ยาระงับปวดระหว่างตั้งครรภ์ คนท้องกินยาพาราแก้ปวดได้ไหม อันตรายหรือเปล่า?

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ถือเป็นยาสามัญประจำบ้านที่คนไทยรู้จักกันดี เป็นยาที่ทำหน้าที่บรรเทาอาการปวด และลดไข้ได้เป็นอย่างดี และมีความปลอดภัยต่อทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ก็อาจจะเกิดความวิตกกังวลบ้างใช่ไหมคะ ว่าขณะที่เรากำลังตั้งครรภ์อยู่สามารถใช้ ยาระงับปวดระหว่างตั้งครรภ์ ได้หรือเปล่า ยาพาราเซตามอลจะมีความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์หรือไม่ วันนี้เราได้รวบรวมคำตอบมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ

 

ยาระงับปวดระหว่างตั้งครรภ์ กินยาพาราลดปวดได้ไหม ?

แพทย์ถือว่ายาพาราเซตามอลมีความปลอดภัยต่อคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ แต่ปริมาณของยาพาราเซตามอลที่ใช้จะต้องกินตามน้ำหนักตัว นั่นก็คือ พาราเซตามอล 10-15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น ถ้าคุณแม่มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ก็สามารถกินยาพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัม 1 เม็ดได้เลยค่ะ แ

ต่ถ้าเกิดว่าคุณแม่มีน้ำหนักประมาณ 75 กิโลกรัม ก็จะต้องกินยาพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัม จำนวน 2 เม็ด หรือจะแบ่งกินเป็น 1 เม็ดครึ่งก็ได้ค่ะ และยาพาราเซตามอล ควรกินทุก ๆ 4-6 ชั่วโมง และไม่ควรกินเกิน 8 เม็ดต่อวันค่ะ

 

 

ทำไมจึงมักมีคำถามว่าคนท้องกินพาราได้ไหม ?

แน่นอนว่าการเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะวัยไหน เพศไหน ก็เลี่ยงการเจ็บป่วยไม่ได้อยู่แล้วแม้กระทั่งคนที่กำลังตั้งครรภ์เองก็เช่นกัน จึงไม่แปลกใจว่าทำไมคุณแม่ถึงต้องกังวลเรื่องการกินยาแก้ปวดเป็นพิเศษ เพราะต้องคำนึงถึงลูกน้อยในท้องด้วยค่ะ เพราะปกติคุณหมอจะไม่แนะนำให้คุณแม่ทานยาอะไรเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่แพทย์จ่าย

เพราะในช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่มีความเสี่ยงอยู่มากพอสมควรไม่ว่าจะเป็น ความเสี่ยงต่อการแท้ง เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด เสี่ยงทารกออกมาไม่สมบูรณ์ เป็นต้น

บทความที่เกี่ยวข้อง : ยาสามัญประจำบ้านที่คนท้องควรมี ยาที่ปลอดภัยทั้งแม่และลูก

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

คนท้องสามารถกินยาแก้ปวดเองได้ไหม ?

ยาระงับปวดระหว่างตั้งครรภ์ สำหรับคนท้องที่มีอาการปวดศีรษะ ปวดท้อง และต้องการกินยาเพื่อบรรเทาอาการปวดนั้น ขอแนะนำว่าไม่ควรซื้อยาแก้ปวดชนิดอื่น ๆ กินด้วยตัวเองเด็ดขาด เพราะไม่ใช่ยาแก้ปวดทุกตัวจะปลอดภัยต่อแม่ท้องเหมือนกับยาพาราเซตามอลค่ะ โดยเฉพาะยาบรรเทาอาการปวดจำพวกไอบูโพรเฟน คุณแม่ยิ่งต้องเลี่ยงให้ดีเลยค่ะ

เพราะการใช้ยาไอบูโพรเฟนช่วงไตรมาสสองและไตรมาสสามนั้น ถือว่ามีความเสี่ยงต่อครรภ์อย่างมากเลยค่ะ เช่น เสี่ยงต่อการเกิดภาวะปิดก่อนกำหนดของหลอดเลือด ดักตัส อาร์เทอริโอซัส ของทารกในครรภ์ เป็นต้น หากมีอาการปวดรุนแรงจนไม่สามารถทนได้ให้ไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยและจ่ายยาให้ตามอาการค่ะ

 

 

คนท้องปวดหัวกินยาอะไรได้บ้าง

หากมีอาการปวดหัวแบบธรรมดาที่ไม่รุนแรง ไม่ใช่ปวดหัวไมเกรน คุณแม่สามารถกินยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวได้เลยค่ะ แต่ใด ๆ ก็ตาม ระดับการปวดหัวของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากันอยู่แล้ว ดังนั้น วิธีที่ปลอดภัยที่สุดก็คือ คุณแม่ควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัย ให้คุณหมอได้จ่ายยาตามอาการจะดีกว่าซื้อยากินเองค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

บทความที่เกี่ยวข้อง : อาการปวดหัวตอนท้อง คนท้องปวดหัวกินยาอะไร ตั้งครรภ์ ปวดหัวแบบนี้อันตรายหรือเปล่า

 

ยาพาราเซตามอลยี่ห้อไหนที่คนท้องสามารถกินได้

ยาพาราเซตามอล ถือเป็นยาที่มีความปลอดภัยต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ ซึ่งยาพาราเซตามอลภายใต้ชื่อการค้าจะมีชื่อเรียกเฉพาะของตัวเอง เช่น ซีมอล, พานาดอล, พาราแคป, ซาร่า และไทลินอล โดยคุณแม่สามารถหาซื้อและใช้งานตามขนาดยาได้เลยค่ะ

 

1. คนท้องกินไทลินอลได้ไหม

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่ายาพาราเซตามอลมีอยู่หลายยี่ห้อ คุณแม่อาจจะเกิดความสับสนว่า ยาพาราเซตามอลยี่ห้อดังอย่างไทลินอลนั้น คนท้องกินยาพาราไทลินอลได้ไหม ซึ่งยาไทลินอลคุณแม่สามารถกินได้นะคะ ถือว่ามีความปลอดภัยอยู่ค่ะ และควรกินตามขนาดที่กำหนดเอาไว้ด้วย

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

2. คนท้องกินยาทิฟฟี่ได้ไหม

นอกเหนือไปจากยาพาราเซตามอลแล้ว ยังมียาที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาหวัด ลดไข้อย่างยาทิฟฟี่ด้วย ซึ่งก็ทำให้คุณแม่กังวลอยู่ไม่น้อยว่าสามารถกินได้ไหม ซึ่งยาทิฟฟี่เขามีส่วนผสมของ Phenylephrine hydrochloride ที่ช่วยลดอาการคัดจมูกด้วย แม้จะไม่เคยมีคนบอกว่าปลอดภัยต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าปลอดภัยต่อแม่ท้องเช่นเดียวกัน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย คุณแม่ควรปรึกษากับคุณหมอก่อนทานค่ะ

 

 

สาเหตุที่ทำให้แม่ท้องมักปวดหัวคืออะไร ?

ช่วงระยะเวลาของการตั้งครรภ์ คุณแม่มักจะมีอาการต่าง ๆ มากมายรายล้อมอยู่รอบตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นที่มักเกิดอยู่เป็นประจำก็คืออาการปวดหัว ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ท้องได้ 1 เดือนเลยค่ะ โดยมีสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้

 

1. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง

ช่วงที่ตั้งครรภ์คุณแม่จะมีความเปลี่ยนแปลงมากมาย โดยเฉพาะฮอร์โมนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ ทั้งโปรเจสเตอโรน, เอสโตรเจน, ฮิวแมนคอริโอนิกโกนาโดโทริฟิน (HCG), ฮิวแมนพลาเซนต้าแลกโตรเจน (hPL) ล้วนแต่มีอิทธิพลทำให้คุณแม่รู้สึกปวดหัวได้ค่ะ

 

2. อาการขาดน้ำกะทันหัน

การที่คุณแม่อาเจียนเพราะแพ้ท้องและปัสสาวะบ่อย ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คุณแม่มีอาการขาดน้ำแบบกะทันหัน หากร่างกายไม่ได้รับน้ำที่เพียงพอต่อวันก็มักจะทำให้เกิดการปวดหัวตามมาได้ค่ะ ฉะนั้นคุณแม่ควรดื่มน้ำในแต่ละวันให้พอดีกับที่ร่างกายต้องการด้วยค่ะ และพยายามกินอาหารและผลไม้ที่มีน้ำมาก ๆ ด้วยค่ะ

 

3. ความอ่อนเพลีย ความเครียด

การที่คุณแม่ร่างกายอ่อนเพลีย สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่ออาการปวดหัวทั้งนั้นเลยค่ะ ซึ่งความอ่อนเพลียอาจจะมาจากคุณแม่นอนหลับไม่สนิท หรืออาจจะพักผ่อนไม่เพียงพออย่างน้อย 8-10 ชม. ที่สำคัญต้องไม่ปล่อยให้ท้องว่างนาน ๆ ด้วยนะคะ เพราะความหิวก็มีส่วนทำให้คุณแม่ปวดหัวได้เช่นเดียวกัน ที่สำคัญอย่าลืมหากิจกรรมที่ทำให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลายด้วยค่ะ เช่น อ่านหนังสือ เล่นโยคะ เดินเล่น เป็นต้น

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

4. สภาพอากาศ

การที่คุณแม่อยู่ในที่อากาศร้อน ๆ หรืออยู่ในที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านอากาศไม่ถ่ายเท ก็มีส่วนทำให้ปวดหัวได้ง่ายมากเลยค่ะ

 

เพื่อไม่ให้อาการปวดหัวสร้างทรมานให้กับคุณแม่ แนะนำให้ออกกำลังกายเบา ๆ และทำบรรยากาศภายในบ้านให้สดชื่น ที่สำคัญต้องฝึกหายใจให้ถูกวิธีด้วยนะคะ โดยหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกอย่างช้า ๆ วิธีนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้ดีมากเลยค่ะ

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

คนท้องไม่ควรกินยาอะไร ยาแก้ปวดที่คนท้องห้ามกิน มีผลต่อหัวใจและหลอดเลือดลูกในท้อง

วิธีแก้ปวดหัวอย่างปลอดภัยในช่วงตั้งครรภ์ คนท้องกินยาแก้ปวดอะไรได้บ้าง

ไขข้อข้องใจให้แม่ท้อง คนท้องกินยาแก้ปวดท้องได้ไหม ?

ที่มา : enfababy., enfababy

บทความโดย

supasini hangnak