เรียนบัลเล่ต์เร็วเกินไปทำให้นิ้วเท้าผิดรูป

เรียนบัลเล่ต์เร็วเกินไปทำให้นิ้วเท้าผิดรูป

นอกจากที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องตรวจสอบประวัติของโรงเรียนและคุณครูผู้สอนแล้ว ควรที่จะตรวจสอบให้แน่ชัดด้วยว่าลูกของเรานั้นเล็กเกินกว่าที่จะเรียนบัลเล่ต์หรือเปล่า สถาบันสอนการเต้นชื่อดังในอังกฤษ Royal Academy of Dance เตือนว่า การที่ผู้ปกครองส่งบุตรหลานไปเรียนเต้นบัลเล่ต์กับครูที่ไม่มีความเชี่ยวชาญโดยตรงหรือให้ลูกเรียนเร็วกว่าเกณฑ์อาจก่อให้เกิดปัญหาการบาดเจ็บมากมายตามมาได้

เรียนบัลเล่ต์เร็วเกินไปทำให้นิ้วเท้าผิดรูป

 

ในช่วงวัยที่ลูกกำลังเจริญเติบโต พ่อแม่หลายคนก็อยากจะส่งเสริมกิจกรรมนอกห้องเรียน ให้ลูก ๆ ได้เรียนรู้ รวมถึงส่งเสริมให้ลูก ๆ มีความสามารถพิเศษตามแต่ที่พวกเขาสนใจ บัลเล่ต์ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่พ่อแม่หลายคู่เลือกให้ลูกน้อยได้เรียนรู้ตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อหวังจะเห็นพวกเขา  เติบโตไปมีบุคลิกภาพที่ดี และยังเป็นความสามารถพิเศษ ที่ติดตัวพวกเขาไปด้วย หากแต่ ... คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมว่าการ ให้ลูก เรียนบัลเล่ต์เร็วเกินไปทำให้นิ้วเท้าผิดรูป

เรียนบัลเล่ต์เร็วเกินไป

 

สาเหตุของการที่ เรียนบัลเล่ต์เร็วเกินไปทำให้นิ้วเท้าผิดรูป นั้น ลุค ริทเนอร์ ผู้บริหารของสถาบันดังกล่าว ได้ออกมาเตือนว่า ครู ที่ไม่ผ่านการรับรองทางด้านทักษะความรู้ มักไม่ได้รับการฝึกอบรม เกี่ยวกับ เรื่องกายวิภาค ซึ่งอาจทำให้ เด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บได้ เช่น การสอนให้เด็กฝึกการเต้นบนปลายเท้า ที่เรียกว่า En Pointe เร็วเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ และดับความฝัน ในการเต้นนักอาชีพของเด็กๆได้

เรียนบัลเล่ต์เร็วเกินไป

ลุคยังกล่าวอีกว่า การเรียนบัลเล่ต์ของในช่วงวัยของเด็ก ที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ การที่ครูผู้สอนมีความเชี่ยวชาญ ผ่านการรับรอง และมี ทักษะ ความรู้ อย่างแท้จริง สำหรับเด็ก ๆ นั้น ร่างกายของพวกเขา ยังไม่เข้าที่ แม้ว่าจะมีความยืดหยุ่นมาก แต่ก็เป็นอันตรายมากเช่นกัน ผู้บริหารคนดังกล่าว ยังได้ยกตัวอย่างเสริม ถึงนักเรียนในโรงเรียนของเขา ว่า บางคนเริ่มเรียนบัลเล่ต์ ตั้งแต่อายุเพียง 18 เดือน เท่านั้น ปัจจุบัน พวกเขาอายุ 3 - 4 ขวบ แต่การเคลื่อนไหวร่างกายของพวกเขา ไปตามจังหวะบัลเล่ต์นั้น ไม่ได้เป็นไปด้วยดี เด็ก ๆ ไม่สามารถยืดเหยียดฝ่าเท้าของเขาได้ นอกจากนี้ บุคลิกภาพยังผิดแปลกไปอีกด้วย

เรียนบัลเล่ต์

จิน่า นักศึกษาวัยยี่สิบสามปีที่ เรียนบัลเล่ต์ ตั้งแต่มีอายุได้ 5 ขวบ และเริ่มฝึกการเต้นบนปลายเท้าตอนอายุได้ไม่ถึง 10 ขวบ เธอเล่าว่า ตอนเธอมีอายุได้ 16 ปี เธอต้องทนทุกข์ทรมาน กับปัญหา นิ้วหัวแม่เท้าผิดรูป จนเธอต้องเข้ารับการผ่าตัด เธอเชื่อว่า การหันไปเรียนเต้นแบบร่วมสมัย และการเต้นสมัยใหม่ที่ไม่ต้องใช้ปลายเท้าเต้นนั้น อาจจะช่วยให้เธอ ไม่ได้รับบาดเจ็บไปมากกว่านี้

เธอกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การเต้นบัลเล่ต์ อาจจะไม่ได้เหมาะสมกับทุกคน และ ครูผู้สอนก็จำเป็นต้องมีความรู้ เกี่ยวกับกายวิภาคของการเต้น ก่อนที่จะไปสอนเด็ก ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความรวมถึง การเต้นบัลเล่ต์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังหมายความรวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ทุกประเภทอีกด้วย

เรียนบัลเล่ต์เร็วเกินไป

ทางด้านของครูสอนบัลเล่ต์ อย่าง คิม ฟรอสต์ กล่าวว่า มีเด็ก ๆ จำนวนมาก ที่เรียนบัลเล่ต์ จากสถาบันอื่น ๆ ในช่วงอายุขวบ ที่เร็วเกินไป และพวกเขาไม่ได้รับการฝึกสอน ให้เข้าใจในท่าทางที่ถูกต้อง อย่างแท้จริง รวมถึง การหมุนตัว และการเคลื่อนไหวต่าง ๆ  นั่นส่งผลให้ เด็ก ๆ มีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าอีกด้วย

เธอยังกล่าวเสริมอีกว่า หากไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกต้องแล้ว เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นไป จนถึงช่วงอายุ 8 หรือ 9 ปี ร่างกายของพวกเขา จะยิ่งไม่สามารถ รับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง ที่ผู้ปกครองทุกคนควรที่จะตรวจสอบคุณสมบัติของครูสอนบัลเล่ต์ ก่อนส่งบุตรหลานเข้าเรียน โดยเฉพาะ สำหรับชั้นเด็กเล็กที่มีอายุ 2 ขวบขึ้นไป เนื่องจากเป็นวัยที่กระดูกของเด็กยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ และเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงมาก หากเรียนบัลเล่ต์กับครู ที่ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง

 

เรียนบัลเล่ต์เร็วเกินไป

เหตุผลหนึ่งของการเรียนบัลเล่ต์ นั่นก็คือ อยากให้ลูก ๆ ได้มีบุคลิภภาพที่สง่างาม หากแต่ คุณพ่อคุณแม่ ที่ได้อ่านบทความนี้ คงจะต้องคิดทบทวน ให้ดี อีกครั้ง ว่าการเรียนเต้นตั้งแต่เยาว์วนั้น จะช่วยส่งเสริม บุคลิกภาพของลูกได้ จริง หรือ ไม่ ?

ในช่วงวัยเด็ก เป็นช่วงเวลาทอง ของการส่งเสริม และแต่งเติมพัฒนาการของลูก เพื่อให้พวกเขา ได้มีช่วงเวลาที่แสนวิเศษ และเติบโตขึ้นไปอย่างดีที่สุด ทว่า ช่วงเวลาอันแสนสั้นนี้ อาจส่งผลต่ออนาคตของลูกไปอีกแสนไกล คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมที่จะใส่ใจ และสอบถาม ถึงความรู้สึกของลูก ๆ ก่อนจะมอบความหวังดีให้กับพวกเขา เพื่อให้ ช่วงเวลาอันแสนวิเศษนี้ อยู่กับพวกเขา ไปอีกนาน แสนนาน

เรียนบัลเล่ต์เร็วเกินไป

The Asianparent Thailand เว็บไซต์ และ คอมมูนิตี้อันดับหนึ่งที่คุณแม่เลือก นอกจากสาระความรู้ที่เรามอบให้คุณแม่ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ การวางแผนมีลูกแล้ว เรายังมีแอพพลิเคชั่น รวมถึงสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณแม่ยุคใหม่ ที่ต้องทำงาน และดูแลลูกไปพร้อมกัน ให้มีความมั่นใจ และพร้อมในการดูแลลูกทุกช่วงเวลา ตั้งแต่การให้นมบุตร การดูแลตนเองหลังคลอด ท่าออกกำลังกายหลังคลอด เพื่อให้หุ่นของแม่หลังคลอดกลับมาฟิตแอนเฟิร์มอีกครั้ง  The Asianparent Thailand ขอเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะสนับสนุนคุณพ่อคุณแม่ในเรื่องการดูแลลูก ความรู้แม่ และเด็กที่เต็มเปี่ยม และตอบทุกข้อสงสัยในแอพพลิเคชั่นที่เป็นสื่อกลาง และกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวไทย

ที่มาของแหล่งข่าว: http://www.bbc.com

บทความอื่นที่สัมพันธ์กัน:

7 เรื่องจริงของสมองลูก เพื่อการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด

คุณแม่พร้อมใจพาลูกไปเรียนเทควันโด เพราะ

ฝึกทักษะเตรียมลูกเข้าโรงเรียน 15 กิจกรรมอะไรบ้างที่แม่สอนทำได้

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner