลูกกับคนอื่น ควรเปลี่ยนเป็นเปรียบเทียบให้เห็นความก้าวหน้าในตัวเองแทน
  • ชื่นชมเกินจริง การให้กำลังใจเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ควรอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงด้วย
  • ตั้งความคาดหวังสูง
  • บังคับให้ลูกคิดบวกตลอดเวลา
  • การรักแบบมีเงื่อนไข เช่น การให้ความสนใจเฉพาะตอนทำดี
  • แก้ปัญหาแทนตลอดเวลา เด็กจะไม่ได้ฝึกลองผิดลองถูก
  • โพสต์โซเชียลแซวลูก หรือทำให้อับอาย

การ เลี้ยงลูกให้รักตัวเอง คือการค่อย ๆ สร้างรากฐานในใจ ให้เด็กเชื่อว่า ฉันมีคุณค่า แม้กำลังเรียนรู้ แม้ยังไม่เก่งที่สุด พ่อแม่สามารถทำได้ ด้วยวิธีเล็ก ๆ ที่สม่ำเสมอ จากคำพูดที่อ่อนโยน ยอมรับอารมณ์ ตั้งขอบเขตชัด และสอนทักษะรับมือโลกภายนอก บ้านอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นที่ที่ลูกกล้ากลับมาเติมพลังเสมอ และเมื่อถึงวันหนึ่ง ลูกจะได้ยินเสียงของตัวเองกระซิบว่า “ฉันลองใหม่ได้ ฉันขอความช่วยเหลือได้ และฉันรักตัวเองได้” เพราะสุดท้ายแล้ว การเลี้ยงลูกให้รักตัวเอง คือของขวัญที่พ่อแม่สามารถให้เขาได้ตั้งแต่ยังเล็ก และจะติดตัวเขาไปตลอดชีวิต

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สอนลูกให้มี ทักษะคิดแก้ปัญหา เอาตัวรอดได้ ในวันที่พ่อแม่ไม่สามารถอยู่ช่วยลูกได้ตลอด

ไขจิตวิทยา ทำไมพ่อแม่อยากให้ลูกเป็นหมอ : ลูกไม่ต้องเป็นหมอก็ได้ ถ้ามีความสุข

เลี้ยงลูกยังไงให้อยากไปโรงเรียน สร้างความสุขในการเรียนรู้ ตั้งแต่ก้าวแรก

บทความโดย

PP.