คาร์ซีท จำเป็นไหม เราเฉลยให้ที่นี่

คาร์ซีท จำเป็นไหม เราเฉลยให้ที่นี่

คุณแม่เด็กอ่อนอาจเคยสงสัย คาร์ ซี้ท หรือเปลเด็กที่ในรถยนต์จำเป็นไหม หากอุบัติเหตุยังไม่เกิดขึ้นคงไม่เป็นไร แต่หากไม่ใช่ล่ะ อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

คาร์ซีท จำเป็นไหม เราเฉลยให้ที่นี่

คาร์ซีท จำเป็น ไหม เราเฉลยให้ที่นี่

 

หลายคนที่เป็นคุณพ่อคุณแม่มื่อใหม่ต้องบอกเลยว่า อาจจะยังไม่รู้จักกับเจ้า คาร์ซีท เจ้าตัวนี้คืออะไรและมีไว้ทำอะไร คาร์ซีท ตัวนี้ คือ เบาะที่นั่งในรถสำหรับเด็กเล็ก คุณพอจะนึกภาพออกง่ายๆว่าเวลาที่คุณนั่งในรถนั้น ก็จะต้องมีการคาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อป้องกันอันตรายในเวลาที่ขับขี่รถยนต์ และ ถ้าเป็นเด็กน้อยก็คงจะลำบากด้วยเช่นกัน เพราะเด็กที่ตัวเล็กเกินไปนั้นอาจจะไม่เหมาะกับเบาะนั่งในรถยนต์ได้ จึงต้องใช้เจ้าคาร์ซีทตัวนี้เพื่อช่วยในการนั่ง

 

สำหรับการใช้งานก็สุดแสนจะง่ายดาย ด้วยนำเบาะไปวางไว้ที่เบาะคนนั่งแบบธรรมดา แล้วก็นำลูกของคุณเข้าไปนั่งตรง คาร์ซีทเพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย แต่ก่อนที่จะขับรถออกไปนั้นก็ควรจะต้องคาดสายรัดที่ คาร์ซีทด้วยเช่นกัน แล้วการเดินทางก็จะปลอดภัยตลอดเส้นทางแห่งการเดินทาง เพียงเท่านี้คุณก็หมดปัญหาในการหาเบาะที่นั่งให้สำหรับลูกของคุณในเวลาการเดินทางกันแล้ว

คาร์ซีท จำเป็น ไหม เรา เฉลยให้ที่นี่

คาร์ซีท จำเป็น ไหม เรา เฉลยให้ที่นี่

คาร์ซีทในต่างประเทศนั้นจัดได้ว่าสำคัญอย่างยิ่ง เพราะชาวต่างชาติจะให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในเรื่องของความปลอดภัย และต้องบอกว่าสำหรับคนไทยนั้นก็อาจจะยังใหม่และหลายคนคิดว่าไม่จำเป็นก็เป็นได้ เมื่อไหร่ที่เกิดปัญหาในการขับขี่ขึ้นมาอาจจะค่อยมานึกถึงทีหลัง คาร์ซีทสำหรับคุณแม่ที่ต้องขับรถเองและต้องดูแลลูกเองทั้งหมดจึงจำเป็นอย่างมาก อย่าให้ความประมาทเป็นบ่อเกิดแห่งอุบัติเหตุเลยเป็นดีที่สุด เลือกมาใช้งานได้แล้ววันนี้ เพื่อคนที่คุณรัก

คาร์ซีท จำเป็น ไหม เราเฉลยให้ที่นี่

คาร์ซีท จำเป็น ไหม เราเฉลยให้ที่นี่

เรา พบกับ คุณมะเหมี่ยว (นามสมมติ) ที่บอกเล่า กับดิ เอเชี่ยน พาเร้นท์ ไว้เป็นอุทาหรณ์ว่า ครั้งหนึ่ง ที่เธออุ้มลูกที่ยังเป็นทารกวัย 6 เดือน กลับบ้าน โดยเธอ นั่งด้านหน้า โอบลูกไว้ด้วย แขนทั้งสองข้าง และ สามีเป็นคนขับ ระหว่างทาง มีมอเตอร์ไซด์ขับปาดหน้ากะทันหัน ทำให้สามีของเธอต้องเบรคทันที ผลคือ สัญชาตญาณแม่ ทำให้เธอใช้แขนที่อุ้มลูกปกป้องไว้ เบี่ยงต้นแขนกระแทกกับคอนโซล แม้ลูกจะไม่เป็นอะไร แต่เธอมีอาการบาดเจ็บ ฟกช้ำ และกลัวว่าถ้ารุนแรงกว่านี้ลูกเธอจะเป็นอย่างไร

ตรงกันข้ามกับ ลาเทรซ โจนส์ คุณแม่ยังสาววัย 20 ชาวเทนเนสซี่ สหรัฐอเมริกา ที่เธอขับรถออกจากบ้านโดยพาลูกชายวัยสองขวบนั่งไปด้วย โชคร้ายที่เธอประสบอุบัติเหตุ รถเธอชนกับอีกคัน และผู้ตายไม่ใช่เธอ แต่กลับเป็นคนที่เธอรักที่สุด จากความเลินเล่อบวกกับกฏหมายที่ต่างจากบ้านเรา ทำให้โจนส์ถูกตั้งข้อหาฆาตรกรรม และถูกตั้งทัณฑ์บนไว้  2  ปี  แน่นอน คนเป็นแม่คนไม่เคยอยากให้ลูกตาย แต่ความประมาทก็ทำให้เธอพบกับความสูญเสีย

นี่คือวิดีโอจำลองเมื่อแม่อุ้มลูกแทนการนั่งในคาร์ซีท>>

 

6 ทิปส์เลือกคาร์ ซีท
นอกจากดีไซน์ และ สีสัน ที่ชอบ อย่าลืมล่ะ ความปลอดภัย ก็ต้องมาก่อน

1.  มีสายรัดรอบด้าน
เลือก แบบที่มีสายรัดแบบ 5 สายไว้ก่อน หรือ แบบที่ รัดกุม ทั้งช่วงไหล่ และ ช่วงขา สามารถ ปรับระดับ สายได้ง่าย ไม่ซับซ้อน หากเป็นแบบ หันไปทางหน้ารถ ต้องมั่นใจว่า สายรัดอยู่ใต้ระดับไหล่

2.มีที่รองศีรษะ
แม้ ทารกอาจยัง ตั้งศีรษะไม่ได้ ก็ลองมองหา แบบที่มีเบาะให้สอดเพื่อ ประคองช่วงศีรษะได้ จะปลอดภัยกว่า (อาจมีในบางยี่ห้อ) หากไม่มี ให้ลองนำผ้าขนหนูม้วนๆ เพื่อหนุนศีรษะไว้ เลี่ยง ที่หนุนคอที่ดูเหมือนจะดี แต่ อาจเป็นอันตรายกับลูกได้

3.มีโฟมดัน
เปล ที่มีความหนา จากโฟมที่มากเพียงพอ จะ ยิ่งช่วย เพิ่มความปลอดภัย

4. มีที่กันด้านข้าง
เปลที่ดี ควรมีความลึก หนา และ ขอบเขตที่ปกป้องรอบตัว สันหลัง คอ และ ศีรษะ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุด้านข้างตัวรถ

5. นั่งสบาย
เช็คสักนิดว่า วัสดุที่ใช้ทำให้นั่งสบาย และ นุ่มดีพอหรือเปล่า กล่าวอย่างนี้ เหมือนจะ ยิ่งแพง แต่จริงๆ แล้ว จะช่วยดูแลสุขภาพร่างกาย และ ผิวลูกน้อยได้ด้วย

6. เช็ควันผลิต
เพราะ วันที่หมดอายุแล้ว แปลว่า โฟมอาจเก่า หรือ เปราะพรุน ลองดูเปลที่เก่าๆ ดูสิ คุณจะ เห็นได้ว่ามีสภาพที่เปลี่ยนไป (ของมือสองจึงต้องเช็คให้ดี)

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:
คลิป “ทำไมต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีท”

ประสบการณ์จริง ลูกรอดมาได้เพราะคาร์ซีท!!

https://my-best.in.th/17081

 

TAP-ios-for-article-footer-with button

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner