ดูแลสุขภาพหู ของลูกน้อยของคุณอย่างไร ให้ถูกวิธี และถูกสุขอนามัย

ดูแลสุขภาพหู ของลูกน้อยของคุณอย่างไร ให้ถูกวิธี และถูกสุขอนามัย

อวัยวะสำคัญอีกอย่างหนึ่งของลูกน้อยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม หูเป็นอวัยวะที่ทำให้คนเราสื่อสารกันได้ และยังเกี่ยวข้องกับการทรงตัว เมื่อหูมีความสำคัญแบบนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลสุขภาพหูของลูกน้อยอย่างถูกวิธีนะคะ หากลูกน้อยมีอาการคันหู หูอื้อ หูอักเสบ จะใช้ยาหยอดหูอย่างไรให้ถูกวิธี ติดตามอ่าน

ดูแลสุขภาพหู ของลูกน้อยของคุณอย่างไร ให้ถูกวิธี และถูกสุขอนามัย

ผศ.นพ.จำรูญ  ตั้งกีรติชัย  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โสต ศอ นาสิกแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการ ดูแลสุขภาพหู ของลูกน้อยให้ถูกวิธี ดังนี้

ดูแลสุขภาพหู

หากขี้หูมีจำนวนมาก จะร่วง หรือหล่นออกมาเอง จึงไม่จำเป็นต้องปั่นหรือแคะหู

1. การทำความสะอาดหู

ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำบิดหมาดเช็ดบริเวณใบหู และรูหูเท่าที่นิ้วจะเข้าไปได้

2. ขี้หู

– ขี้หูเป็นสิ่งที่ร่างกายผลิตขึ้นตามธรรมชาติ

– ขี้หูบางคนมีลักษณะแห้ง บางคนมีลักษณะเปียก

– หากขี้หูมีจำนวนมากจะร่วงหรือหล่นออกมาเองจึงไม่จำเป็นต้องปั่นหรือแคะหู

– สำหรับคนที่มีขี้หูมากจับเป็นก้อนอุดตัน ทำให้ได้ยินเสียงไม่ชัดเจน  ทำให้รู้สึกว่าหูอื้อ ไม่ควรแคะหูด้วยที่แคะหู กิ๊บเสียบผมหรือไม้จิ้มฟัน เด็ดขาด เพราะอาจอันตรายต่อเยื่อแก้วหู  ผนังรูหู อาจเป็นแผลหรืออักเสบได้  จะนำเชื้อโรคเข้าสู่ช่องหูโดยไม่รู้ตัว

– ควรใช้น้ำมันกลีเซอรีนหรือน้ำมันมะกอกหยอดหูวันละ 2 ครั้ง จะทำให้ขี้หูนิ่มและละลายหลุดออก

– หากยังมีอาการปวดหูหรือได้ยินไม่ชัดเจน  ต้องไปพบคุณหมอเพื่อตรวจอย่างละเอียดต่อไป

ดูแลสุขภาพหู

3. เมื่อเป็นหวัด เจ็บคอ

เมื่อลูกน้อยมีอาการเป็นหวัดหรือเจ็บคอ  หากลูกสั่งน้ำมูกเป็นแล้ว  ต้องระมัดระวังอย่าให้ลูกสั่งน้ำมูกแรง ๆ หรืออุดจมูกข้างใดข้างหนึ่งในขณะที่สั่งน้ำมูก เพราะจะทำให้เชื้อโรคในคอและจมูกดันเข้าสู่หูชั้นกลาง  ทำให้เกิดการติดเชื้อและอาจเป็นหูน้ำหนวกได้

4. หวัดที่เกิดจากภูมิแพ้

หวัดที่เกิดจากภูมิแพ้มักมีแนวโน้มที่จะเกิดโรคจากหูชั้นกลางอักเสบจากการติดเชื้อแทรกซ้อน  ดังนั้น  ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดอาการแพ้จะปลอดภัยที่สุด

ดูแลสุขภาพหู

หากลูกสั่งน้ำมูกเป็นแล้ว  ต้องระมัดระวังอย่าให้ลูกสั่งน้ำมูกแรง ๆ

5. ระวังอย่าให้หูกระทบกระแทกแรงๆ

คุณพ่อคุณแม่ต้องระมัดระวังอย่าให้หูของลูกน้อยเกิดการกระทบกระแทกแรง ๆ เพราะจะทำให้เยื่อหูฉีกขาดหรือกระดูกหูหลุด จนทำให้สูญเสียการได้ยิน

6. อย่าตะโกนหรืออยู่ในที่มีเสียงดังมาก ๆ

สถานที่ที่มีเสียงดังหรือบริเวณที่มีเสียงอึกทึก  เช่น  บริเวณที่จัดงานมีเครื่องเสียงดัง ๆ เสียงเครื่องจักร  เสียงเจาะถนน เป็นต้น  เสียงดังเหล่านี้เป็นอันตรายต่อหูของลูกน้อยหรือแม้แต่คุณพ่อคุณแม่เองก็อาจได้รับอันตรายหากได้รับเสียงดังมากเกินไป

ดูแลสุขภาพหู

7. แมลงเข้าหู

หากบังเอิญมีแมลงเข้าหู  สิ่งสำคัญของการปฐมพยาบาล คือ ห้ามแคะออก เพราะจะทำให้แมลงเข้าไปในหูลึกยิ่งขึ้น  สิ่งที่ต้องปฏิบัติ คือ

– ควรใช้น้ำสะอาดหรือน้ำมันที่ปลอดภัย เช่น  น้ำมันมะกอก  หยอดลงในรูหู  ทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้แมลงตาย

– เอียงหูให้น้ำมันไหลออกมาพร้อมแมลง แล้วใช้สำลีเช็ดทำความสะอาด

– หากเป็นเวลากลางคืน อาจใช้วิธีปิดไฟในห้องให้มืด แล้วใช้ไฟฉายส่องเข้าไปในรูแสงไฟจะล่อแมลงออกมาได้

8. สังเกตอาการผิดปกติที่เกิดกับหู

อาการผิดปกติที่คุณพ่อคุณแม่สังเกตได้ คือ หูอื้อ  ปวดหู  คันหู  ซึ่งเจ้าหนูจะแสดงอาการโดยมักจะเอามือจับหู เกาหูบ่อย ๆ หากมีอาการปวดหูจะร้องโยเย  เอามือจับหู ดึงหู ให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตว่า  มีน้ำหนองหรือเลือดไหลออกจากหูหรือไม่  หรือการฟังเสียงลดลง เรียกแล้วลูกไม่ได้ยิน ไม่หันมามอง  หากพบอาการเช่นนี้รีบไปพบคุณหมอโดยด่วนค่ะ  เพราะอาจเกิดอาการแก้วหูทะลุหรืออักเสบ  ต้องระวังอย่าให้น้ำเข้าหูขณะอาบน้ำ  หรือสระผม  ควรใช้สำลีอุดหูไว้ก่อน

หู คันหู หูอื้อ หูอักเสบ

ยาหยอดหู : ตัวช่วยเมื่อหูมีปัญหา

ผศ.นพ.จำรูญ  ตั้งกีรติชัย ให้คำแนะนำวิธีการใช้ยาหยอดหูที่ถูกต้อง คือ

1. ให้ลูกนอนตะแคงหันหูด้านที่หยอดยาขึ้น ยกศีรษะเล็กน้อยให้อยู่ในแนวระนาบกับพื้น เพื่อให้ช่องหูอยู่ในแนวดิ่ง

2. ระวังอย่าให้ปากขวดยาสัมผัสกับหูของลูกน้อย ให้หยอดยาตามปริมาณที่คุณหมอแนะนำ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที

3. กรณีที่หูชั้นนอกอักเสบให้ขยับใบหู  ดึงใบหูขึ้นแล้วดึงไปด้านหลัง  ซึ่งตำแหน่งของช่องหูจะอยู่ในแนวดิ่ง  ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง จะช่วยไล่ฟองอากาศที่เกิดขึ้น  และทำให้น้ำยาไหลเข้าช่องหูได้ดีขึ้น

4. ให้ลูกลุกขึ้น ใช้สำลีเช็ดทำความสะอาดบริเวณรอบ ๆ ใบหู

ข้อควรรู้

ก่อนหยอดยาให้ทำความสะอาดบริเวณใบหูส่วนนอก และปรับอุณหภูมิของขวดยาให้ใกล้เคียงกับอุณหภูมิของร่างกาย  เพราะการหยอดยาที่เย็นจนเกินไป จะทำให้เกิดอาการมึนศีรษะได้ ถ้าเก็บไว้ในตู้เย็นควรประคบด้วยมือสักครู่ก่อนใช้ยา

จะเห็นว่า  การดูและสุขภาพหูเป็นสิ่งที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม  หากเกิดความผิดปกติขึ้นกับหูลูกน้อย ควรตรวจดูอย่างละเอียด  เพราะอาจมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในหู เพราะบางทีความซนของเจ้าหนูเอาสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็นขนม  หรือของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ใส่เข้าไปในหูซึ่งต้องปฐมพยาบาลโดยด่วน   แต่ถ้าเกิดความผิดปกติ มีเลือด หรือน้ำเหลืองออกจากช่องหู ต้องพาไปพบคุณหมอโดยด่วนค่ะ

The Asianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพและสังคมคุณแม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น The Asianparent ที่ติดตามการตั้งครรภ์ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งานฟรี เพื่อติดตามพัฒนาการทารกตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุดและผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ยังมีไลฟ์สไตล์และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว 

การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก The Asianparent เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง

เพราะเราเชื่อว่า “พ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง”

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://ramaclinic.ra.mahidol.ac.th

แผ่นพับ การดูแลสุขภาพหูจัดทำโดย กลุ่มงานสร้างเสริมสุขภาพ หน่วยตรวจโรคผู้ป่วยนอก โสต ศอ นาสิก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

10 วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้เด็กรอดพ้นอันตราย

5 วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อลูกได้รับบาดเจ็บ

เห็บเข้าหู เห็บเข้าหูลูก แม่ใช้ไฟฉายส่องดูถึงกับช็อค! พาไปหาหมอพบเห็บวางไข่ในหูลูก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner