TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

“นมแม่” สำหรับ ทารก 1 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์

บทความ 8 นาที
“นมแม่” สำหรับ ทารก 1 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์

การให้นมลูกน้อยสำหรับคุณแม่มือใหม่อาจต้องใช้การคำนวณตามน้ำหนักตัว มาลองคำนวณกันดูค่ะว่า ทารก 1 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์ จึงจะเพียงพอต่อการเติบโตตามช่วงวัย

คุณแม่ท้องแรกมักมีปัญหากวนใจไม่เว้นวันค่ะ ช่วงตั้งครรภ์ก็พะวงกับภาวะสุขภาพครรภ์ พอคลอดก็วุ่นวายใจกับโภชนาการทั้งของคุณแม่คุณลูก โดยเฉพาะกรณีที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ดูจะมีเรื่องให้คุณแม่มือใหม่กังวลใจไม่น้อยตั้งแต่วันแรกที่เริ่มให้นมเลยทีเดียว เช่น น้ำนมจะพอไหม ต้องให้ลูกกินนมมากเท่าไรถึงจะเพียงพอ นมแม่สำหรับ ทารก 1 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์ ถ้าลูกไม่ดูดนมจากเต้าควรปั๊มนมไว้ก่อนไหม ค่อย ๆ มาหาคำตอบไปพร้อมกันค่ะ

นมแม่ดีที่สุด

นมแม่ดีที่สุด แต่ต้องปลอดภัยด้วย

ย้ำกันอยู่เสมอว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยนะคะ เพราะมีสารอาหารครบถ้วน ช่วยให้ร่างกายของทารกแข็งแรง เจริญเติบโตได้ดี และช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน โดยคุณแม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 6 เดือน-2 ปีเลยค่ะ อย่างไรก็ตาม นมแม่ที่ดีต้องมีความปลอดภัยด้วย ลูกน้อยจึงจะได้รับสารอาหารอย่างเต็มคุณค่า

  • ความสะอาด

  • ก่อนให้นมลูก หรือปั๊มนม คุณแม่ต้องล้างมือให้สะอาด และใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบเหงื่อไคลและสิ่งสกปรกบริเวณเต้านมก่อนทุกครั้ง โดยเช็ดจากหัวนมหมุนออกไปยังลานนม จากนั้นเปลี่ยนผ้าหรือขยี้ล้างน้ำ แล้วเช็ดจากในออกนอกอีกครั้งทั้ง 2 เต้า
  • กรณีปั๊มนม ขวดต้องสะอาด ไม่ควรใช้อุปกรณ์ปั๊มหรือขวดเดิมซ้ำโดยที่ไม่ได้ล้างทำความสะอาด
  • อุปกรณ์ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการให้นมลูก ควรเก็บในที่ระบายอากาศได้ดี ไม่อับชื้น ปลอดภัยจากสัตว์และแมลงต่าง ๆ และควรแยกออกจากพื้นที่สำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อม
  • อาหารของคุณแม่

  • กินอาหารที่สะอาด และกินให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะช่วงหลังคลอด 1 เดือนแรก ท่อน้ำนมยังขยายไม่เต็มที่ แนะนำว่าควรกินอาหารที่มีส่วนผสมของขิง เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกาย ทำให้น้ำนมไหลออกได้ง่ายขึ้น
  • ควรลดขนมที่มีกะทิ ชีส หรือ เบเกอรีที่มีนมเนยมาก เพราะจะทำให้นมคุณแม่ข้นมัน และขับออกจากเต้าได้ยาก อาจเกิดปัญหามีก้อนนมในเต้าหรือท่อน้ำนมตัน หรืออาจส่งผลให้เกิดไขมันที่คั่งในตับทารกจนนำไปสู่ภาวะตับและทางเดินน้ำดีอักเสบได้
  • ยาที่แม่กินมีผลต่อลูกเนื่องจากส่วนมากสามารถขับออกทางน้ำนมได้ ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนกินยา หรืออาหารเสริมใด ๆ ในช่วงให้นมลูก
  • แม่ให้นมควรดื่มน้ำให้ได้ประมาณ 3 ลิตรต่อวัน และงดหรือลดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน ชา กาแฟ ซึ่งหากคุณแม่ดื่มอะไรแล้วปัสสาวะมีกลิ่นหรือสีที่เปลี่ยนไป แสดงว่ากลิ่นและสีของเครื่องดื่มนั้นสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ หรือขับออกทางน้ำนมได้ด้วยเช่นกัน
  • การพักผ่อน

คุณแม่ควรพยายามนอนหลับทุกครั้งที่ลูกหลับ โดยเฉพาะเวลากลางคืน เพราะฮอร์โมนสร้างน้ำนมจะหลั่งในช่วงกลางคืนมากกว่ากลางวัน โดยเฉพาะในช่วง 10 วันแรกหลังคลอด จะเป็นตัวกำหนดปริมาณน้ำนมในอนาคต

แม่ให้นมต้องพักผ่อนให้เพียงพอ

กินนมแม่อย่างไรให้พอดี ทารก 1 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์

ก่อนอื่นคุณแม่มือใหม่ต้องทำความเข้าใจก่อนค่ะว่า ปริมาณนมที่จะให้ทารกแต่ละช่วงวัยได้รับนั้นต้องมีความเหมาะสม พอเพียง เนื่องจากหากลูกน้อยกินนมมากเกินไปจนระบบย่อยอาหารไม่สามารถย่อยนมที่กินเข้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนลูกรู้สึกไม่สบายท้อง ต้องแหวะ หรือสำลักนมออกมา ที่เรียกว่า “ภาวะ Over breastfeeding”

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าการดูดกระตุ้นของลูกเป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อการสร้างน้ำนม ดังนั้น คุณแม่ควรตั้งนาฬิกาปลุกทุก 2-3 ชั่วโมง เพื่อตื่นมาให้ลูกดูดเต้า หรือถ้าลูกไม่ดูดต้องปั๊มนมออกทันที เนื่องจากนมที่คัดจะทำให้การผลิตของนมลดลง หรือเต้านมอักเสบได้

พร้อมที่จะให้นมลูกเสมอ ทุก 2-3 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปริมาณนมของทารก

  • ทารก 1 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์?

โดยทั่วไป ทารกวัยแรกเกิดถึง 1 สัปดาห์ จะกินนมครั้งละประมาณ 0.5–1 ออนซ์ (15–30 มิลลิลิตร) ต่อมื้อ และจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน ๆ โดยทารกอาจกินบ่อยทุก 2–3 ชั่วโมง

  • ทารก 2 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์?

เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ทารกส่วนใหญ่จะกินได้ประมาณ 1.5–2 ออนซ์ (45–60 มิลลิลิตร) ต่อมื้อ และยังต้องการกินทุก 2–3 ชั่วโมง เพื่อให้พลังงานเพียงพอต่อการเจริญเติบโต

  • ทารก 3 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์?

ในช่วงอายุ 3 สัปดาห์ ปริมาณนมจะเพิ่มขึ้นเป็น 2–3 ออนซ์ (60–90 มิลลิลิตร) ต่อมื้อ แต่ยังคงกินบ่อยวันละ 8–12 ครั้ง เพราะกระเพาะยังเล็ก 

  • ทารก 1 เดือน กินกี่ออนซ์?

เด็กวัย 1 เดือน มักกินได้ 3–4 ออนซ์ (90–120 มิลลิลิตร) ต่อมื้อ และห่างมื้อมากขึ้นเล็กน้อยเป็นทุก 3–4 ชั่วโมง

  • ทารก 2 เดือน กินกี่ออนซ์?

เมื่ออายุ 2 เดือน ทารกจะสามารถกินได้ครั้งละ 4–5 ออนซ์ (120–150 มิลลิลิตร) และจำนวนมื้ออาจลดลงเหลือวันละ 6–8 ครั้ง ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและพัฒนาการ

 

ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าเฉลี่ย ไม่ใช่เกณฑ์ตายตัวนะคะ เพราะเด็กแต่ละคนอาจกินมากหรือน้อยกว่าก็ได้ คุณแม่ควรสังเกตสัญญาณว่า “ลูกอิ่ม” เช่น ดูดช้าลง หลับหลังดูดเสร็จ ปัสสาวะบ่อย หากกังวลว่าลูกกินน้อยหรือมากเกินไป ควรปรึกษากุมารแพทย์นะคะ

สูตรการคำนวณปริมาณนมจากน้ำหนักตัวลูก

สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ลูกวัยทารก 1 สัปดาห์ สามารถเข้าเต้าได้ตามปกติ ยังไม่ได้ดูดนมที่แม่ปั๊มจากขวดซึ่งมีสเกลบอกปริมาณนมแม่ที่ปั๊มได้อย่างชัดเจน อาจทำให้คุณแม่คำนวณปริมาณนมแม่เป็นจำนวนออนซ์ยากสัดนิดนึงนะคะ ดังนั้น แนะนำว่าให้สังเกตปริมาณนมที่เหมาะสมจาก “การฉี่ของลูก” ค่ะ โดยหากลูกฉี่อย่างน้อย 6-10 ครั้งต่อวัน ก็วางใจได้ว่าเขาได้รับนมในปริมาณที่พอดี หรือสามารถคำนวณจากน้ำหนักตัวลูก ดังนี้

  • 0-3 วันแรก ใช้สูตร 10 ซีซี/กิโลกรัม/ครั้ง x 8 ครั้ง/วัน (ระยะห่างแต่ละครั้งประมาณ 3 ชั่วโมง)

เช่น น้ำหนักตัวทารก 3 กิโลกรัม ควรได้รับนม 10 x 3 = 30 ซีซี/ครั้ง ทุก 3 ชั่วโมง (30 ซีซี = 1 ออนซ์)

  • 4 วันแรก – ทารก 1 สัปดาห์ ไปจนถึง 1 เดือน สามารถใช้สูตรเดียวกันคือ 4-5 ออนซ์/กิโลกรัม/วัน แบ่ง 6-8 ครั้ง/วัน (ระยะห่างแต่ละครั้งประมาณ 3-4 ชั่วโมง)

เช่น น้ำหนักตัวลูกน้อย 4 กิโลกรัม ควรได้รับนม 4 x 4 = 16 หรือ 5 x 4 = 20 ออนซ์/วัน แบ่งได้เป็นครั้งละ 2-2.5 ออนซ์ ทุก 3 ชั่วโมง/วัน หรือครั้งละ 2.5-3 ออนซ์ ทุก 4 ชั่วโมง/วัน

  • ลูกอายุ 1 เดือน กินนมกี่ออนซ์ ให้ใช้สูตร 4 ออนซ์/กิโลกรัม/วัน แบ่ง 6 ครั้ง/วัน (โดยเว้นระยะห่าง ครั้งละประมาณ 4 ชั่วโมง)

ยกตัวอย่างเช่น ลูก 1 เดือน น้ำหนัก 7 กิโลกรัม ควรได้รับนม 4 x 7 = 28 ออนซ์/วัน แบ่งได้ครั้งละ 4.6 ออนซ์ ทุก 4 ชั่วโมง/วัน วันละ 6 ครั้ง หรือจะปรับเป็นครั้งละ 4.5 ออนซ์ ทุก 4 ชั่วโมง/วัน วันละ 6 ครั้งก็ได้ค่ะ

การฉี่ของลุกบอกถึงปริมาณน้ำนมที่เพียงพอ

หลักสังเกตว่าทารก 1 สัปดาห์ ได้รับนมแม่อย่างเพียงพอ

นอกจากจะสังเกตจากจำนวนการฉี่ในแต่ละวันของลูกแล้ว คุณแม่สามารถสังเกตได้ทันทีหลังจากลูกดูดนมเสร็จด้วย คือ

  • จะรู้สึกว่าเต้านมแม่ตึงก่อนให้นม และนิ่มลงหลังให้นมเสร็จ
  • ได้ยินเสียงลูกกลืนน้ำนมเป็นช่วง ๆ และดูดนมไม่น้อยกว่า 8 ครั้ง/วัน
  • ลูกน้อยสงบ ดูผ่อนคลาย มีความสุข นอนหลับพักผ่อนได้ดีหลังดูดนม
  • หลังอายุ 3-4 วัน ฉี่ของลูกน้อยมีสีเหลืองใส จำนวน 6-8 ครั้ง/วัน และถ่ายอุจจาระ 5-6 ครั้ง/วัน
  • ทารกน้อยมีสุขภาพแข็งแรง กระฉับกระเฉง ผิวพรรณสดใส

กินนมแม่แค่ไหนถือว่ามากเกินไป

ทารก 1 สัปดาห์ กินนมแม่แค่ไหนถือว่ามากเกินไป

การให้นมแม่อย่างปลอดภัยจะต้องมีความสัมพันธ์กับบน้ำหนักตัวลูกน้อยด้วยนะคะ โดยทารกจะต้องมีน้ำหนักลดลงไม่มากกว่า 10% ใน 7 วันแรก จากนั้นน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ วันละ 20-25 กรัม หรือ 600-800 กรัมต่อเดือน การที่น้ำหนักลูกขึ้นน้อยเกินไปจะส่งผลต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย อาทิ อาจมีภาวะตัวเหลือง การเติบโตและพัฒนาการของสมองล่าช้า

แต่หากน้ำหนักตัวขึ้นเยอะเกินไป คือเกิน 30-35 กรัมต่อวัน หรือเกิน 1 กิโลกรัมต่อเดือน จะทำให้มีภาวะอ้วน หายใจลำบาก มีเสียงดังแปลก ๆ และอาจเป็นการสร้างนิสัยกินจุ นำไปสู่โรคอ้วนได้ในอนาคต

ทั้งนี้ อาการที่บ่งบอกว่าลูกกินนมมากเกินไป หรือการเกิดภาวะ Over breastfeeding คือ ลูกน้อยอาจมีอาการอาเจียน แหวะนม นมไหลออกปากหรือจมูก หรือสำลักนม นอกจากนี้ยังมีอาการอื่น ๆ ตามมา เช่น

  • ท้องป่องมาก แน่นท้อง ร้องงอแงหลังกินนม
  • ไม่ยอมดูดนม ดูไม่สบายตัว ทั้ง ๆ ที่เริ่มดูดนมได้ดี
  • น้ำหนักตัวขึ้นเร็วมากกว่าปกติ (โดยปกติจะขึ้นประมาณ 20-60 กรัมต่อวัน)
  • ไม่มีอาการเจ็บป่วยอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการแหวะนม อาเจียน ปวดท้อง หรือร้องงอแง

 

ดังนั้น คุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่มั่นใจเรื่องการให้นมลูก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำหลักการให้นมที่ถูกต้อง รวมถึงปริมาณที่เหมาะสมกับลูกน้อย เพื่อพัฒนาการที่ดีและร่างกายที่เติบโตอย่างแข็งแรงสมวัยค่ะ

 

 

บทความจากพันธมิตร
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
Cryoviva Thailand คว้ารางวัล! "Most Innovative Stem Cell Banking" จาก theAsianparent Awards 2025 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการจัดเก็บสเต็มเซลล์
Cryoviva Thailand คว้ารางวัล! "Most Innovative Stem Cell Banking" จาก theAsianparent Awards 2025 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการจัดเก็บสเต็มเซลล์
เปิดวาร์ป! Mil Plus+ 2 สูตร คู่หูตัวช่วยบำรุงน้ำนมแม่
เปิดวาร์ป! Mil Plus+ 2 สูตร คู่หูตัวช่วยบำรุงน้ำนมแม่

ที่มา : www.samitivejhospitals.com  , www.bumrungrad.com , Centers for Disease Control and Prevention (CDC)

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ลูกกินนมน้อย ผิดปกติไหม ต้องแก้ไขอย่างไร

ให้นมลูกกินมะม่วงได้ไหม ส่งผลอะไรต่อลูกหรือเปล่า

วิธีเก็บนมแม่ แบบมือใหม่ ทำตามง่าย เก็บน้ำนมได้นาน ไม่เหม็นหืน

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

จันทนา ชัยมี

  • หน้าแรก
  • /
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • /
  • “นมแม่” สำหรับ ทารก 1 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์
แชร์ :
  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
    บทความจากพันธมิตร

    เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
    บทความจากพันธมิตร

    เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก

  • งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

    งานวิจัยใหม่เผย ทำไม? ผู้หญิงที่ให้นมลูก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่า

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว