คิดว่าเลือกโรงแรมดีแล้ว แต่ก็ยังเจอแจ็คพอต นักแสดงสาวและคุณแม่ลูกสอง รถเมล์ คะนึงนิจ ได้โพสต์แชร์ประสบการณ์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ หลังลูกน้อยทั้งสองคนป่วยเป็นโรคมือเท้าปากพร้อมกัน โดยคาดว่าติดเชื้อมาจาก Kids Club ของโรงแรมแห่งหนึ่งที่ไปพัก เธอจึงอยากเตือนให้คุณพ่อคุณแม่ระมัดระวังเรื่องความสะอาดของสถานที่เล่นเด็กในโรงแรม เพราะอาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคจนทำให้ ลูกเป็นมือเท้าปาก ได้
รถเมล์ คะนึงนิจ ได้โพสต์เล่าเรื่องราว ผ่าน IG ไว้ว่า
เรื่องเล่าสัปดาห์ก่อน ครอบครัวเราไปเชียงใหม่กัน5วัน พัก2โรงแรม จะได้มีอะไรหลากหลาย โรงแรมที่2เลือกแบบที่มี kids club เด็กๆก็สนุกสนานกัน พอกลับมากรุงเทพได้2 วัน หนูนิจไข้ขึ้นสูง เช้าอีกวันก็ยังไม่มีอะไรนอกจากไข้ และมีจุดแดงๆในผิวที่เท้าซึ่งก็ยังดูไม่ผิดปกติ พอตกเย็นเม็ดเริ่มขึ้นขาน้อง น้ำลายไหลเยอะกว่าปกติ เวลานั้นส่งข้อความหาหมอ น้องน่าจะเป็นมือเท้าปาก และก็ใช่จริงๆ ปกติจะขึ้นที่มือที่เท้าที่ปาก ของน้องนิจขึ้นตัวด้วย พอรู้ก็แยกคิดออกจากน้อง เฝ้าระวังเพราะหมอบอกว่าติดกันง่ายมากจากน้ำลายและการสัมผัส ปรากฏดูแล้วคิดก็น่าจะเป็นด้วยแต่อาการไม่เยอะเท่าน้อง หายกันเร็วๆนะลูกๆ ดีที่นิจกับคิดยังยิ้มและเล่นได้ มีงอแงแค่วันแรกๆที่เป็น
ไปเที่ยวมามากมายไม่เคยเป็น เราคิดว่าเราเลือกโรงแรมดีแล้วแต่แจ็คพอตก็เกิดกับน้องนิจจนได้ การทำความสะอาดkids clubที่เล่นของเด็กเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นอะไรกันบ้าง ประสบการณ์การเป็นแม่เกือบ3ปี ครั้งแรกกับโรค #มือเท้าปาก โรคนี้ต้องพักยาว 7-10วัน กว่าตุ่มจะหายและไม่แพร่เชื้อทางการสัมผัสให้คนอื่น
CR: IG Rodmayaloha
จากเหตุการณ์ของคุณแม่รถเมล์ คะนึงนิจในครั้งนี้ เรามาทำความรู้จักกับโรคมือเท้าปาก วิธีสังเกตอาการ และวิธีป้องกัน ลูกเป็นมือเท้าปาก กันค่ะ
โรคมือเท้าปาก คืออะไร? ทำไมติดกันง่ายจัง?
โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease – HFMD) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยมาก โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ
เชื้อที่เป็นสาเหตุหลักคือไวรัสในกลุ่ม เอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) ซึ่งมีหลายสายพันธุ์มากค่ะ
ทำไมถึงติดกันง่าย? โดยเฉพาะในเนอร์สเซอรี่ โรงเรียนอนุบาล หรือแม้แต่ Kids Club เพราะเชื้อนี้มันแพร่กระจายผ่านการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งของผู้ป่วยโดยตรง ได้แก่
- น้ำลายและน้ำมูก เด็กๆ เล่นของเล่นชิ้นเดียวกัน อมของเล่น จาม หรือไอใส่กัน
- น้ำจากตุ่มแผล ถ้าตุ่มน้ำใสๆ แตก แล้วลูกเราไปสัมผัสโดน ก็ติดได้
- อุจจาระ เชื้อนี้ขับออกมาทางอุจจาระได้ด้วย ถ้าล้างมือหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็กที่ป่วยไม่สะอาด แล้วไปจับของเล่นชิ้นอื่นต่อ เชื้อก็ไปรออยู่ตรงนั้นเลย
ที่สำคัญคือ เชื้อไวรัสกลุ่มนี้สามารถทนอยู่บนพื้นผิวของเล่น โต๊ะ ลูกบิดประตู ได้นานหลายชั่วโมงเลยค่ะ พอลูกเราเอามือไปจับ แล้วเผลอเอามือเข้าปาก ก็รับเชื้อไปเต็มๆ
ระยะฟักตัว ของโรคนี้อยู่ที่ประมาณ 3-5 วัน ซึ่งก็ตรงกับเคสของคุณแม่รถเมล์เลยคือ กลับจากเที่ยว 2-3 วัน ลูกก็เริ่มมีอาการไข้พอดิบพอดี
Checklist สัญญาณแบบนี้… ใช่เลย! “ลูกเป็นมือเท้าปาก”
เวลา ลูกเป็นมือเท้าปาก อาการไม่ได้มาพร้อมกันทีเดียวค่ะ แต่จะมาเป็นสเต็ปๆ ไล่เรียงตามลำดับ ให้คุณแม่สังเกตง่ายๆ นะคะ
ระยะเริ่มต้น (1-2 วันแรก)
- ไข้ขึ้น!: อาจจะไข้ต่ำๆ หรือไข้สูงก็ได้
- เริ่มงอแง: ลูกจะเริ่มไม่สบายตัว ครั่นเนื้อครั่นตัว
- เจ็บคอ กินได้น้อย: อาจจะเริ่มบ่นเจ็บคอ หรือกินนมน้อยลง

ระยะออกอาการ (วันที่ 2-3 เป็นต้นไป)
พอไข้เริ่มลด หรือยังมีไข้อยู่ ตุ่มและแผลก็จะเริ่มปรากฏชัดเจนค่ะ
ในปาก:
- คุณแม่ลองส่องไฟฉายดูในปากลูกนะคะ จะเห็นเป็น แผลร้อนใน หรือ ตุ่มแดง/ตุ่มน้ำใส ขึ้นตามจุดต่างๆ เช่น เพดานปาก กระพุ้งแก้ม หรือที่ลิ้น
- ลูกจะน้ำลายไหลเยอะผิดปกติ (แบบที่น้องนิจเป็น) หรือไม่ยอมกลืนน้ำลาย เพราะมันเจ็บแผลมากเวลากลืนค่ะ นี่คือจุดที่ทำให้เด็กๆ ทรมานที่สุด
มือ เท้า:
- ชื่อโรคก็บอกอยู่แล้วค่ะ จะมี ผื่น หรือ ตุ่มน้ำใส ขึ้นบริเวณ ฝ่ามือ และ ฝ่าเท้า
- ลักษณะเด่นของตุ่มนี้คือ มักจะไม่คัน ซึ่งต่างจากโรคสุกใสที่มักจะคันมาก
จุดอื่นๆ ที่อาจพบได้:
ในบางสายพันธุ์ ตุ่มอาจจะไม่ได้ขึ้นแค่ มือ เท้า ปาก แต่อาจลามไปขึ้นที่ ลำตัว, ก้น, ข้อศอก, หรือรอบปาก ได้ด้วย ถือว่าไม่ผิดปกติค่ะ
สัญญาณอันตราย… แบบนี้ต้องไปโรงพยาบาลด่วน!
โดยปกติแล้ว 90% ของ ลูกเป็นมือเท้าปาก จะหายได้เองที่บ้านค่ะ แต่จะมีอยู่สายพันธุ์หนึ่งที่คุณหมอจะกังวลเป็นพิเศษคือ เอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71 หรือ EV71) ซึ่งสายพันธุ์นี้อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ระบบประสาทและสมองได้
ดังนั้น ถ้าลูกมีอาการเหล่านี้ ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที แม้จะเป็นกลางดึกก็ตาม โดยไม่ต้องรอดูอาการ:
- ไข้สูงลอย: ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส นานเกิน 48 ชั่วโมง หรือกินยาลดไข้แล้วไข้ไม่ยอมลง
- ซึมลงมาก: ปกติเด็กป่วยจะงอแงแต่ยังพอเล่นได้ แต่ถ้าอยู่ๆ ลูกซึม ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ปลุกยาก
- อาเจียนบ่อย: อาเจียนตลอดเวลา กินอะไรไม่ได้เลย (เสี่ยงขาดน้ำรุนแรง)
- อาการทางสมอง: ลูกมีอาการชัก, กระตุก, ผวาบ่อยๆ, เดินเซ, หรือบ่นปวดหัวมากผิดปกติ
- หายใจหอบเหนื่อย: หายใจเร็ว หน้าซีด ดูเหนื่อย

เกราะป้องกันที่ดีที่สุด: ล้างมือ และ วัคซีน
บทเรียนจากคุณแม่รถเมล์ ทำให้รู้ว่าแม้เราจะเลือกโรงแรมดีแค่ไหน แต่ Kids Club ก็ยังเป็นพื้นที่เสี่ยงอยู่ดี แล้วเราจะป้องกันยังไงได้บ้าง?
- ล้างมือ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดและง่ายที่สุดค่ะ สอนลูกให้ล้างมือด้วยสบู่จนเป็นนิสัย ทั้งก่อนกินข้าว หลังเข้าห้องน้ำ และกลับจากข้างนอก ถ้าไปข้างนอก พกเจลแอลกอฮอล์ติดตัวไว้ค่ะ
- ทำความสะอาดของเล่น: ถ้าไปเล่นที่ Kids Club โดยเฉพาะช่วงที่มีโรคระบาด คุณแม่อาจพกสเปรย์ฆ่าเชื้อสำหรับเด็ก แบบ Food Grade ไปฉีดเช็ดของเล่นที่ลูกจะจับก่อน ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้ระดับหนึ่งค่ะ
- พาลูกไปฉีดวัคซีนมือเท้าปาก
- ตอนนี้ในประเทศไทย มีวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก แล้วนะคะวัคซีนตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันเชื้อสายพันธุ์ EV71 ตัวที่รุนแรง โดยเฉพาะ
- ข้อจำกัด คือวัคซีนตัวนี้ไม่ได้ป้องกันโรคมือเท้าปากจากเชื้อตัวอื่นๆ ได้ 100% นะคะ ลูกยังมีโอกาสเป็นสายพันธุ์อื่นที่ไม่รุนแรงได้ แต่จะช่วยป้องกันสายพันธุ์ EV71 ที่มักก่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ค่ะ
- ใครควรฉีด?: เด็กอายุ 6 เดือน จนถึง 5 ปี (ฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน)
- คุณแม่ที่สนใจ ลองปรึกษาคุณหมอเด็กที่ดูแลน้องอยู่ได้เลยค่ะ
สำหรับคุณแม่เมื่อ ลูกเป็นมือเท้าปาก ขึ้นมาจริงๆ ไม่ต้องกังวลหรือโทษตัวเองว่าดูแลลูกไม่ดีนะคะ เหมือนที่คุณแม่รถเมล์ก็เลือกสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว แต่แจ็คพอตก็ยังเกิดได้ สิ่งสำคัญคือเมื่อลูกป่วย เราต้องรู้วิธีดูแลประคองอาการที่บ้านให้ลูกสบายตัวที่สุด และที่สำคัญกว่า คือต้องรู้วิธีสังเกตสัญญาณอันตรายเพื่อพาลูกไปหาหมอได้ทันท่วงทีค่ะ
เป็นกำลังใจให้คุณแม่รถเมล์ ให้น้องทั้งสองคนหายไวๆ นะคะ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
รู้จัก เชื้อเอนเทอโรไวรัส และ สัญญาณโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากเชื้อไวรัส
เตือน! โรคมือ เท้า ปาก ชนิดรุนแรง คร่าชีวิตเด็กแล้ว 3 ราย
เตือนภัย! โรคมือ เท้า ปาก – โรคไข้หวัดใหญ่ ระบาดหนักช่วงเปิดเทอมใหม่
ที่มา: IG Rodmayaloha , กรมควบคุมโรค (DDC), กระทรวงสาธารณสุข , โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ , โรงพยาบาลสมิติเวช
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!