มุมมองการเลี้ยงลูกแบบหมอ ๆ จากคุณแม่นุ่น เป็นหมอทั้งบ้าน จัดสรรเวลาให้ลูกยังไง

มุมมองการเลี้ยงลูกแบบหมอ ๆ จากคุณแม่นุ่น เป็นหมอทั้งบ้าน จัดสรรเวลาให้ลูกยังไง

แม่ในหลากหลายสาขาอาชีพ ก็มีวิธีการเลี้ยงลูกต่างกันออกไป เราจะชวนมาดู มุมมองการเลี้ยงลูกแบบหมอ ๆ จากคุณแม่นุ่น เป็นหมอทั้งบ้าน หาเวลาให้ลูกยังไง

มุมมองการเลี้ยงลูกแบบหมอ เป็นหมอทั้งบ้าน จัดสรรเวลาให้ลูกยังไง ?

คุณแม่แต่ละบ้าน หลากหลายสาขาอาชีพ ย่อมต้องมีวิธีการเลี้ยงลูกต่างกันออกไป วันนี้เราเลยจะชวนมาดู มุมมองการเลี้ยงลูกแบบหมอ ๆ จากคุณแม่นุ่น ที่เป็นหมอทั้งบ้าน ยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลา แบบนี้ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ จะจัดสรรเวลาให้ลูกยังไง แถมยังมีเรื่องโควิด (COVID-19) มาให้กังวลเพิ่มอีก

มุมมองการเลี้ยงลูกแบบหมอ

สำหรับบ้านคุณแม่หมอนุ่นนั้น มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน อายุเพียง 2 ปี 8 เดือน เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังเด็กอยู่เลย ในขณะที่คุณพ่อ และคุณแม่ ทำงานเป็นหมอทั้งคู่ ต้องเข้าเวรตลอด

มุมมองการเลี้ยงลูกแบบหมอ

คุณแม่นุ่นนั้นเป็นอายุรแพทย์ ส่วนคุณพ่อเป็นศัลยแพทย์ ต้องไปดูคนไข้ ​(Ward​ round)​ ทุกวัน ไม่เว้นวันเสาร์​ อาทิตย์ ​และวันหยุดราชการ

โดยในเวลาราชการ จะทำงานทุก วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 8.30 - 16.30 น. มีบางครั้งที่ต้องอยู่เวร นอกเวลาราชการ เวลา 16.30 - 8.30 น. ซึ่งคุณแม่อยู่เวร 15 วันต่อเดือน คุณพ่ออยู่เวร 10 วันต่อเดือน

มุมมองการเลี้ยงลูกแบบหมอ

นอกจากนั้น บ้านนี้ยังไม่มีพี่เลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงกันเอง เวลาพ่อแม่ไปทำงาน ลูกจะไปอยู่ Daycare ของโรงพยาบาล ตั้งแต่อายุ 5 เดือน (หลังคุณแม่ลาคลอด แล้วกลับไปทำงาน) และมีปู่ ย่า ยาย มาช่วยเลี้ยงบ้าง ในช่วงกลางวัน วันเสาร์อาทิตย์ที่คุณพ่อคุณแม่เข้าเวร

 

เป็นหมอทั้งบ้าน งานยุ่ง มีเวลาให้ลูกน้อยลงมั้ย ?

การที่พ่อแม่เป็นหมอทั้งบ้านแบบนี้ ในความคิดของคนอื่น ๆ จะต้องมีบ้างแหละ ที่คิดว่า แบบนี้จะเอาเวลาที่ไหนเลี้ยงลูก จะมีเวลาให้ลูกน้อยลง จนห่างเหินหรือไม่

เป็นหมอทั้งบ้าน หาเวลาให้ลูกยังไง

แต่สำหรับบ้านคุณแม่นุ่น ขอบอกเลยว่า ไม่มีปัญหาเรื่องนี้เลยค่ะ เนื่องจากอยู่กัน 3 คน พ่อแม่ลูก เลี้ยงกันเอง ผลัดกันดูแลลูกอยู่แล้ว เวลาที่ให้ลูกน้อย จึงไม่ได้น้อยลงแต่อย่างใด

และการเป็นหมอ ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกห่างเหินกับลูก เพราะด้วยความที่ เลี้ยงลูกกันเอง พ่อไม่ว่างก็อยู่กับแม่ แม่ไม่ว่างก็อยู่กับพ่อแทน ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวจึงยังแน่นแฟ้น ไม่ได้รู้สึกว่าเวลาที่ให้ลูกน้อยลง

เป็นหมอทั้งบ้าน หาเวลาให้ลูกยังไง

ด้วยความที่บ้านนี้ลูกเล็ก น้องอายุเพียง 2 ขวบกว่า ๆ เท่านั้น จึงมีงอแงบ้าง เวลาที่พ่อแม่ต้องไปทำงาน แต่ไม่มากค่ะ​ เหมือนเขาจะชิน เพราะเห็นพ่อแม่ทำงานแบบนี้มาตลอด​ พ่อแม่จะคอยบอกลูกตลอดว่า มีคนไข้ไม่สบาย พ่อแม่ต้องไปรักษา ลูก​ก็​พอรู้เรื่องบ้างค่ะ

เป็นหมอทั้งบ้าน หาเวลาให้ลูกยังไง

สำหรับบ้านที่เป็นหมอทั้งบ้าน แบบบ้านคุณแม่นุ่น อาจจะได้ไปเที่ยว พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัวไม่บ่อยนัก ไปเที่ยวที่ไกล ๆ น้อย เพราะพ่อแม่อยู่เวรบ่อย หาเวลาว่างที่ตรงกันยาก

การเลี้ยงลูก

ส่วนมากแล้ว จะพาลูกไปเที่ยวใกล้ ๆ อย่างเช่น ร้านกาแฟ ฟาร์มแถว ๆ บ้าน แล้วก็ไปบ้านปู่ย่าตายายค่ะ

 

การแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19 (COVID-19) กระทบกับครอบครัวมั้ย ?

ในเรื่องการแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19 (COVID-19) แน่นอนว่า ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ยิ่งสำหรับบ้านที่พ่อแม่เป็นหมอ ทำงานในโรงพยาบาลแล้ว ยิ่งมีความเสี่ยงสูง

มุมมองการเลี้ยงลูกแบบหมอ

โดยเฉพาะคุณแม่นุ่น เนื่องจากคุณแม่เป็นอายุรแพทย์ มีหน้าที่รับผิดชอบดูแล ผู้ต้องสงสัย และผู้ป่วยโควิด-19 (COVID-19) ของโรงพยาบาล

จึงมีความกังวลมาก ว่าจะเอาเชื้อโรคเข้ามาติดลูกเล็กที่บ้าน แต่ก็ได้พยายามป้องกันให้ดีที่สุด เวลาทำงานเสร็จ คุณแม่จะอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนสัมผัสลูกทุกครั้ง

มุมมองการเลี้ยงลูกแบบหมอ

ถ้าจะให้แนะนำคุณ​แม่ท่านอื่น ๆ ทั้งในฐานะแม่ และในฐานะหมอ ก็คือ​ กังวลได้ แต่ต้องมีสติค่ะ​ คอยติดตามข่าวสาร ประเมินสถานการณ์​ และป้องกันอย่างเหมาะสม ​ไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป

 

กังวลกับการเปิดเทอมของลูกมั้ย สอนน้องรับมือกับโควิด (COVID-19) ยังไง ?

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (COVID-19) สร้างความกังวลให้กับหลาย ๆ บ้าน โดยเฉพาะเวลาที่ลูกต้องเปิดเทอม กลับไปโรงเรียน แน่นอนว่า บ้านของคุณแม่นุ่นก็เช่นกัน มีความกังวลในระดับหนึ่ง

เป็นหมอทั้งบ้าน หาเวลาให้ลูกยังไง

แต่โรงเรียนก็เลื่อนเปิดเทอมมา รอให้สถานการณ์​ค่อนข้างดี แล้วค่อยกลับมาเปิด จึงคลายกังวลได้ระดับนึง​ ประกอบกับทางโรงเรียน ก็​มีมาตรการ​ต่าง ๆ ในการป้องกันการติดเชื้อค่อนข้างดี

เรื่องสอนลูก ในการรับมือกับโรคโควิด-19 (COVID-19) เนื่องจากน้องยังเล็ก ส่วนใหญ่เขายังไม่ค่อยรู้เรื่อง เลยจะเน้นให้ใส่หน้ากาก และล้างมือบ่อย ๆ แทน

 

เป็นหมอทั้งบ้านแบบนี้ อยากให้น้องเป็นหมอด้วยมั้ย ?

คำถามนึง ที่น่าจะอยู่ในใจแม่ ๆ บ้านอื่น คือ จะอยากให้ลูกเป็นหมอด้วยหรือไม่ เนื่องจากทั้งพ่อและแม่ เป็นหมอทั้งบ้านแบบนี้ บวกกับกระแสสังคม เรื่องการเป็นหมอได้คือเก่ง เป็นอาชีพที่มั่นคง และเงินเดือนดี

การเลี้ยงลูก

สำหรับบ้านแม่หมอนุ่น คุณแม่ได้บอกว่า รู้สึกเฉย ๆ ค่ะ ไม่บังคับให้เป็น แต่ถ้าลูกอยากเป็นหมอด้วยตัวเอง ก็จะไม่ห้าม คงจะสนับสนุนเต็มที่ และแนะนำให้เลือกเรียนต่อเฉพาะทาง ในด้านที่งานไม่หนักจนเกินไป

การเลี้ยงลูก

และทั้งหมดนี้ก็เป็น มุมมองในการเลี้ยงลูกแบบหมอ ๆ จากบ้านคุณแม่นุ่น ที่แม่ ๆ บ้านอื่น สามารถนำไปปรับใช้กับบ้านตัวเองได้ ทาง theAsianparent Thailand ต้องขอขอบคุณคุณแม่นุ่น ที่มาร่วมแชร์มุมมองการเลี้ยงลูกกับเราด้วยค่ะ

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

วิธีเก็บเงินแบบแม่ญี่ปุ่น เก็บเงินอย่างไรให้เหลือเยอะๆ เคล็ดลับแม่บ้านญี่ปุ่น

ชวนทำเมนู ขนมปังหน้าหมู เมนูของว่างทำง่าย อิ่มอร่อยได้ทั้งบ้าน

500 ชื่อเล่นลูกสาว สองพยางค์ ชื่อลูกสาวน่ารักๆ เพราะๆ เก๋ๆ ไม่ซ้ำใคร

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

PP.

app info
get app banner