คนท้องลื่นล้ม ล้มในห้องน้ำ ตกบันได หกล้ม ลูกในท้องจะเป็นอันตรายไหม?

คนท้องลื่นล้ม ล้มในห้องน้ำ ตกบันได หกล้ม ลูกในท้องจะเป็นอันตรายไหม?

คนท้องลื่นล้ม ลูกในท้องจะเป็นอะไรไหม คนท้องลื่นล้มไตรมาสไหนอันตรายและมีความเสี่ยงมากที่สุด คนท้องล้มควรไปหาหมอไหม อาการแบบไหนที่คุณแม่ควรไปพบแพทย์ทันที!

คนท้องลื่นล้ม จะเป็นอันตรายไหม?

คนท้องลื่นล้ม เป็นอุบัติเหตุที่ไม่อยากจะให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วคนท้องหลายคนก็จะเกิดอาการกระวนกระวายใจกลัวว่าลูกในท้องจะเป็นอันตราย ลูกในท้องจะไม่สมบูรณ์แข็งแรง บางคนก็กลัวว่าลูกในท้องจะแท้ง การที่คนท้องลื่นล้มไม่ว่าจะตกบันได เป็นลม ท้องกระแทกย่อมเกิดความเสี่ยงทั้งนั้น แต่อย่างไรก็ตามความรุนแรงจะมากหรือน้อยคุณแม่สามารถรู้ได้ และหากอาการแบบไหนที่คุณแม่ควรไปพบหมอโดยด่วน

คนท้องลื่นล้ม

คุณแม่ตั้งท้อง แล้วเกิดลื่นล้ม

คนท้องลื่นล้ม อันตรายมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

1.อายุของแม่

อายุของคุณแม่เป็นส่วนสำคัญที่จะบอกถึงระดับความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไป เพราะมักจะเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ได้ง่ายค่ะ ดังนั้น คุณแม่ควรรีบเข้าปรึกษาคุณหมอให้เร็วที่สุดหลังจากที่คุณแม่ลื่นล้ม หรือรถล้มค่ะถึงว่าคุณแม่จะไม่ได้รู้สึกว่าจะเป็นปัญหาที่รุนแรงก็ตาม

2.ลักษณะพื้นผิว

ลักษณะพื้นผิวที่คุณแม่ล้มจะมีผลต่อความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ได้เหมือนกันค่ะ เช่น เวลาที่คุณแม่ล้มบนพื้นที่แข็งจะได้รับแรงกระแทกที่แรงมากกว่าบนพื้นที่อ่อนนุ่ม อย่างไรก็ตามก็มีคุณแม่ที่คลอดลูกมาร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์แม้ว่าคุณแม่จะล้มมาก่อน

3.ท่าล้มของคุณแม่

ตราบใดก็ตามที่คุณแม่ท้องไม่ได้เอาหน้าหรือเอาท้องลง ทารกในครรภ์ก็ยังจัดได้ว่าปลอดภัยค่ะ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการกระแทกขึ้น จงจำไว้ว่า ทุกครั้งที่รู้สึกว่าตัวเองจะเป็นลม หน้ามืด หรือเกิดลื่นล้มขึ้นมาจริง ๆ ให้ใช้มือทั้งสองข้างลงก่อน เพื่อเป็นการช่วยประคองน้ำหนักของคุณแม่

คนท้องลื่นล้ม ล้มในห้องน้ำ ตกบันได หกล้ม ลูกในท้องจะเป็นอันตรายไหม?

ลูกในท้องจะเป็นอันตรายไหม? หากคุณแม่ลื่นล้ม

4.ช่วงเวลาของการตั้งครรภ์

ระยะเวลาที่คุณแม่ตั้งครรภ์ในแต่ละไตรมาส สามารถบอกได้ถึงระดับของความรุนแรงและความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับคนท้องได้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  1. คนท้องล้มช่วงไตรมาสที่ 1: ในช่วงไตรมาสนี้ หากคุณแม่เกิดหน้ามืดจนเผลอลื่นล้ม จะเกิดความเสี่ยงต่ออันตรายน้อยกว่าไตรมาสอื่นๆ ค่ะ ดังนั้น หลังจากคุณแม่ลื่นล้มอย่างเพิ่งตื่นตระหนกไป แนะนำให้คุณแม่นอนราบพักผ่อนเพื่อดูอาการก่อน เมื่อไหร่ที่คุณแม่รู้สึกว่ามีอาการปวดท้องมากๆ ให้รีบไปพบอพทย์ทันทีค่ะ
  2. คนท้องล้มในช่วงไตรมาสที่ 2: สำหรับคุณแม่ที่ลื่นล้มในช่วงไตรมาสนี้จะมีความเสี่ยงอันตรายกว่าไตรมาสแรกค่ะ เนื่องจากมดลูกไม่ได้อยู่ในบริเวณอุ้งเชิงกรานแล้วเวลาที่คุณแม่ล้มลงจึงอาจทำอันตรายต่อลูกในท้องรวมถึงตัวคุณแม่ได้ ซึ่งหลังจากที่คุรแม่ล้มแล้วควรสังเกตุอาการตัวเองว่าเป็นอย่างไร หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันที
    • มีเลือดออกจากช่องคลอด
    • ลูกในท้องไม่ดิ้นหรือไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ
    • เกิดการหดตัวของมดลูก
    • มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง
    • เมื่อกดท้องแ้วเกิดอาการเจ็บ
  3. คนท้องล้มในช่วงไตรมาสที่ 3: พอเริ่มเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ท้องคุณแม่จะเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นอบ่างชัดเจน หากคุณแม่มีอาการลื่นล้มไม่ว่าจะด้วยสาเหตุจากการเป็นลม อาการเหนื่อยล้า อุบัติเหตุ หรืออะไรก็ตาม การล้มในช่วงนี้จะยิ่งเพิ่มความรุนแรงมากไปอีก ซึ่งคุณแม่ควรสังเกตุดูอาการของตัวเองว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่ หากพบว่ามีควรพาตัวเองไปพบแพทย์ทันที
    • มีเลือดออกจากช่องคลอด
    • มีอาการวิงเวียงจะเป็นลม
    • ไม่รู้สึกว่าลูกดิ้นหรือมีอาการเคลื่อนไหว
    • น้ำคร่ำแตก
    • ปวดท้องเกร็งจากการหดตัวและหายใจไม่สะดวก
คนท้องลื่นล้ม ล้มในห้องน้ำ ตกบันได หกล้ม ลูกในท้องจะเป็นอันตรายไหม?

คนท้องล้ม ลูกในท้องจะเป็นอันตรายไหม?

ผลกระทบจาการ ลื่นล้มของคนท้อง มีอะไรบ้าง

บางครั้งการล้มของคุณแม่อาจไม่มีผลกระทบต่อลูกในท้องหรือคุณแม่ แต่ก็ประมาทไม่ได้เช่นเดียวกัน หากคุณแม่มีอาการดังที่กล่าวไว้ข้างต้น อย่าประมาทควรรีบไปพบแพทย์ทันทีนะคะ โดยผลกระทบที่คุณแม่และลูกน้อยได้รับ มีดังนี้

  • กระดูกของคุณแม่หัก
  • ลูกในท้องเกิดอาการบาดเจ็บที่บริเวณหัวกะโหลก
  • เกิดภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด
  • เกิดอาการเลือดทารกเข้าสู่กระแสเลือดของมารดา
คนท้องลื่นล้ม

วิธีการป้องกันไม่ให้ลื่นล้ม  ขณะที่คุณแม่กำลังตั้งท้อง

คนท้องควรป้องกันตนเองอย่างไรไม่ให้ล้ม

เวลาที่คนท้องลื่นล้มหรือเกิดอุบัตุเหตุจนทำให้ล้ม บางคนก็โชคดีที่ไม่เป็นไร แต่บางครั้งโชคก็ไม่ได้เข้าข้างคุณแม่เสมอไป อุบัตุเหตุสามารถป้องกันได้โดยที่คุณแม่ควรระมัดระวังมากขึ้น โดยมีวิธีดังนี้

  • สวมรองเท้ากันลื่น
  • เมื่อเห็นว่าพื้นลื่นควรเดินอย่างระมัดระวังมากขึ้น
  • พยายามใช้เสื่ออาบน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าสูง เพื่อไม่ให้น้ำหนักตัวโน้มไปข้างหน้ามากเกินไป
  • เดินช้าๆ ไม่ควรรีบจนเกินไป
  • พยายามยึดจับราวบันไดขณะขึ้นบันได
  • พยายามทานอาหารเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือด
  • หากคุณแม่รู้สึกว่าจะเป็นลม หน้ามืดแล้วละก็ ให้ค่อย ๆ หาที่นั่ง หรือยืนพิงพนักที่มีความแข็งแรงก่อน
  • พยายามหลีกเลี่ยงเดินบริเวณที่มีน้ำขัง และมีพื้นผิวที่ลื่นเปียก ไม่ว่าจะเป็นในครัวหรือห้องน้ำ หากจำเป็นต้องเข้าไปจริง ๆ ควรระมัดระวังให้มาก เพราะอาจจะมีคราบน้ำมัน หรือคราบสบู่ ยาสระผม ครีมอาบน้ำหลงเหลืออยู่ที่พื้นก็เป็นได้
  • ทุกครั้งที่ต้องขึ้นบันได ควรจับราวบันไดด้วยทุกครั้ง และค่อย ๆ ก้าวขึ้นลงอย่างระมัดระวัง

หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องอยู่ และคุณพ่อมือใหม่ที่ต้องคอยดูแลคุณแม่นะคะ พยายามดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีหมั่นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และระมัดระวังกิจกรรมที่เสี่ยงและก่อให้เกิดอันตรายต่อลูกในท้องด้วยค่ะ

ที่มา: beingtheparent


The Asianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพและสังคมคุณแม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น The Asianparent ที่ติดตามการตั้งครรภ์ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งาน เพื่อติดตามพัฒนาการทารกตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุดและผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ยังมีไลฟ์สไตล์และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว 

การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก The Asianparent เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง

เพราะเราเชื่อว่า “พ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง”


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

ปวดท้องด้านซ้ายระหว่างตั้งครรภ์ เกิดจากสาเหตุ อันตรายไหม?

อาการปวดท้องคลอดลูกเป็นอย่างไร อาการใกล้คลอด เจ็บท้องจริง เจ็บท้องหลอก

แม่ท้องอายุน้อย อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เสี่ยงภาวะซีดในหญิงตั้งครรภ์ อันตรายไหม

สาเหตุของการแท้งลูก และวิธีป้องกัน แม่จะป้องกันการแท้งบุตรได้อย่างไร

แพ้ท้องมาก อันตรายไหม วิจัยเผย แม่แพ้ท้องมีโอกาสที่จะไม่แท้ง! 

7 สิ่งที่ไม่ทำให้เกิดการแท้ง ทำสิ่งเหล่านี้ไม่ทำให้คุณแม่แท้ง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Khunsiri

app info
get app banner