4 พฤติกรรมควรหยุด เมื่อรู้สึกท้องแข็ง รู้สึกท้องแข็ง ทำไงดี ?

4 พฤติกรรมควรหยุด เมื่อรู้สึกท้องแข็ง รู้สึกท้องแข็ง ทำไงดี ?

ในช่วงไตรมาสที่ 3 โดยเฉพาะในเดือนสุดท้าย คือ เดือนที่ 9 คุณแม่อาจเกิดอาการท้องแข็งขึ้นมาได้ อาการท้องแข็งเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งที่แสดงถึงการเตรียมพร้อมที่จะคลอด มาดูกันว่า คนท้อง เมื่อเกิดอาการท้องแข็งขึ้นมา พฤติกรรมที่ไม่ควรทำคืออะไร และเพราะอะไร ติดตามอ่าน

4 พฤติกรรมควรหยุด เมื่อรู้สึกท้องแข็ง รู้สึกท้องแข็ง ทำไงดี ?

หากคุณแม่ท่านใด เกิดอาการท้องแข็ง เรามาดู 4 พฤติกรรมควรหยุด เมื่อรู้สึกท้องแข็ง กันดีกว่า

ท้องแข็ง คนท้อง รู้จักอาการท้องแข็ง

ท้องแข็ง คนท้อง ท้องแข็งตอนท้อง คือ อาการการปวดบริเวณท้องน้อย มดลูก หรือหัวหน่าว ส่วนท้องแข็งตึงนั้น คือ การที่มดลูกบีบรัดตัวแข็งเป็นก้อนกลม ซึ่งหากทิ้งไว้นาน จะทำให้ปากมดลูกเปิด เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้ โดยสาเหตุที่พบได้บ่อย คือ การติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ ดังนั้น คุณแม่ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ

 

ท้องแช็ง คนท้อง

อาการท้องแข็ง คืออะไร

ท้องแข็ง-คนท้อง การปวดบริเวณท้องน้อย มดลูก หรือหัวหน่าว

อาการท้องแข็งตึง คืออะไร

อาการท้องแข็งตึงนั้น คือ การที่มดลูกบีบรัดตัวแข็งเป็นก้อนกลม ซึ่งหากทิ้งไว้นาน จะทำให้ปากมดลูกเปิด

เมื่อปากมดลูกเปิดแล้วจะเกิดการคลอดก่อนกำหนดได้

สาเหตุที่พบได้บ่อย คือ การติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ ดังนั้น คุณแม่ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ

สาเหตุอื่นๆ ของอาการท้องแข็ง ได้แก่

  • การร่วมเพศอย่างรุนแรง การมีเพศสัมพันธ์ที่หนักหน่วง เหนื่อย เพลีย แล้วยังทำให้ท้องแข็งได้อีก
  • การทำงานหนัก ยกของหนัก ไม่คำนึงถึงว่า ตัวเองกำลังท้อง ดังนั้น แม่ท้องห้ามทำอะไรเกินกำลัง
  • พักผ่อนน้อย เป็นผลทำให้มดลูกหดรัด และอาจแท้ง หรือคลอดก่อนกำหนดได้ เสี่ยงสุด ๆ

ในคุณแม่ตั้งครรภ์ปกติ อาจมีอาการท้องแข็งตึงได้บ้าง เช่น

  • เวลาพลิกตัว เมื่อย บิดตัวไปมา
  • หรือลูกดิ้น

หากรู้สึกว่าท้องแข็งบ่อยกว่าปกติ ควรนอนพักผ่อนให้มาก ๆ

สัญญาณเตือนคลอดก่อนกำหนด

ถ้าหากนอนพักแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น มีอาการท้องแข็งตึงทุกครึ่งชั่วโมงติด ๆ กัน เป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง ควรให้รีบไปพบแพทย์ทันที โดยไม่ต้องรอให้เกิดอาการขึ้นพร้อมกัน เพราะจะเป็นสาเหตุให้ทารกคลอดก่อนกำหนดได้

ท้องแข็ง1

ท้องแข็ง 1

ท้องแข็ง คนท้อง 4 พฤติกรรมควรหยุด! เมื่อรู้สึกท้องแข็ง

1. อย่าจับท้องบ่อย

เพราะยิ่งจับบ่อย ก็ยิ่งแข็งบ่อยนะคะ เพราะมดลูกเป็นอวัยวะที่ประกอบไปด้วย กล้ามเนื้อมากมายและไวต่อการกระตุ้นมาก เอามือจับไปจับมามดลูกก็แข็งตัวขึ้นมาได้ คุณแม่ที่รู้สึกว่าท้องแข็งบ่อยมักจะชอบเอามือไปลูบ ๆ คลำ ๆ อยู่ตลอด ด้วยเป็นกังวลว่า มดลูกมันจะแข็ง ดังนั้น  ไม่ควรใช้มือไปลูบท้องบ่อย ๆนะคะ

2. ห้ามมีเพศสัมพันธ์

ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ ช่วงที่ท้องแข็งบ่อย คุณหมอจำเป็นต้องสั่งงดการมีเพศสัมพันธ์ เพราะการมีเพศสัมพันธ์จะไปกระตุ้นแถวบริเวณปากมดลูก ซึ่งจะทำให้มีการบีบตัวของมดลูกตามมา เพราะถ้าจะเปรียบไปแล้วการกระแทกระเทือนระหว่างมีเพศสัมพันธ์ยิ่งทำให้เกิดอาการท้องแข็งมากขึ้น ที่สำคัญ

หากถึงจุดสุดยอดขึ้น  มดลูกก็จะมีการบีบตัวเป็นจังหวะตามมาอีก  นอกจากนั้นในทางการแพทย์ก็ยังพบว่า  ในน้ำอสุจิจะมีสารเคมีที่ชื่อว่า โปรสต้าแกลนดิน  สารตัวนี้เป็นตัวการสำคัญของธรรมชาติที่ทำให้ปากมดลูกขยายตัวในระหว่างการคลอด  ดังนั้น หากมีเพศสัมพันธ์คุณหมอจะสั่งห้ามให้หลีกเลี่ยงการปล่อยน้ำเชื้อเขาไปข้างในเพราะจะกระตุ้นให้เกิดอาการท้องแข็งและการคลอดได้

3. ห้ามบิดขี้เกียจ

คุณแม่อ่านไม่ผิดหรอกคะ  ห้ามบิดขี้เกียจจริง ๆ  เพราะจะทำให้เกิดอาการท้องแข็ง เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนกับตอนที่เราบิดผ้าเปียก ๆ นั่นแหละน้ำที่ค้างอยู่ในผ้าจะไหลออกมา เช่นเดียวกับตอนเราบิดขี้เกียจเหมือนกัน ช่องท้องของเราปริมาตรจะเล็กลง ความดันในมดลูกก็สูงขึ้น ท้องก็เลยแข็ง

4. ห้ามกลั้นปัสสาวะ

อย่ากลั้นปัสสาวะ เพราะบริเวณดังกล่าวอยู่ตรงตำแหน่งที่มดลูกอยู่เดิมนั้น   เคยเป็นพื้นที่ของกระเพาะปัสสาวะมาก่อน   พอท้องโตขึ้นมากระเพาะปัสสาวะกับมดลูกก็เลยต้องเบียด  แย่งที่กันอยู่ตรงนั้น  ยิ่งท้องโตขึ้นเรื่อย ๆ กระเพาะปัสสาวะยิ่งจะถูกเบียดเล็กลงเรื่อย ๆ คุณแม่เลยต้องปัสสาวะบ่อยขึ้น คราวนี้หากกลั้นปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะก็จะโป่งมากขึ้น แล้วก็จะไปกดเบียดมดลูกจนมดลูกมีความดันสูงขึ้น ดังนั้น คุณแม่ก็มักจะท้องแข็งบ่อย ตอนกำลังจะปวดปัสสาวะ พอปัสสาวะออกไปแล้วอาการท้องแข็งก็บรรเทาลง

ทีนี้ทราบกันแล้วนะคะ  ว่าหากเกิดอาการท้องแข็งขึ้นมา  ไม่ควรทำพฤติกรรมใด  เพื่อความปลอดภัยของแม่และลูกน้อยนะคะ

ท้องแข็ง 2

ท้องแข็ง 2

อ่านอาการคนท้องไตรมาสสุดท้าย หน้าถัดไป

แม่ท้องต้องรู้ บวมแบบไหนอันตราย!?

นอกจากอาการท้องแข็งที่แม่ท้องต้องเจอในขณะตั้งครรภ์ ก็ยังมีอาการบวม ซึ่งอาการบวมเป็นอาการระหว่างตั้งครรภ์โดยมีภาวะแทรกซ้อน คุณแม่ต้องหมั่นสังเกตว่าอาการบวมที่ผิดปกตินี้ด้วย เพราะอาจส่งผลร้ายต่อทั้งคุณและลูกน้อยได้

  1. อาการบวมที่มีความเจ็บปวดร่วมด้วย โดยเฉพาะบริเวณขา ถ้ามาพร้อมความเจ็บเมื่อไหร่ เป็นไปได้ว่าคุณแม่อาจจะโดน “เส้นเลือดขอด” เล่นงานเข้าแล้ว
  2. หากมีอาการบวมที่มาพร้อมกับอาการปวดหัวไมเกรน หรรืการปวดหัวยาวนานที่ไม่หายไปสักที การมองเห็นภาพเบลอ และมองแสงจ้าไม่ได้ แสบตามเมื่ออยู่ท่ามกลางแสงแดด  เป็นไปได้ว่าคุณแม่อาจจะเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ (Pregnancy-induced Hypertension หรือ Pre-eclampsia
  3. อาการบวมร่วมกับการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก อาจเป็นอาหารหนึ่งของโรคหัวใจ ห้ามนิ่งนอนใจเด็ดขาดให้รีบไปโรงพยาบาลหรือติดต่อแพทย์โดยด่วนค่ะ
ท้องแข็ง3

ท้องแข็ง 3

อาการคนท้องไตรมาสสุดท้าย

อาการปกติของคนท้องไตรมาสสุดท้าย ได้แก่

  • มีความอุ้ยอ้ายมากขึ้นและเห็นได้ชัดเจนจากท้องที่ใหญ่และน้ำหนักตัวที่มากขึ้น – น้ำหนักในช่วงไตรมาสนี้ โดยรวมจะเพิ่มประมาณ 5 กิโลกรัม
  • เกิดอาการเจ็บท้องหลอก – เป็นอาการเจ็บท้องจากการหดรัดตัวของมดลูกในช่วงใกล้คลอด คล้ายกับการเจ็บท้องจะคลอดจริง ๆ แต่ยังไม่รุนแรง และจะเจ็บน้อยกว่า
  • อาการริดสีดวงทวาร – น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะเพิ่มแรงดันในร่างกายมากขึ้น ทำให้เส้นบริเวณทวารหนักเกิดการขยาย บวม หรือเกิดเส้นเลือดขอดจนอาจมีอาการริดสีดวงทวารได้
  • หายใจลำบาก – เมื่อมดลูกขยายตัว ดันอวัยวะด้านบนให้ขยับขึ้นไปดันกระบังลม ทำให้พื้นที่ปอดเหลือน้อยลง ขยายตัวได้ไม่เต็มที่ ทำให้เกิดการหายใจได้ลำบาก หายใจไม่อิ่ม หรือหายใจสั้นได้
  • มีอาการตัวบวม – นอกจากน้ำหนักที่ทำให้ร่างกายใหญ่ขึ้นแล้ว ในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่ส่วนใหญ่จะมีอาการบวมเกิดขึ้น เนื่องจากมีปริมาณน้ำสะสมตามเนื้อเยื่อมากกว่าปกติ
  • หน้าท้องขยายทำให้สะดือถูกดันจนราบหรือจุ่น และจะกลับมาเหมือนเดิมเมื่อหลังคลอด
  • มีอาการปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จาม หรือวิ่ง
  • รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น เนื่องจากศีรษะทารกลงไปเบียดกระเพาะปัสสาวะ
  • มีอาการนอนไม่ค่อยหลับหรือหลับไม่ค่อยสนิทเนื่องจากการเจ็บครรภ์เตือนหรือการดิ้นของทารกในครรภ์
  • กระดูกเชิงกรานจะเริ่มขยาย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาใกล้คลอดซึ่งอาจทำให้คุณแม่รู้สึกปวดหน่วงบริเวณข้อสะโพกหรือปวดหัวหน่าวเวลาเคลื่อนไหว

 

ที่มาของข้อมูล

http://diarylove.com/forum_posts.asp?TID=1931

http://www.childingeverything.com

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง :

ปวดท้องด้านซ้ายระหว่างตั้งครรภ์ เกิดจากสาเหตุ อันตรายไหม?

เทคนิคการหายใจสำหรับคนท้อง แม่ท้องเตรียมคลอดต้องฝึกการหายใจอย่างไรให้ถูกวิธี

ลูกดิ้นมาก จนแม่ปวดท้อง อันตรายไหม ทำไงดี

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner