ถ้ายังไม่มีลูก คุณอาจคิดว่า “แค่มีเด็กตัวเล็ก ๆ เพิ่มมาอีกคนในบ้าน มันจะเปลี่ยนแปลงอะไรนักหนา” แต่พอมีลูกปุ๊บ! โลกทั้งใบของคุณจะหมุนไปอีกทางแบบไม่ทันตั้งตัวเลยค่ะ ในบทความนี้เราจะพาคุณแม่ (และว่าที่คุณแม่) มาพูดคุยกันแบบตรง ๆ ว่า สิ่งที่จะเปลี่ยนไปหลังจากมีลูก มีอะไรบ้าง และเราจะอยู่กับมันยังไงให้รอด แถมยังมีความสุขไปพร้อม ๆ กับเจ้าตัวเล็กด้วย
12 สิ่งที่จะเปลี่ยนไปหลังจากมีลูก
1. ตารางชีวิตของคุณ = ตารางของลูก
ก่อนมีลูก เราเคยวางแผนอะไรได้เป๊ะมาก ใช้เวลาไปกับกาแฟยามบ่าย ซีรีส์ยามดึก หรือทริปสั้น ๆ แบบไม่ต้องขอใคร แต่พอมีลูก ตารางชีวิตของคุณจะถูก “ยึดครอง” อย่างเป็นทางการค่ะ ตั้งแต่รอบให้นม การกล่อมนอน เวลาพาไปหาหมอ หรือแม้แต่จะอาบน้ำ ยังต้องลุ้นว่าจะมีเวลาไหม! ชีวิตหลังมีลูกจะกลายเป็นตารางเวรที่แม่ต้องเข้าเวรทั้งกลางวันกลางคืนแบบไม่มีค่าล่วงเวลา
2. เวลาส่วนตัว = ของหายาก
เคยไหม แค่อยากไปห้องน้ำเงียบ ๆ สัก 5 นาที ก็ยังไม่ได้! มีลูกแล้ว เวลาส่วนตัวกลายเป็นของหายาก ไม่ว่าจะเป็นการนอนเต็มอิ่ม การกินข้าวโดยไม่ต้องป้อนอีกคน หรือแม้แต่การนั่งนิ่ง ๆ กับตัวเอง แต่แน่นอนว่า มันจะดีขึ้น! เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น คุณจะค่อย ๆ เอาเวลาของตัวเองคืนมาได้ค่ะ
3. ร่างกายไม่เหมือนเดิม แต่หัวใจกว้างขึ้น
หลังคลอด บางคนอาจเจอกับพุงลอย ก้นขยาย นมหย่อน หรือสิวฮอร์โมน แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจของเราก็เติบโตขึ้นอีกเท่าตัว แม่หลายคนเล่าเหมือนกันว่า “ตั้งแต่มีลูก เราอ่อนโยนขึ้น ใจเย็นขึ้น และเห็นค่าของการมีชีวิตมากขึ้น” ใช่ค่ะ ร่างกายอาจจะเปลี่ยน แต่คุณค่าของคุณไม่ได้ลดลงเลย
4. ความสัมพันธ์กับสามี เปลี่ยนไป (แต่ไม่จำเป็นต้องแย่ลง)
คู่รักหลายคู่ ทะเลาะกันหนักช่วงหลังมีลูก เพราะต่างคนต่างเหนื่อย ไม่มีเวลาสวีท ไม่มีเวลาเข้าใจกัน บางคนถึงขั้นห่างเหินจนเหมือน “รูมเมทที่มีลูกด้วยกัน” แต่ถ้าผ่านจุดนั้นไปได้ ความรักจะลึกซึ้งขึ้น เพราะเราได้เห็นกันในมุมอ่อนแอที่สุด ทุ่มเทที่สุด และเหนื่อยที่สุดของกันและกันมาแล้ว
5. เงินจะไม่ใช่ของคุณอีกต่อไป
ก่อนมีลูก เงินเดือนเข้า = ช้อปปิ้ง เติมสกินแคร์ เที่ยวสิ้นเดือน
หลังมีลูก เงินเดือนเข้า = นมผง ผ้าอ้อม ค่าวัคซีน โรงเรียนอนุบาล และแม่จะกลายเป็นนักบัญชีมืออาชีพแบบไม่รู้ตัว
สิ่งที่จะเปลี่ยนไปหลังจากมีลูกคือ “มุมมองเรื่องเงิน” คุณจะเริ่มคิดว่า “ของเล่นชิ้นนี้คุ้มไหม?” “ของใช้ลูกปลอดภัยพอหรือเปล่า?” มากกว่าการคิดว่า “เราอยากได้อะไร”

6. เพื่อนบางคนจะหายไป และคุณจะเจอเพื่อนใหม่
เมื่อคุณเริ่มเล่าเรื่องลูกเป็นชั่วโมง เพื่อนบางคนอาจเริ่มเงียบ ๆ หายไป (ซึ่งก็ไม่เป็นไรนะคะ) แต่คุณจะได้พบแม่ ๆ คนอื่น ๆ ที่เข้าใจในเรื่องเดียวกันกับคุณ เช่น ลูกไม่ยอมนอน หรือ ลูกกัดนมแม่ พวกเขาจะกลายเป็นกำลังใจที่ดีที่สุด ในวันที่คุณรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ
7. ความกลัวจะเพิ่มขึ้น (พร้อมความกล้าที่ยิ่งใหญ่)
ก่อนมีลูก กลัวหมอ กลัวเจ็บ กลัวสังคมไม่ยอมรับ หลังมีลูก แม่สามารถพุ่งเข้าโรงพยาบาลกลางดึกคนเดียว เพราะลูกเป็นไข้ได้ แม่สามารถยืนเถียงกับหมอได้ ถ้ารู้สึกว่าลูกถูกละเลย แม่สามารถทนอดนอน 3 คืนติดกัน โดยไม่ร้องไห้ แม่จะกลัวหลายอย่างมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องแต่เกี่ยวกับลูก แล้วก็กล้าหลายอย่างมากขึ้นเช่นกัน
8. มุมมองต่อพ่อแม่เปลี่ยนไป
เคยรู้สึกว่าแม่เราบ่นเยอะ ดุเกิน หรือหวงเกินเหตุ พอมีลูกเท่านั้นแหละ “ฉันเข้าใจแม่แล้ว” กลายเป็นประโยคยอดฮิต คุณจะเริ่มเห็นค่าของการเสียสละ เข้าใจความห่วงใยในแบบที่เคยรำคาญ และอาจรู้สึกเสียใจ ที่ไม่เข้าใจท่านมาก่อน
9. สุขน้อยลง แต่สุขลึกขึ้น
ใช่ค่ะ เราอาจไม่มีความสุขแบบเดิมอีก แต่เราจะเริ่มยิ้ม เพราะฟังลูกพูดคำแรก ร้องไห้ เพราะลูกเดินได้ รู้สึกภูมิใจ เพราะลูกทำการบ้านได้เอง มันคือความสุขแบบลึก ๆ ที่ไม่มีใครเข้าใจได้ นอกจากคนเป็นแม่
10. บ้านจะรกขึ้น แต่ใจจะอบอุ่นขึ้น
ลืมไปเลยกับบ้านที่เคยเป๊ะ! หลังมีลูก บ้านอาจเต็มไปด้วยของเล่น ผ้าอ้อม กองผ้า กองขวดนม แต่กลับอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ กลิ่นนมเด็ก และเสียงตะโกนเรียก “แม่!”
11. คุณจะรู้จักคำว่า “เหนื่อยแต่มีความสุข”
เหนื่อยจนอยากจะหายไปจากโลก แต่พอเห็นลูกยิ้มทีเดียว ความเหนื่อยก็หายไปเฉย ๆ ชีวิตหลังมีลูก จะเปลี่ยนคุณจาก “คนที่อยากมีทุกอย่าง” กลายเป็น “แม่ที่แค่ลูกมีความสุข ก็พอแล้ว”
12. ความเป็นตัวเองอาจหายไปชั่วคราว แต่จะกลับมาอย่างเข้มแข็งกว่าเดิม
คุณอาจรู้สึกว่า “ฉันไม่ใช่ฉันอีกต่อไป” ไม่แต่งหน้า ไม่ออกไปเที่ยว ไม่ได้ทำงาน แต่เชื่อเถอะค่ะ ตัวตนของคุณยังอยู่ตรงนั้นเสมอ และเมื่อเวลาผ่านไป คุณจะกลับมาในเวอร์ชันที่แข็งแกร่ง อ่อนโยน และเข้าใจโลกมากขึ้น

รับมือกับ สิ่งที่จะเปลี่ยนไปหลังจากมีลูก ยังไงให้รอด และยังยิ้มได้?
พออ่านมาถึงตรงนี้ แม่หลายคนคงนั่งพยักหน้าแรง ๆ แล้วคิดว่า “ก็รู้แหละว่ามันจะเปลี่ยน แต่จะอยู่กับมันยังไงไม่ให้พัง?” เราเลยจะพาไปดูวิธีรับมือกับ “สิ่งที่จะเปลี่ยนไปหลังจากมีลูก” เพื่อให้แม่ทุกคนยังเป็นตัวของตัวเอง ยังหัวเราะได้ แม้ชีวิตจะวุ่นวายไปหมดแล้วก็ตาม!
1. ไม่ต้องพยายามเป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบ
คำว่า “ซูเปอร์มัม” มันน่าภูมิใจ แต่ถ้าแลกมาด้วยความเครียด นอนไม่หลับ น้ำหนักลดแบบไม่มีความสุข มันไม่คุ้มหรอกค่ะ แม่ไม่ต้องสมบูรณ์แบบทุกวันก็ได้ แค่ “พยายามอย่างเต็มที่ในวันนั้น ๆ” ก็พอแล้ว ท่องไว้ ลูกไม่ต้องกินอาหารออร์แกนิกทุกมื้อก็โตได้ เสื้อผ้าไม่ต้องรีดทุกตัว บ้านไม่ต้องสะอาด 24 ชั่วโมง แม่ที่ยิ้มได้ เป็นแม่ที่ดีที่สุดแล้วค่ะ
2. ขอความช่วยเหลือ ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่ง
แม่หลายคนรู้สึกผิด ถ้าต้องขอให้พ่อช่วยเลี้ยงลูก หรือกลัวว่าคนอื่นจะคิดว่า เราบ่นเยอะ ถ้าพูดว่า “เหนื่อย” แต่ในความเป็นจริง การขอความช่วยเหลือคือ ความกล้า กล้าที่จะรักตัวเองพอ กล้าที่จะไม่แบกไว้คนเดียว ลองคิดใหม่ทำใหม่ เช่น ขอให้พ่อแบ่งเวรกลางคืน บอกแม่ว่าเราขอเวลา 1 ชั่วโมงต่อวันอยู่กับตัวเอง พูดคุยกับเพื่อนแม่ออนไลน์ แชร์เรื่องราวกัน เพราะแม่ไม่ได้ต้องเก่งที่สุด แค่ไม่ต้องล้มคนเดียวก็พอค่ะ
3. ปล่อยให้ตัวเองพังบ้างก็ได้
บางวันลูกไม่หยุดร้อง บางคืนสามีกลับบ้านดึก บางช่วงเงินหมดกลางเดือน ถ้าคุณอยากร้องไห้ อยากบ่น อยากนอนนิ่ง ๆ โดยไม่ทำอะไร อนุญาตให้ตัวเองทำได้เลยค่ะ! แม่ก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่หุ่นยนต์ การยอมรับความรู้สึกของตัวเอง = ทางออกของความเครียดที่ดีสุด
4. ใส่ใจกับสุขภาพจิตตัวเองเท่ากับลูก
คุณแม่หลายคนพยายามให้ลูกมีความสุข กินดี อยู่ดี แต่ลืมดูแล “ใจ” ของตัวเอง รู้ไหมคะว่า แม่ที่สุขภาพจิตดี ลูกก็จะเติบโตมาอย่างมั่นคง เพราะเด็กซึมซับอารมณ์ของพ่อแม่ได้เกิน 90% โดยเฉพาะในช่วง 0–3 ปีแรก สิ่งง่าย ๆ ที่ช่วยดูแลใจแม่ได้ เช่น นั่งจิบกาแฟตอนเช้า เดินคนเดียวหน้าบ้าน 5 นาที ฟังเพลงตอนกล่อมลูก เขียนไดอารี่ความรู้สึกของตัวเอง

5. ไม่เปรียบเทียบตัวเองกับแม่คนอื่น
บนโลกออนไลน์มีแม่ที่ลูกกินผักได้ทุกวัน แม่ที่ลูกพูดอังกฤษตั้งแต่ 2 ขวบ แม่ที่รูปร่างกลับมาฟิตใน 1 เดือน แต่ขอให้รู้ว่า สิ่งที่คุณเห็น มันแค่เศษเสี้ยวของชีวิตเขาเท่านั้น ไม่มีแม่คนไหนที่เพอร์เฟกต์ตลอดเวลา และคุณก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นด้วย คุณมีค่ามากพอในแบบของคุณ และลูกก็ต้องการ “แม่ที่เป็นคุณ” ไม่ใช่แม่ของคนอื่น
6. อย่าลืมความฝันของตัวเอง
หลังมีลูก หลายคนพับเก็บความฝันไว้ในลิ้นชัก บางคนหยุดเรียน หยุดทำงาน หรือหยุดพัฒนาตัวเองเพื่อลูก ใช่ค่ะ เราทำเพื่อเขาได้ แต่ขออย่าลืมว่า แม่ก็เป็นคนที่มีฝัน มีชีวิต มีเส้นทางของตัวเองเช่นกัน อาจจะช้าลง เดินช้าลง พักบ่อยขึ้น แต่คุณยังมีสิทธิ์เดินไปหาความฝันของคุณเสมอ เพราะลูกจะได้เห็นว่า “แม่ของเขาเป็นผู้หญิงที่มีเป้าหมาย และไม่ทิ้งตัวเอง”
7. จำไว้ว่า ทุกอย่างเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่ง
ลูกจะไม่ร้องกลางคืนตลอดไป ลูกจะไม่ติดคุณจนไปไหนไม่ได้ตลอดไป คุณจะไม่ได้เหนื่อยเท่านี้ตลอดชีวิต ความเหนื่อยในตอนนี้ คือ “ช่วงเวลาหนึ่ง” ที่ผ่านไปแล้วจะคิดถึง เก็บมันไว้เป็นความทรงจำ และบอกตัวเองในทุกเช้าว่า “แม่คนนี้เก่งมากที่ยังยืนอยู่ตรงนี้”
การเปลี่ยนแปลงหลังมีลูก อาจเหมือนคลื่นที่ซัดไม่หยุด แต่ถ้าแม่ยังรู้จักดูแลใจตัวเอง ยืดหยุ่นกับชีวิต และให้กำลังใจตัวเองทุกวัน คลื่นลูกใหญ่แค่ไหน ก็ทำอะไรแม่คนนี้ไม่ได้แน่นอนค่ะ! จำไว้เสมอว่า “สิ่งที่จะเปลี่ยนไปหลังจากมีลูก” มีมากมาย แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือ หัวใจของแม่ที่รักลูกหมดใจ และยังรักตัวเองได้ด้วย
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
วิทยาศาสตร์ยืนยัน! แค่ได้ยินเสียงลูกร้อง สมองของแม่ ก็เปลี่ยนแปลงทันที
12 วิธี เลี้ยงลูกให้คิดเป็น ในยุคที่ AI ตอบทุกอย่างให้หมด
120 คำคมฮีลใจ แคปชั่นให้กำลังใจแม่ ส่งพลังให้แม่ในวันที่แสนหนัก
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!