เวิร์คเอาท์ตอนท้อง สมองลูกพัฒนาร่างกายคล่องเเคล่วว่องไว

เวิร์คเอาท์ตอนท้อง สมองลูกพัฒนาร่างกายคล่องเเคล่วว่องไว

ผลงานวิจัยจาก Baylor College of Medicine ที่ลงใน The FASEB Journal พบว่าเมื่อแม่ท้องมีกิจกรรมการออกกำลังกาย ลูกที่อยู่ในครรภ์เมื่อโตขึ้นร่างกายจะมีความคล่องแคล่วว่องไว

เวิร์คเอาท์ตอนท้อง สมองลูกพัฒนาร่างกายคล่องเเคล่วว่องไว

ทำไมเราจึงควรออกกำลังกายตอนท้อง

เวิร์คเอาท์ตอนท้อง สมองลูกพัฒนาร่างกายคล่องเเคล่วว่องไว ผลงานวิจัย แม่ท้องมีกิจกรรมการออกกำลังกาย ลูกที่อยู่ในครรภ์จะมีความคล่องแคล่วว่องไว

ไขข้อ สง สัย คนท้องวิ่ง ได้ไหม คนท้อง ออกกำลังกาย ได้ไหม วิ่งแล้วลูก ใน ครรภ์ เป็นอะ ไรไหม?

ไขข้อ สง สัย คนท้องวิ่ง ได้ไหม คนท้อง ออกกำลังกาย ได้ไหม วิ่งแล้วลูก ใน ครรภ์ เป็นอะ ไรไหม?

การออกกำลังกายของคนท้อง 

ที่คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถทำได้ตั้งแต่เริ่มรู้ตัวว่าตั้งท้องในช่วงสามเดือนแรก เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ จะมีวิธีออกกำลังกายสำหรับคนท้องท่าใดบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

งานวิจัยชิ้นนี้แม้จะทำการวิจัยในหนูแต่ก็มีการเก็บข้อมูลในมนุษย์ที่สอดคล้องกันอยู่ค่ะ ตัวอย่างเช่น ทีมวิจัยเก็บข้อมูลจากการสังเกตพบว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีการเคลื่อนไหวร่างการ ใช้งานร่างกายเป็นประจำขณะที่ตั้งครรภ์ เด็กทารกในครรภ์มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น

ช่วงระยะเวลาแห่งการตั้งครรภ์ เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของคุณแม่ต้องการการบำรุงและดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งนอกจากจะต้องบำรุงร่างกายด้วยอาหารที่มีประโยชน์แล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญนั่นก็คือการออกกำลังกายนั่นเองค่ะ เพราะเป็นวิธีที่จะช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกายตลอดช่วงการตั้งครรภ์ ช่วยลดอาการปวดเมื่อย ทั้งยังมีส่วนช่วยให้คุณแม่คลอดง่าย ที่สำคัญยังทำให้รูปร่างของคุณแม่ตั้งครรภ์ฟิตแอนด์เฟิร์ม ไม่อ้วนง่าย และยังช่วยให้คุณแม่หลังคลอดกลับมามีหุ่นดีเหมือนเดิมได้ง่ายขึ้นอีกด้วยนะคะ แต่อย่างไรแล้วการออกกำลังกายในช่วงตั้งครรภ์นี้ ก็ต้องดูให้เหมาะสมกับช่วงอายุครรภ์ พร้อมกับออกกำลังกายอย่างระมัดระวัง ไม่หักโหมจนเกินไป หรือควรออกกำลังกายในท่าทางที่เหมาะสมตามที่แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญแนะนำค่ะ

ไขข้อ สง สัย คนท้องวิ่ง ได้ไหม คนท้อง ออกกำลังกาย ได้ไหม วิ่งแล้วลูก ใน ครรภ์เป็นอะไรไหม?

ไขข้อ สง สัย คนท้องวิ่ง ได้ไหม คนท้อง ออกกำลังกาย ได้ไหม วิ่งแล้วลูก ใน ครรภ์เป็นอะไรไหม?

ลูกจะคล่องแคล่วว่องไว

งานวิจัยนี้ทดลองกับหนูทดลอง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในมนุษย์เช่นเดียวกัน งานวิจัยได้ตีพิมพ์ในวารสาร Cell Reports โดยทีมนักวิจัยจากศูนย์โรคเซลล์ประสาทเสื่อมแห่งเยอรมันนี (DZNE)

จากการทดลองพบว่า ลูกหนูที่เกิดจากพ่อแม่ที่ถูกบังคับให้ออกกำลังกายและฝึกลับสมองอยู่เสมอ จะมีความสามารถในการเรียนรู้สูงกว่าลูกหนูกลุ่มอื่นๆ ซึ่งความฉลาดนี้ ไม่ได้เป็นผลมาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงในดีเอ็นเอแต่อย่างใด แต่เป็นปรากฏการณ์เอพิเจเนติกส์ (Epigenetics) คือ ปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ จะส่งผลไปยังรุ่นลูกได้ โดยไม่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม

แม้มีความเป็นไปได้สูงว่า ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในมนุษย์ได้เช่นกัน แต่ทีมผู้วิจัยระบุว่ายังต้องศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติมอีก เพื่อพิสูจน์ให้แน่ชัด อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์มาร์คัส เพมบรีย์ จากโรงพยาบาลเด็กเกรทออร์มอนด์สตรีทในกรุงลอนดอนมองว่า ผลการทดลองนี้อาจช่วยอธิบายว่า ทำไมตลอดช่วงศตวรรษที่ 20 ไอคิวของประชากรในสังคมอุตสาหกรรมจึงเพิ่มสูงขึ้นในทุก 10 ปี

งานวิจัยชิ้นนี้แบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่ออกกำลังกายเป็นประจำ และกลุ่มที่ไม่มีการออกกำลังกายเลย พบว่าทารกที่ออกมาจำนวน 50% มีความคล่องแคล่วว่องไวมากกว่า ทารกที่เกิดจากแม่ที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย และต่อมาเมื่อโตขึ้นความคล่องแคล่วว่องไวก็จะยิ่งมีมากขึ้น การเผาผลาญไขมันของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

ออกกำลังกายบรรเทาอาการปวดหลังขณะตั้งครรภ์,วิธีลดอาการปวดหลัง,โยคะ

ลูกจะมีพัฒนาการทางสมอง

นอกจากนี้คุณแม่ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ยังมีผลต่อพัฒนาการทางสมองของทารกในครรภ์ด้วยค่ะ คนส่วนใหญ่คิดว่าเรื่องของยีนส์นั้นมีผลต่อการแสดงออกทางพฤติกรรมมากที่สุด แต่ในผลของงานวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมนั้นส่งผลมากที่สุด ต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ค่ะ
ซึ่งการมีผลเป็นที่น่าพอใจอย่างนี้นั้น ก็อาจจะใช้เป็นกลยุทธ์เพื่อลดการวิบัติและแผ่ขยายของคุณแม่ที่ไม่ออกกำลังกายและเป็นโรคอ้วนได้ในที่สุด ซึ่งองค์การอนามัยโลกมีข้อมูลว่าการออกกำลังกายที่ไม่เพียงพอนั้น เป็น 1 ในปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆ ที่ทำให้คนเสียชีวิต
คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์นั้น สามารถออกกำลังกายในระดับปานกลางต่อวันได้อย่างสม่ำเสมอเลยนะคะ

คนท้องออกกำลังกายแบบไหน

คนท้องออกกำลั งกายแบบไหน

จะกระตุ้นพัฒนาการสมองเมื่อไรดี ?
นับตั้งแต่ไข่จากแม่ และ ตัวอสุจิจากพ่อมาผสมกัน เกิดเป็นหน่วยชีวิตเล็กๆที่เรียกว่า เซลล์ จากเซลล์เพียงเซลล์เดียวก็จะมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและพัฒนาต่อเนื่องไปเรื่อยเกิดเป็นเซลล์ที่สร้างระบบอวัยวะต่างมากมายจนเกิดเป็นลูกน้อยอยู่ในท้องของคุณแม่  เซลล์สมอง ก็เช่นเดียวกับเซลล์ของระบบอวัยวะอื่น กล่าวคือจะเริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์เช่นเดียวกันและจะมีการเพิ่มทั้งจำนวนและขนาด เกิดเป็นเนื้อสมองและเส้นใยประสาทที่เชื่อมโยงกับสมองและเชื่อมโยงกันเองเกิดเป็นข่ายใยเส้นประสาทอย่างมากและรวดเร็วเพื่อทำหน้าที่ต่างๆ ตั้งแต่ลูกน้อยมีอายุประมาณ สัปดาห์ เรื่อยไปจนถึงคลอดออกมาแล้วมีอายุ ขวบ หลังจากนั้นพัฒนาการของสมองก็จะลดลง ดังนั้นช่วงทองที่ควรจะกระตุ้นพัฒนาลูกน้อยจึงควรเป็นช่วงเวลาดังกล่าว

คนท้องออกกำลังกายแบบไหน

คนท้อง ออกกำลังกายแบบไหน

จะกระตุ้นลูกน้อยให้สมองดีได้อย่างไร?
การที่คนเราจะมีสมองดี หรือ มีความเฉลียวฉลาดมีปัจจัยที่มาเกี่ยวข้องหลายประการ ปัจจัยที่สำคัญมี ประการ คือ กรรมพันธุ์  อาหารการกินของแม่ขณะตั้งครรภ์และของลูกภายหลังคลอด และ ประการสุดท้ายคือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเด็กทั้งขณะที่อยู่ในท้องและภายหลังคลอด
ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ เป็นเรื่องที่ติดตัวมาตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ พ่อแม่ที่เฉลียวฉลาดก็จะถ่ายทอดลักษณะที่ดีนี้มาให้ลูกได้ เหมือนกับโรงงานไหนที่ผลิตสินค้าที่คุณภาพดี ก็จะผลิตแต่สินค้าคุณภาพดี แต่บางโรงงานที่มีความสามารถในการผลิตสินค้าได้แค่เพียงสินค้าคุณภาพต่ำ ผลิตอย่างไรสินค้าก็คุณภาพดียาก คุณแม่คงจะเห็นได้ว่าเด็กบางคนพ่อแม่ไม่ได้ให้การดูแลอะไรเป็นพิเศษทั้งขณะตั้งครรภ์หรือหลังคลอดแล้ว ก็ยังฉลาดได้เลย  อ่านมาอ่านนี้แล้ว พ่อแม่ที่คิดว่าตัวเองสมองไม่ค่อยดีก็อย่าเพิ่งสิ้นหวังเสียทีเดียวครับ เพราะ ความเฉลียวฉลาดของคนเรายังขึ้นกับ อาหารการกินและสิ่งแวดล้อมดังกล่าวแล้วอีกด้วย  ซึ่งปัจจัยเหล่านี้นำมาซึ่งแนวคิดในการกระตุ้นพัฒนาการสมองของลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์นั่นเองครับ
   การกระตุ้นพัฒนาการของสมองลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์สามารถทำได้หลายวิธี ผมจะยกตัวอย่างวิธีที่ทำได้ง่ายๆ ไม่สิ้นเปลือง และไม่เป็นอันตรายให้คุณแม่ลองนำไปปฏิบัติดูนะคะ

The Asianparent Thailand

เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพและสังคมคุณแม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และ เอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น The Asianparent ที่ติดตามการตั้งครรภ์ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งาน เพื่อติดตามพัฒนาการทารกตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุดและผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ยังมีไลฟ์สไตล์และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว 

การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก The Asianparent เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง

เพราะเราเชื่อว่า “พ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง

ที่มา : 1

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

5 ท่าแม่ท้องออกกำลังกายได้ทุกไตรมาส

ท่าออกกำลังกายในหญิงตั้งครรภ์ ในช่วงโควิด-19 ออกกำลังกายในบ้านยังไง?

https://society.wefitnesssociety.com

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner