เลี้ยงลูกให้เป็นCEO จากแม่ที่เลี้ยงลูกสามคนโตมา เป็นหมอและCEO

เลี้ยงลูกให้เป็นCEO จากแม่ที่เลี้ยงลูกสามคนโตมา เป็นหมอและCEO

Esther บอกว่าสิ่งที่ พ่อ แม่ ควรสอนลูกมากที่สุดถ้า อยากเลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จ ก็คือ ความโอบอ้อมอารี เพราะมันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย

เลี้ยงลูกให้เป็นCEO จากแม่ที่เลี้ยงลูกสามคนโตมา เป็นหมอและCEO

Esther Wojcicki คุณแม่ชื่อดังที่ครอบครัวของเธอมักจะได้ขึ้นปกนิตยสาร บอกว่าความสำเร็จของลูกของเธอนั้นไม่ได้มาจากเธอเพียงแค่คนเดียว เธอดีใจที่ลูกทั้งสามของเธอ นั้นประสมความสำเร็จ เข้าออกเข้าใจผู้อื่นและมีสิตปัญญาที่ดี

Susan เป็น CEO ของบริษัทวีดีโอ YouTube, Janet เป็นกุมารแพทย์ และ  Anne เป็น CEO และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท 23andMe เธอทั้งสามคนสามารถขึ้นมาอยู่ในจุดที่สูงได้ในโลกการทำงานที่มีการแข่งขันสูงและเป็นโลกที่ผู้ชายยังคงเป็นใหญ่

Esther บอกว่ามีคนถามเธอหลายคนว่า สิ่งที่เธอเสียใจมากที่สุดของการเป็นแม่คืออะไร เธอบอกว่าเธอมีสิ่งที่เสียใจอยู่หลายสิ่งด้วยกัน และบอกให้ผู้ปกครองทุกคนฟังว่าสิ่งที่ พ่อ แม่ ควรสอนลูกมากที่สุดถ้า เลี้ยงลูกให้เป็นCEO ก็คือ ความโอบอ้อมอารี

เลี้ยงลูกให้เป็นCEO

เลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จ

สอนให้ลูกรู้จักการเอาใจใส่
View this post on Instagram

SiriusXM

A post shared by Esther Wojcicki (@heywoj) on

Esther โตมาพร้อมกับความเชื่อที่ว่ามันเป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องทำให้สังคมดีขึ้น ในขณะที่ทุกคนเอาแต่พูด เธอเป็นคนที่ลงมือทำมาตลอด สิ่งที่เธอทำมีอิทธิพลกับลูกสาวทั้งสามของเธอ เธอไม่ได้สอนลูกสาวว่าเราต้องรับใช้สังคมรอบตัวของเรา แต่เธอทำเพราะเธออยากจะเอาใจใส่จริง เธอพยายามจะแสดงให้ลูกสาวเห็นว่าการกระทำของเธอนั้นส่งผลดีต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของลูก

ความสำคัญของชุมชนรอบตัว
View this post on Instagram

Today show

A post shared by Esther Wojcicki (@heywoj) on

ผลจากการวิจัยในปี 2013 และ ปี 2016 แสดงให้เห็นว่า เด็กวัยรุ่นที่อาสาออกไปทำงานช่วยเหลือสังคมในเวลาว่างมีแนวโน้มจะก่อคดีอาชญกรรมน้อยลงอย่างมาก แต่จะมีผู้ปกครองสักกี่คนที่จะแสดงให้ลูกเห็นผ่านทางพฤติกรรมของเราเอง ว่าจะสู้เพื่อชุมชนอย่างไร เด็กกี่คนที่จะรู้สึกมีพลังและยอมรับการท้าทายที่จะทำให้ชุมชนดีขึ้น เธอกล่าวว่าในปัจจุบันเด็กสนใจแต่ตัวเองมากขึ้น พวกเขาอยากเข้ามหาลัยอะไร อยากไปเที่ยวที่ไหน อยากซื้ออะไร เธอรู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กหลงตัวเองกันมากขึ้น เธอคิดว่าปัญหาใหญ่นี้มีต้นตอมาจาก การเลี้ยงลูกแบบคอยสอดส่องจับตาดูลูกตลอดเวลา

เด็กจะโตมาแล้วคิดว่าตนคือศูนย์กลางของจักรวาล
View this post on Instagram

Super creative Santa came to our house

A post shared by Esther Wojcicki (@heywoj) on

เธอบอกว่าเมื่อเด็กโตมา สิ่งที่พวกเขาจดจ่ออยู่คือการหาเงิน ให้มากๆ พวกเขาเชื่อว่าเงินจะทำให้พวกเขามีความสุขและได้รับการเติมเต็ม จงรวย หลังจากนั้นคุณก็ไม่ต้องทำอะไร นอนอาบแดด ไปทานดินเนอร์หรูๆ การกระทำเหล่านี้ทำให้คนยิ่งหลงตัวเองมากขึ้นไปอีก เธอบอกว่ามีคนแบบนี้อยู่มาก พวกเขาสู้เพื่อตัวเอง ไม่สู้เพื่อชุมชนและสังคมรอบข้าง ผลจากเรื่องเหล่านี้จะทำให้พวกเขา รู้สึกโดดเดี่ยวและเก็บกด Esther เล่าว่าเธอพบเจอกับมหาเศรษฐีที่ไม่มีความสุขจำนวนมาก

สังคมที่เต็มไปด้วยคนเก็บกด

สังคมปัจจุบันมีแต่คนติดสิ่งเสพติด เก็บกดและฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมาก เธอบอกว่าส่วนหนึ่งมาจากการที่ทุกคนจดจ่อยู่กับเงินและวัตถุ ไม่แคร์สิ่งรอบข้าง เธอบอกว่าผู้คนจะมีความสุขมากที่สุดตอนได้ช่วยเหลือผู้อื่น เธอบอกว่าคนหายคนอาจจะคิดว่าคนตัวเล็กๆคนเดียวจะเปลี่ยนโลกได้อย่างไรเพราะมันเป็นงานที่ยากมากเหลือเกิน Esther กล่าวว่าในความเป็นจริงแล้วมันไม่ยากเลย สิ่งที่คุณต้องมีคือทัศนคติที่ดี เราอาจเริ่มจากเรื่องเล็กๆ เช่นทำงานอาสาช่วยสังคม หาสิ่งที่ต้องการการแก้ไขในละแวกชุมชนบ้านหรือง่ายเลยคุณสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้

 

Source : cnbc, 7news, fortune

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ :

วิธีเลี้ยงลูกสาวกับลูกชายต่างกันไหม ความแตกต่างของลูกสาวและลูกชายที่ควรรู้!

เบื่อเลี้ยงลูก ไม่อยากหมดไฟในความเป็นแม่ ต้องรีบปลุกจิตวิญญาณด่วน ๆ เพื่อลูก

สามีแอบดูภรรยา เลี้ยงลูกอยู่บ้าน ผ่านกล้องวงจรปิด จนได้รู้ซึ้งในความจริง!

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

J.J.

app info
get app banner