คนท้องโดนฝุ่น PM2.5 ส่งผลต่อการคลอดไหม เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดหรือเปล่า ?

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ช่วงนี้ฝุ่นพิษหนักมาก และอันตรายมาก ประเทศไทยบางจังหวัดติดอันดับโลกเลย แบบนี้แม่ท้องต้องระวัง คนท้องโดนฝุ่น PM2.5 ส่งผลต่อการคลอดไหม กังวลว่าทารกในครรภ์อาจโดนผลกระทบ หากรับฝุ่นพิษมากเกินไป หากแม่ท้องกำลังสงสัยในเรื่องนี้ แม่ท้องคิดถูกแล้ว ส่งผลต่อการคลอดอย่างไร มาอ่านกัน

 

คนท้องเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงอันตราย

ผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบต่อร่างกายของทุกคนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ หรือเพศไหน แต่มีกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ออันตรายสูงอยู่ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ นอกจากคนท้องแล้ว ยังมีผู้สูงอายุ, เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว เป็นต้น หากร่างกายรับ PM2.5 มากเกินไป จะทำให้มีอาการ หรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

ในกลุ่มของคนท้อง สามารถทำให้เกิดความผิดปกติได้หลายอย่าง ทั้งที่เกิดกับตัวของคุณแม่เอง และที่เกิดกับทารกทั้งตอนที่อยู่ในครรภ์ และทารกแรกเกิด ซึ่งเกิดจากปริมาณสารพิษที่อยู่ในร่างกายมากเกินไป ดังนั้นก่อนออกจากบ้าน หรือแม้แต่อยู่ในพื้นที่บ้านบางจุด จะต้องระวังมากขึ้นด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง : ฝุ่น PM 2.5 !! กลับมาอีกแล้ว ป้องกันลูกน้อยจากมลพิษด้วย 8 วิธีง่าย ๆ

 

วิดีโอจาก : RAMA Channel

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

คนท้องโดนฝุ่น PM2.5 ส่งผลต่อการคลอดไหม

หากคุณแม่กำลังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมลพิษ PM2.5 ว่าจะส่งผลต่อการคลอดของคุณแม่หรือไม่ ข่าวร้าย คือ ฝุ่นพิษชนิดนี้ สามารถส่งผลต่อการคลอดของคุณแม่ได้จริง ๆ โดยภาวะที่มีความเสี่ยง คือ การคลอดก่อนกำหนดนั่นเอง ซึ่งอาการนี้ สามารถสังเกตได้จากอาการเตือนต่าง ๆ ได้แก่ มีอาการปวดช่วงเอวลงไป โดยอาการปวดจะเป็น ๆ หาย ๆ  มีอาการเจ็บท้องเป็นระยะ ๆ อาจมีอาการปวด 4 ครั้ง ภายใน 20 นาที มีมูกเลือดออกจากช่องคลอด นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตได้จากทารกในท้องดิ้นน้อยลงกว่าปกติ หากมีอาการเหล่านี้ในช่วงนี้ อย่ารอเวลาเด็ดขาดให้คุณแม่รีบไปพบแพทย์ในทันที

หากทารกคลอดก่อนกำหนด จะทำให้เกิดภาวะความผิดปกติหลายอย่าง เช่น ทารกหายใจได้ลำบากต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ, เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว, เส้นเลือดสมองเปราะแตกง่าย, การมองเห็นของทารกไม่ปกติ, มีโอกาสบกพร่องทางการได้ยิน ทารกติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่าย จากภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรง เพราะคลอดก่อนเวลา และมีผลต่อพัฒนาการรอบด้านในระยะยาวด้วย เป็นต้น ซึ่งทารกที่คลอดก่อนกำหนด จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิดที่สุดตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ไม่ใช่แค่การคลอดก่อนกำหนด แต่ยังส่งผลต่อแม่ท้องหลายด้าน

รศ.นพ.สมชาย ธนวัฒนาเจริญ ได้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับผลกระทบของ PM2.5 ต่อคนท้อง ซึ่งแน่นอนว่าการโดนฝุ่นไม่ได้ทำให้เกิดเพียงแค่การคลอดที่ผิดปกติเท่านั้น แต่ยังเกิดภาวะความผิดปกติอื่น ๆ ตามมาได้เช่นกัน ซึ่งแต่ละอาการ เป็นอาการที่น่าเป็นห่วง และมีความรุนแรง หากแม่ท้องไม่ระวัง ดังนี้

 

  • ทำให้ทารกตัวเล็ก : หากคุณแม่รับฝุ่น 5 มากเกินไป จะทำให้ส่งผลต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ จนทำให้ทารกแรกเกิดมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานได้ ประกอบกับระบบภูมิคุ้มกันของทารกที่ไม่สมบูรณ์ในช่วงแรกเกิด จะทำให้ทารกที่ตัวเล็กไม่แข็งแรง มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติ
  • ทารกตายเฉียบพลัน : โรคการเสียชีวิตเฉียบพลันในเด็กทารก (SIDS) หรือโรคใหลตาย เป็นความเสี่ยงที่รุนแรงมากจาก 5 สามารถสังเกตอาการได้จากทารกจะหยุดหายใจ หรือหายใจเสียงดัง และตัวเขียว หากพบอาการเหล่านี้ ให้รีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์โดยด่วน
  • เพิ่มความเสี่ยงออทิสติก : โรคออทิสติกเกิดจากความผิดปกติของสมองทารก ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้ว เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการที่แม่ท้องรับฝุ่นพิษ จนส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ จะสังเกตได้ตั้งแต่ตอนลูกอายุ 6 เดือน โดยลูกจะไม่ยิ้ม และไม่แสดงอารมณ์สนุกสนานออกมาเลย
  • เพิ่มความเสี่ยงครรภ์เป็นพิษ : เป็นหนึ่งในภาวะที่คุณแม่คงไม่อยากให้เกิด เพราะภาวะนี้ส่งผลต่อร่างกายได้หลายอย่าง เช่น ทำให้มีอาการบวม, สายตาพร่ามัว, ทารกโตช้า และอาจรุนแรงถึงขั้นชัก หมดสติ เป็นต้น นอกจากนี้ยังทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น เลือดออกในสมอง หรือรกลอกตัวก่อนกำหนด เป็นต้น

 

วิธีเลี่ยง PM2.5 เมื่อแม่ท้องต้องเดินทาง

ผลกระทบที่เกิดกับแม่ท้อง ทั้งการคลอดก่อนกำหนด และภาวะอื่น ๆ ทำให้แม่ท้องจะต้องระมัดระวังการรับฝุ่นพิษเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งสามารถทำได้ง่าย แต่ต้องมีระเบียบวินัย ดังนี้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

  • ยิ่งออกจากบ้านน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี แม่ท้องควรออกจากบ้านเมื่อจำเป็นเท่านั้น และเมื่อออกจากบ้านแล้ว จะต้องป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด
  • ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเมื่ออยู่นอกบ้าน โดยทั่วไปแล้ว หน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่น 5 ได้ดี คือ หน้ากากอนามัย N95
  • อยู่ห่างจากผู้ที่สูบบุหรี่ หรือในพื้นที่มีคนสูบบุหรี่ เพราะปริมาณในสารพิษในอากาศ ทำให้แม่ท้อง และทารกในครรภ์มีความเสี่ยงมากพอแล้ว
  • งดการเผาทุกอย่าง และเลี่ยงการใช้พาหนะส่วนตัว เป็นอีกช่องทางเล็ก ๆ ที่สามารถลดการเกิดฝุ่น หรือควันพิษกลุ่มใหม่ได้

บทความที่เกี่ยวข้อง : ชี้เป้า 10 เครื่องฟอกอากาศห้อยคอ ช่วยป้องกันฝุ่น PM 2.5 เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ !

 

 

แม่ท้องอยู่บ้านก็ต้องป้องกันตนเอง

  • เลี่ยงการเปิดหน้าต่างในช่วงที่มีฝุ่นมาก เพื่อทำให้พื้นที่ภายในอาคาร หรือตัวบ้านมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
  • ทำการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งอาจเป็นทางเลือกที่คนในยุคนี้เริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากปัญหาฝุ่นพิษที่เรื้อรังมานาน
  • ปลูกต้นไม้ฟอกอากาศ อาจไม่ได้ช่วยได้ทั้งหมด แต่เป็นตัวช่วยที่น่าสนใจ หากทำงานร่วมกับเครื่องฟอกอากาศ ต้นไม้ที่ฟอกอากาศได้ เช่น ต้นยางอินเดีย หรือพลูด่าง เป็นต้น
  • ทำความสะอาดบ้านมากขึ้น เพื่อลดฝุ่นที่อาจมาติดเกาะตามเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ทำให้เกิดอันตรายได้

 

เมื่อแม่ท้องต้องดูแลสุขภาพ แม้ว่าการไม่ใส่หน้ากากอนามัย เป็นทางเลือกในหลายจังหวัด แต่ตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่โรคไวรัสเท่านั้นที่ต้องระวัง ยังมีฝุ่นพิษอีกด้วย ดังนั้นในช่วงตั้งครรภ์ที่ต้องระวังเป็นพิเศษนี้ คุณแม่จะต้องให้ความสำคัญกับการดูแลตนเองให้มากที่สุดด้วย

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

คนท้องสวมหน้ากากอนามัย ได้นานขนาดไหน ส่งผลต่อลูกไหม

แนะนำ 11 เครื่องฟอกอากาศสำหรับเด็ก ที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย ซื้อติดบ้านได้เลย

10 หน้ากากอนามัย N95 ยี่ห้อไหนดี ได้มาตรฐาน ป้องกันละอองฝุ่น PM 2.5

ที่มา : chulalongkornhospital, bangkokhospital

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

บทความโดย

Sutthilak Keawon