TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

6 เคล็ดลับ แก้ปัญหา “ลูกผิวแพ้ง่าย” วิธีทำให้ผิวลูกเนียนนุ่ม ไม่มีผดผื่นคัน

บทความ 5 นาที
6 เคล็ดลับ แก้ปัญหา “ลูกผิวแพ้ง่าย” วิธีทำให้ผิวลูกเนียนนุ่ม ไม่มีผดผื่นคัน

เรื่อง “ผิว” ของลูกน้อย มักเป็นปัญหากวนใจของเหล่าคุณแม่ทั้งหลายตลอดเวลา เพราะปกติผิวของเด็กทารกมักจะบอบบางและไวต่อสิ่งเร้าภายนอกได้ง่าย ยิ่งปัจจุบันด้วยปัจจัยหลักๆอย่าง สภาพแวดล้อมอากาศบ้านเราเต็มไปด้วยมลพิษขนาดจิ๋วที่ระคายเคืองต่อผิวบอบบางของเด็กได้ง่าย จึงทำให้ผิวของเด็กมีแนวโน้มที่จะอ่อนแอมากขึ้น บวกกับหากปล่อยทิ้งไว้ในระยะยาวก็จะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของเด็กทำให้เกิดปัญหาผื่นแพ้ ส่งผลให้เหล่าคุณแม่ทั้งหลายเป็นกังวลเกี่ยวกับสุขภาพผิวของลูกๆเป็นอย่างมาก

6 เคล็ดลับ แก้ปัญหา “ ลูกผิวแพ้ง่าย ” 

วันนี้เราเลยรวบรวบสาเหตุ และแนวทางแก้ปัญหา ลูกผิวแพ้ง่าย ที่จะช่วยป้องกันผิวของลูกน้อยจากผด ผื่น คัน ที่จะมากวนตัวลูกน้อยและกวนใจคุณแม่ให้หายสนิท พร้อมวิธีทำให้ผิวลูกกลับมาเนียนนุ่มและดูสุขภาพดีกับ 5 เคล็ดลับง่ายๆ แต่ใช้ได้ผลดีมาฝากกันค่ะ

ผิวแพ้ง่ายของลูกน้อย

5 ปัญหาผิวที่มักเจอในเด็กทารก!!!

1. ผื่น Milia

เป็นตุ่มเม็ดขาวๆ เหลืองๆ พบที่ หน้าผาก แก้ม จมูกของทารก และอาจจะพบที่เหงือกและกลางเพดานปากได้ด้วย เกิดจากการตกค้างของสารเคราตินซึ่งโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในหนังกำพร้า

ผม เล็บ ส่วนใหญ่หายภายใน 1-2 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องรักษา และไม่ควรใช้น้ำมันมะกอกหรือครีมทาเพราะจะอาจทำให้อาการที่เป็นอยู่นี้ แย่ลงได้ค่ะ

2. ผดร้อน

เป็นลักษณะของแผลพุพองที่เต็มไปด้วยน้ำ (หรือหนอง) หรือตุ่มแดงๆ ที่ปรากฏขึ้นที่หลัง หน้าอก หรือใต้วงแขนของเด็กทารกค่ะ ผดร้อนเกิดจากการอุดตันของท่อเหงื่อที่ผิวหนัง และจะพบมากในสภาพอากาศที่ร้อนและชื้น(นี่มันอากาศบ้านเราชัดๆ) หรือการสวมเสื้อผ้าให้ทารกมากเกินไปค่ะ

3. ภาวะต่อมไขมันอักเสบในเด็กทารก

ภาวะต่อมไขมันอักเสบในเด็กทารก (Cradle Cap) คือสภาวะของผิวหนังที่ไขผิวหนังส่วนเกิน ยึดติดเซลล์ผิวหนังเข้าด้วยกัน ทำให้ไม่สามารถผลัดออกไปได้ตามปกติ ทำให้เกิดเป็นแผ่นสีเหลืองมันเยิ้ม ที่บริเวณหนังศีรษะของเด็กทารกค่ะ

6 เคล็ดลับ แก้ปัญหา ลูกผิวแพ้ง่าย วิธีทำให้ผิวลูกเนียนนุ่ม ไม่มีผดผื่นคัน

4. สิวในทารกแรกเกิด

ประมาณ 30 เปอร์เซ็นของทารกแรกเกิด จะมีสิวขึ้นภายใน 4 เดือนแรก (มักเกิดขึ้นหลังจาก 2 สัปดาห์) ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าตุ่มสีขาวหรือแดงนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากการถ่ายทอดฮอร์โมนของแม่ เข้าสู่ร่างกายของเด็กทารก เนื่องจากอาการนี้สามารถหายไปได้เอง จึงไม่จำเป็นต้องทาน้ำมันหรือครีม เพราะอาจทำให้อาการหนักขึ้นได้เช่นกันค่ะ

5. ผื่น

สภาวะนี้มีลักษณะเป็นรอยด่างสีแดง (บางคนอาจจะมีตุ่มสีเหลืองขาวตรงกลาง) มักจะปรากฏขึ้นที่หลัง ใบหน้า หน้าอก หรือแขนของเด็กทารก โชคดีที่ผื่นนี้ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กทารก และมักจะหายไปเองหลังจากผ่านไปไม่กี่เดือนค่ะ

 

แนะ 6 เคล็ดลับแก้ปัญหาผิว! ให้ผิวลูกน้อยกลับมาเนียนนุ่ม สุขภาพดี ไร้ผด ผื่น คัน กวนใจ

1. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำให้ลูกน้อยด้วยน้ำร้อนและน้ำอุ่น

6 เคล็ดลับ แก้ปัญหา ลูกผิวแพ้ง่าย วิธีทำให้ผิวลูกเนียนนุ่ม ไม่มีผดผื่นคัน

เพราะด้วยความที่ต่อมเหงื่อและต่อมไขมันของเด็กยังทำงานไม่ได้เต็มที่ จึงทำให้ผิวแห้งและเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ค่ะ ยิ่งอยู่ในห้องแอร์หรืออาบน้ำอุ่นบ่อยๆ ก็มีโอกาสที่ผิวลูกจะแห้งและแตกเป็นขุยได้ ซึ่งจะตามมาด้วยอาการคันหรือระคายเคืองได้ง่ายๆค่ะ ดังนั้น การอาบน้ำที่ดีที่สุดสำหรับผิวเด็กจึงจะช่วยถนอมผิวของลูกได้ดีที่สุดค่ะ โดยอุณหภูมิในการอาบน้ำที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 36-37 องศาเซลเซียสหรือน้ำอุณหภูมิห้อง (หากเย็น/อุ่นไป สามารถเติมน้ำผสมจนกว่าจะได้น้ำที่อุณหภูมิพอดีได้ค่ะ) เท่านั้นค่ะ เพราะวิธีนี้จะทำให้ผิวเด็กยังคงความชุ่มชื้นอยู่และหลีกเลี่ยงอาการผิวแห้งแตกเป็นขุยหลังอาบน้ำได้ดีทีเดียวค่ะ

ส่วนการอาบน้ำก็ควรอาบวันละ 1-2 ครั้งเท่านั้นค่ะ ไม่ควรอาบน้ำบ่อยไป เพราะจะทำให้ผิวของลูกน้อยเกิดอาการผิวแห้ง ลอก เป็นขุย และอาจเกิดการอักเสบได้เช่นเดียวกันค่ะ

 

2. คอยระวังสิ่งที่อาจสร้างความระคายเคืองให้กับผิวลูกน้อย

น้ําหนักทารกแรกเกิด

เช่น หลีกเลี่ยงการเลือกเสื้อผ้าหรือชุดเครื่องนอนที่ทำจากวัสดุแข็ง มีจีบ เป็นลอน และควรดูแลรักษาเสื้อผ้าของลูกน้อยให้สะอาดอยู่เสมอ รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม สารเคมี หรือสารสังเคราะห์ต่าง ๆ หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติแทน อย่าง Johnson’s baby Cornstarch แป้งเด็ก ที่ผลิตจากแป้งข้าวโพดธรรมชาติ 100% ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ปราศจากทัลคัมซึ่งเป็นสารที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ ช่วยปกป้องผิวลูกน้อยจากความชื้นได้มากกว่าแป้งทัลคัมสูตรเดิมของจอห์นสัน ทั้งปลอดภัย แห้งสบาย และลดการระคายเคืองที่จะเกิดขึ้นกับลูกน้อยโดยตรงค่ะ ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก แป้งเด็ก จอห์นสัน คอร์นสตาร์ช เบบี้ พาวเดอร์

 

>> Johoson’s Baby Power Corn Starch <<

 

แป้งสำหรับเด็ก

 

3. ใช้ผ้าอ้อมหรือเสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้าฝ้าย

ผิวแพ้ง่ายของลูกน้อย

เลือกใช้ผ้าอ้อมที่ทำจากผ้าฝ้าย ซึ่งลดความอับชื้น และระบายอากาศได้ดี

เพราะผื่น สามารถเกิดได้จากอาการอับชื้นซึ่งมีสาเหตุมาจากผ้าอ้อมและเสื้อผ้าที่ลูกน้อยสวมใส่ค่ะ ดังนั้น คุณแม่จึงควรจะใส่ใจในการเลือกชนิดของผ้าที่จะนำมาใช้กับลูกน้อยอย่างละเอียด โดยเนื้อผ้าที่เหล่าคุณแม่นิยมนำมาใช้กันในการสวมใส่ให้กับลูกน้อยก็คือ ผ้าฝ้ายหรือที่เราเรียกกันว่าผ้าคอตตอนนั่นเองค่ะ เพราะผ้าชนิดนี้มีการระบายอากาศได้ดี (เหมาะกับอากาศร้อนบ้านเรามากๆ ค่ะ) ทำให้เมื่อลูกมีอาการเหงื่อออกหรือทำนมหกจึงสามารถระบายความอับชื้นที่เกิดขึ้นได้ และไม่ทำให้เกิดแบคทีเรียพร้อมทั้งลดแนวโน้มที่จะเกิดผื่นบนผิวลูกได้ด้วยค่ะ

อีกทั้งผ้าอ้อมยังมีคุณสมบัติเพิ่มเติมอย่าง การส่วมใส่นิ่มสบายและทำความสะอาดง่ายจึงทำให้เหล่าคุณแม่นิยมใช้ผ้าชนิดนี้กับลูกน้อยและลูกเองก็รู้สึกสบายตัวยามสวมใส่เสื้อผ้าด้วยค่ะ

 

4. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสบู่ พาราเบน มิเนอรัลออยล์ และแอลกอฮอล์

เพราะส่วนผสมเหล่านี้อาจจะทำให้ผิวของลูกน้อยแห้งตึงและเกิดการระคายเคืองได้ง่ายค่ะ คุณแม่จึงควรใส่ใจในส่วนผสมของสบู่อาบน้ำที่จะใช้กับลูกอย่างละเอียด อย่างคุณแม่บางท่านก็อาจจะโชคดีที่ลูกสามารถใช้สบู่อาบน้ำสำหรับเด็กที่มีวางขายทั่วไปตามท้องตลาดได้ แต่คุณแม่บางคนก็มีปัญหาใหญ่เพราะการที่ลูกผิวบอบบางและแพ้ง่ายมาก ๆ ทำให้ไม่สามารถใช้ครีมอาบน้ำทั่วไปได้ ทำให้ผิวของลูกเกิดอาการแพ้ แสบ และแดง จึงควรจะใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีค่าความระคายเคืองเป็นศูนย์ สำหรับเด็กทารกไปจนถึงเด็กหรือคนทั่วไปที่มีอาการผิวแพ้ง่ายได้ค่ะ

 

5. ทาโลชั่นเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวของลูกน้อยทุกครั้งหลังอาบน้ำ

ผิวแพ้ง่ายของลูกน้อย

การทาโลชั่นหลังอาบน้ำจะช่วยลดปัญหาผิวแห้ง ลดอาการระคายเคืองบริเวณผ้าอ้อมของลูกน้อยได้ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นสัมผัสที่ผิวหนังระหว่างแม่กับลูก (ลูกชอบสัมผัสที่อ่อนโยน) แต่ต้องระวังไม่ทาโลชั่นเยอะจนเกินไปนะคะ โดยเฉพาะบริเวณที่จะสัมผัสกับปากของทารกได้ง่าย เพราะหากโลชั่นหยดเข้าปากของลูกน้อย อาจจะเกิดอันตรายได้ค่ะ และไม่ควรใช้แป้งฝุ่นแทนการทาโลชั่นด้วยนะคะ เพราะแป้งฝุ่นบางครั้งก็มีสารที่เป็นอันตรายต่อเด็ก (ตัวอย่าง พาราเบน สารซัลเฟรต ทัลคัม)  ซึ่งหากลูกน้อยสูดดมเป็นระยะเวลานานก็อาจจะทำให้ระบบร่างกายที่ยังไม่แข็งแรงดีอ่อนแอและเสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่ายขึ้นค่ะ

 

ทั้งนี้ การทาโลชั่นให้กับลูกน้อย เราแนะนำว่า ไม่ควรทิ้งระยะเวลาเกิน 3 นาทีหลังจากอาบเสร็จ เพราะผิวกำลังมีความชื้นที่พอเหมาะ จึงสามารถดูดซึมมอยเจอไรซ์เซอร์ได้ดีค่ะ และที่สำคัญ! อย่าลืมทาอีกครั้งเมื่อผิวลูกน้อยเกิดอาการแห้งระหว่างวันด้วยนะคะ ผิวของลูกน้อยจะได้เนียนนุ่มและชุ่มชื้นดูสุขภาพดีค่ะ

 

6. คอยระวังสิ่งที่อาจสร้างความระคายเคืองให้กับผิวของลูกน้อย เช่น ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำหอม เสื้อผ้าหรือชุดเครื่องนอนที่ทำจากวัสดุแข็ง มีจีบ หรือเป็นลอน และดูแลรักษาเสื้อผ้าของลูกน้อยให้สะอาดอยู่เสมอ โดยหลีกเลี่ยงการใช้ผงซักฟอก หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของสารเคมี และสารสังเคราะห์ต่างๆเพื่อลดการระคายเคืองที่จะเกิดกับลูกน้อยโดยตรงได้ค่ะ ซึ่งหากคุณแม่ไม่แน่ใจว่า สารตัวนี้ที่มีในผลิตภัณฑ์ที่เราจะใช้เป็นอันตรายต่อลูกน้อยจริงๆหรือเปล่า? ก็แนะนำว่า ให้นำไปสอบถามคุณหมอจะปลอดภัยดีที่สุดเลยค่ะ

เพียงเท่านี้ ผิวของลูกน้อยก็จะดูสุขภาพดี นุ่มนิ่ม ไร้รอยตำหนิบนผิวหนัง ไม่กวนใจคุณแม่และสบายกายคุณลูกได้แล้วค่ะ

เมื่อเกิดปัญหาใด ๆ กับตัวเด็กก็ตามผู้ที่จะสามารถแก้ปัญหาได้รวดเร็วที่สุดก็คงจะเป็นผู้ปกครอง เพราะฉะนั้นการที่ผู้ปกครองให้ความเอาใจใส่ดูแล พูดคุยกับลูกอยู่อย่างสม่าเสมอนั้นจะช่วยให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ลูกจะกล้าพูดคุยกับผู้ปกครองมากขึ้นเมื่อเกิดปัญหาขึ้นในชีวิตเขา ทำให้ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงและแก้ปัญหาไปพร้อมกันกับลูกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ผิวแพ้ง่ายของลูกน้อย

The Asianparent Thailand เว็บไซต์ และ คอมมูนิตี้อันดับหนึ่งที่คุณแม่เลือก นอกจากสาระความรู้ที่เรามอบให้คุณแม่ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ การวางแผนมีลูกแล้ว เรายังมีแอพพลิเคชั่น รวมถึงสื่อมัลติมีเดียหลากหลายที่ช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณแม่ยุคใหม่ ที่ต้องทำงาน และ ดูแลลูกไปพร้อมกัน ให้มีความมั่นใจ และ พร้อมในการดูแลลูกทุกช่วงเวลา ตั้งแต่การให้นมบุตร การดูแลตนเองหลังคลอด ท่าออกกำลังกายหลังคลอด เพื่อให้หุ่นของแม่หลังคลอดกลับมาฟิตแอนเฟิร์มอีกครั้ง  The Asianparent Thailand ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนคุณพ่อคุณแม่ในเรื่องการดูแลลูก ความรู้แม่ และ เด็กที่เต็มเปี่ยม และตอบทุกข้อสงสัยในแอพพลิเคชั่นที่เป็นสื่อกลาง และ กิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวไทย


source หรือ บทความอ้างอิง : 

www.johnsonsbaby.co.th

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

ลูกแพ้ยุง ทำอยางไรดี

วิธีดูแลทารกช่วงแรกเกิด ในช่วงหน้าหนาว

ลูกเป็นผื่นคัน ทำอย่างไรดี รักษาอย่างไร

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • โรคภูมิแพ้
  • /
  • 6 เคล็ดลับ แก้ปัญหา “ลูกผิวแพ้ง่าย” วิธีทำให้ผิวลูกเนียนนุ่ม ไม่มีผดผื่นคัน
แชร์ :
  • รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

    รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

  • บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
    บทความจากพันธมิตร

    บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

  • Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
    บทความจากพันธมิตร

    Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025

  • รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

    รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

  • บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
    บทความจากพันธมิตร

    บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

  • Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
    บทความจากพันธมิตร

    Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว