สีของอึลูกน้อย ไม่เพียงบอกว่าลูกกินอะไรเข้าไป แต่ยังบ่งบอกถึงสุขภาพภายในของลูกน้อยอีกด้วย การสังเกตสีของอึลูกจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่! อย่าเพิ่งตกใจถ้าเห็นอึลูกมีสีแปลกๆ อย่าเพิ่งอี๋ ถ้า… ลูกน้อยอึสีเขียว ดำ เทา บทความนี้จะชวนคุณแม่มาสังเกตและทำความเข้าใจว่า สีอุจจาระของลูกน้อยที่แตกต่างกันนั้น เกิดจากอะไร และ บอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพลูก

ลูกน้อยแต่ละวัย อึไม่เหมือนกันนะ
ลูกน้อยแต่ละช่วงวัยนั้นมีพัฒนาการแตกต่างกันไปค่ะ ในเรื่องของการขับถ่ายก็เช่นกัน โดยลูกจะมีการพัฒนาของระบบขับถ่ายตั้งแต่แรกเกิด ดังนี้
เป็นช่วงที่คุณแม่อาจพบว่าลูกน้อยขับถ่ายบ่อยมาก วันละประมาณ 10 ครั้งหรือมากกว่านั้นขึ้นไป เนื่องจากระบบขับถ่ายของลูกเป็นแบบอัตโนมัติ คือ เมื่อกินนมจนเต็มกระเพาะ จะมีการส่งสัญญาณผ่านระบบประสาทไปกระตุ้นที่ลำไส้ใหญ่เกิดการขับถ่ายออกมา หากลูกน้อยได้รับนมแม่อย่างสมดุลทั้งน้ำนมส่วนหน้าและส่วนหลังอึของลูกก็จะมีลักษณะสีเหลืองทอง เป็นเม็ดๆ เหมือนเม็ดมะเขือ
ลูกน้อยที่อายุประมาณ 1-2 เดือนขึ้นไป อาจลดปริมาณการขับถ่ายลงมาเหลือวันละ 1-8 ครั้ง หรืออาจไม่ได้ถ่ายทุกวัน โดยที่กินนมได้ หลับได้ ท้องนิ่มดี ผายลมเล็กน้อย เหล่านี้เป็นอาการปกติที่พบเจอได้ เนื่องจากลำไส้ลูกน้อยสามารถดูดซึมสารอาหารในนมแม่ไปใช้ได้หมดแทบไม่เหลือกากของเสียให้ขับถ่ายออกมา การที่ลูกไม่อึทุกวันแบบนี้คุณแม่ไม่ต้องกังวลค่ะ
จำนวนครั้งของการขับถ่ายจะลดน้อยลงอีก ประมาณ 2-3 ครั้งต่อวัน หรือประมาณ 2-3 วันขับถ่าย หากอึของลูกมีลักษณะนิ่มดี และค่อยๆ เป็นก้อนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ถือว่าปกติค่ะ
เป็นช่วงที่คุณแม่อาจเริ่มให้ลูกกินอาหารเสริมตามวัยแล้ว ซึ่งลำไส้จะมีการปรับตัวกับอาหารที่ลูกกิน ในช่วงแรกจึงอาจพบว่าลูกไม่ขับถ่าย อุจจาระแข็งหรือเหลว แต่เมื่อลำไส้มีการปรับตัวได้ประมาณ 5-7 วัน ลูกน้อยก็จะกลับมาขับถ่ายปกติ
ลูกจะขับถ่ายเป็นก้อนมากขึ้น และลดจำนวนครั้งในการถ่ายเหลือวันละ 1-3 ครั้ง หรือไม่ได้ขับถ่ายทุกวันประมาณ 2-3 วัน โดยลักษณะของอึควรเป็นเนื้อนิ่มดี
เป็นช่วงวัยที่ลูกน้อยจะขับถ่ายวันละ 1-2 ครั้ง เหมือนกับผู้ใหญ่ หรือ 2-3 วันถ่ายครั้ง แต่เป็นเนื้อ นิ่มดี ถือว่าเป็นปกติ

อย่าเพิ่งอี๋ ลูกน้อยอึสีเขียว
การที่ ลูกน้อยอึสีเขียว อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่ตกใจ ซึ่งอึสีเขียวนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งอาหารที่กิน ปัญหาระบบทางเดินอาหาร หรือการได้รับธาตุเหล็ก ซึ่งอาจเป็นตัวบ่งบอกถึงสุขภาพของลูกน้อยได้
อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าทารกแรกเกิดจะอึเป็นครั้งแรกภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังคลอด ซึ่งก็คือ “ขี้เทา” โดยสีในตอนแรกอาจเป็นเขียวเข้มปนดำ ลักษณะจะ เหนียว ข้น เหมือนยางมะตอย ไม่มีกลิ่นแรง แต่สีของอึลูกจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง หรือเป็นสีเขียวอยู่บ้างตามปริมาณนมแม่ที่ได้รับ ต่อเมื่อลูกน้อยเริ่มเปลี่ยนมากินนมผงหรืออาหารเหลวและอาหารตามวัยได้แล้ว สีของอึจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้ม น้ำตาล หรือเขียวเข้ม ตามอาหารหรือนมที่ลูกน้อยกินเข้าไปค่ะ ซึ่งสาเหตุ ลูกน้อยอึสีเขียว มีความเป็นไปได้ดังนี้
1. กินอาหารสีเขียว
เนื่องจากคุณแม่กินอาหารที่มีสีเขียวในช่วงให้นมลูก เช่น ผักใบเขียว หรืออาหารแต่งสี นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากทารกเริ่มกินอาหารที่มีส่วนประกอบสีเขียวอย่างถั่วบางชนิด ซึ่งส่งผลต่อสีของอึลูกได้
2. ได้รับน้ำนมส่วนหน้าและส่วนหลังที่ไม่เท่ากัน
ในหลายกรณีอุจจาระสีเขียวสามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ และหนึ่งในสาเหตุที่พบได้ คือเรื่องของสัดส่วน “นมส่วนหน้า” และ “นมส่วนหลัง” ที่ลูกได้รับในแต่ละมื้อ
ในระหว่างที่ลูกดูดนมจากเต้า น้ำนมจะค่อย ๆ เปลี่ยนองค์ประกอบจากช่วงต้นมื้อไปสู่ช่วงปลายมื้อ นมช่วงแรกหรือที่เรียกว่า foremilk จะมีลักษณะค่อนข้างใส มีปริมาณน้ำตาลแลคโตสสูง แต่มีไขมันต่ำ เมื่อดูดต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ น้ำนมจะเข้มข้นขึ้น กลายเป็นนมส่วนหลังหรือ hindmilk ซึ่งมีไขมันและพลังงานสูงกว่า ช่วยให้อิ่มนานและเพิ่มน้ำหนักได้ดี
หากลูกดูดเต้าในระยะเวลาสั้น ๆ หรือมีการสลับเต้าบ่อยเกินไป ลูกอาจได้รับนมส่วนหน้ามากกว่าส่วนหลัง ทำให้สัดส่วนของน้ำตาลสูงกว่าไขมัน เมื่อมีแลคโตสในลำไส้มาก อาหารจะเคลื่อนผ่านลำไส้เร็วขึ้น เกิดการหมักโดยแบคทีเรียในลำไส้ ทำให้มีแก๊สและฟองร่วมด้วย ผลที่เห็นคืออุจจาระอาจมีสีเขียว เหลว และมีฟอง บางครั้งอาจมีมูกเล็กน้อยจากการระคายเคืองของเยื่อบุลำไส้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าลำไส้มีการหลุดลอกอย่างรุนแรงแต่อย่างใด
การดูแลเบื้องต้นคือให้ลูกดูดเต้าเดิมจนรู้สึกว่าเต้านิ่มลงก่อนจึงค่อยสลับข้าง เพื่อให้ได้รับทั้งนมส่วนหน้าและส่วนหลังอย่างสมดุล หากคุณแม่ปั๊มนม ควรปั๊มจนเกลี้ยงเต้าในแต่ละรอบ แทนการปั๊มสั้น ๆ แล้วหยุดเร็วเกินไป
คุณแม่จึงควรให้ลูกกินนมจากเต้าแม่นานขึ้น ข้างละ 15 นาที หรือปั๊มนมแม่ 30 นาที เพื่อให้ลูกได้รับนมแม่ส่วนหลังที่มีโปรตีนและไขมันเพิ่มขึ้นด้วย
|
ความสำคัญของน้ำนมส่วนหน้า และน้ำนมส่วนหลัง
|
|
น้ำนมส่วนหน้า (foremilk)
|
คือ น้ำนมที่ไหลออกมาจากเต้านมในช่วงแรกของการให้นม มีลักษณะเจือจาง สีขาวขุ่น คล้ายนมวัว มีแลคโตสสูง จึงมีรสหวาน
|
- ดับกระหาย เป็นเหมือนน้ำดื่มสำหรับลูก ช่วยให้ได้รับการเติมเต็มของเหลวในร่างกาย
- กระตุ้นให้ร่างกายแม่หลั่งฮอร์โมนออกซิโทซิน ช่วยให้มีน้ำนมส่วนหลังไหลออกมาได้มากขึ้น
- แม้ว่าน้ำนมส่วนหน้าจะมีไขมันต่ำกว่าน้ำนมส่วนหลัง แต่ก็ให้พลังงานเบื้องต้นแก่ลูกน้อย
|
|
น้ำนมส่วนหลัง (hindmilk)
|
นับเป็นอาหารหลักของลูกน้อย ไหลออกมาหลังจากลูกดูดนมไปสักพัก มีลักษณะข้น สีเหลือง มีไขมันสูง และมีสารอาหารครบถ้วนในการเจริญเติบโต
|
- ไขมันในน้ำนมส่วนหลังเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่ช่วยให้ลูกน้อยเติบโต
- ช่วยในการสร้างเซลล์สมองและระบบประสาทของลูก
- ช่วยให้ลูกน้อยอิ่มนาน
|

3. ลูกน้อยไม่สบาย
มีในบางกรณีเช่นกันที่ ลูกน้อยอึสีเขียว เนื่องจากอาการท้องเสียหรือการติดเชื้อไวรัส ทำให้ถ่ายบ่อย ก้นแดง อาจมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ ข้นเหนียว และอาจมีเมือกติดอยู่ แต่อย่างไรก็ตามอึเขียวอย่างเดียว ยังไม่ใช่สัญญาณอันตราย ต้องดู “อาการโดยรวมของลูก” มากกว่าสีอึค่ะ
4. ธาตุเหล็ก
เมื่อเด็กรับประทานธาตุเหล็ก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบยาน้ำ วิตามินเสริม หรือนมผงที่มีการเติมธาตุเหล็ก ร่างกายจะดูดซึมธาตุเหล็กไปใช้เพียงบางส่วนเท่านั้น ธาตุเหล็กที่เหลือซึ่งไม่ได้ถูกดูดซึมจะถูกขับออกทางอุจจาระ เมื่อธาตุเหล็กสัมผัสกับน้ำดีและแบคทีเรียในลำไส้ จะเกิดปฏิกิริยาทำให้อุจจาระมีสีเข้มขึ้น ตั้งแต่เขียวเข้ม เขียวคล้ำ ไปจนถึงดำได้ ลักษณะนี้ไม่ได้หมายความว่ามีเลือดออกในทางเดินอาหาร แต่เป็นผลตามธรรมชาติของการรับประทานธาตุเหล็ก
ลูกน้อยอึสีเขียว แบบไหนที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม
การที่ลูกน้อยถ่ายอุจจาระออกมามีสีเขียวอาจเป็นเรื่องปกติที่พบได้ก็จริง แต่ใช่ว่าคุณแม่จะวางใจได้ทั้งหมดนะคะ แต่ควรหมั่นสังเกตการขับถ่ายของลูกเสมอ โดยเฉพาะหากอุจจาระของลูกมีลักษณะ หรือมีอาการอื่นใดต่อไปนี้ร่วมด้วย
- ท้องร่วง สังเกตได้จากการที่ลูกถ่ายเหลวมาก ๆ จนไหลหรือล้นผ้าอ้อม กรณีนี้สีของอุจจาระอาจเป็นสีเขียว เหลือง หรือน้ำตาล ซึ่งควรให้ลูกดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำ หากลูกท้องร่วงนานกว่า 3 วัน ถ่ายเหลวมาก ๆ บ่อยครั้ง หรือมีสัญญาณของอาการขาดน้ำ ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
- อึสีเขียวติดต่อกัน ร่วมกับอาการท้องไส้ปั่นป่วน ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน มีไข้ หรือคลื่นไส้อาเจียน
- ท้องผูก จนทำให้ถ่ายยาก ลักษณะอุจจาระเป็นก้อนแข็ง เป็นก้อนเล็ก ๆ บางครั้งอาจมีเลือดปนออกมา หรือมีเมือกปนออกมาซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อได้

อึสีเขียว ดำ เทา บอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพลูก
ตั้งแต่แรกเกิดคุณแม่จะสังเกตได้ว่าอุจจาระลูกมักจะมีสีเปลี่ยนไปเสมอค่ะ ซึ่งสีเหล่านี้แหละที่จะสามารถบอกได้ว่าสุขภาพของลูกน้อยเป็นยังไง แข็งแรงตามปกติ หรือมีภาวะผิดปกติอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายหรือไม่ แล้วคุณแม่จะต้องดูแลลูกน้อยอย่างไรให้สุขภาพแข็งแรง
|
อึลูกน้อย มีสีอะไรได้บ้างนะ
|
| สี |
ลักษณะ |
ปกติ (√)
ผิดปกติ (ꓫ) |
| เขียวเข้ม ดำ |
หรือ “ขี้เทา” เหนียวเข้มเหมือนยางมะตอยหรือน้ำมันดิน เป็นอึในช่วง 1-3 วันแรกเกิด เกิดจากน้ำดี กรดไขมัน น้ำคร่ำ ที่ลูกกินเข้าไป ลูกที่ดื่มนมแม่จะถ่ายขี้เทาออกมาได้ไว ป้องกันอาการตัวเหลืองช่วงแรกคลอด |
√ |
| เขียวปนเหลือง |
เป็นช่วงหลังขี้เทา อาจมีขี้เทาหลงเหลือปนอยู่บ้าง ทำให้ยังมีสีเขียวปนออกมา |
√ |
| เหลืองคล้ายฟักทอง/มัสตาร์ด |
ลักษณะเหลว เนื้ออึนุ่ม เนียน แสดงถึงการที่ลูกกินนมแม่ล้วนอย่างเพียงพอ และสุขภาพดี |
√ |
| เขียว |
อาจเกิดจากคุณแม่กินผักใบเขียวเยอะในช่วงให้นม หรือเริ่มให้ลูกกินนมชง สีอึของลูกอาจจะต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของนม |
√ |
| เหลืองปนเขียว |
เกิดจากการให้นมลูกในท่าที่ไม่ถูกต้อง ทำให้มีลมในท้องมากไป มีกรดในท้องลูกเยอะ |
√ |
| เหลืองอมส้ม |
เพราะลูกกินนมไม่หมดเต้า ไม่ต่อเนื่อง ทำให้ต้องดูดนมเต้านั้นบ่อยๆ |
√ |
| น้ำตาลเข้ม |
หากลูกกินนมชง นมผสม อึอาจจะมีสีนี้และลักษณะเหมือนแป้งเปียก เป็นก้อน มีกลิ่นแรงมาก |
√ |
| ดำ(หลังหมดขี้เทา) |
อาจเกิดจากกินธาตุเหล็ก หรืออาจมีเลือดออกในทางเดินอาหาร โดยเฉพาะดำคล้ำ เหนียว มีกลิ่นเหม็นคาวมาก คล้ายยางมะตอย เรียกว่า melena มักเกิดจากเลือดออกในกระเพาะหรือลำไส้เล็กส่วนต้น เช่น แผลในกระเพาะอาหาร เส้นเลือดโป่งพองในหลอดอาหาร |
ꓫ |
| มีสีแดงสดปน |
เกิดจากแผลฉีกขาดบริเวณรูทวารหนักจากการเบ่งอึ มักเกิดในเด็กที่อึแข็ง ท้องผูกบ่อยๆ แพ้นมวัว หรืออาจมีแผลในลำไส้ของลูกเล็กและควรได้รับการตรวจรักษาอย่างเร่งด่วน |
ꓫ |
| สีขาวซีด |
โดเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก อาจเกิดจาดความผิดปกติของท่อน้ำดีในร่างกาย และควรได้รับการตรวจรักษา หรืออาจต้องได้รับการผ่าตัด |
ꓫ |
สีของอุจจาระจะบ่งบอกถึงระบบขับถ่ายของลูกน้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจและให้ความสำคัญ เนื่องจากระบบขับถ่ายนี้อาจเป็นสัญญาณสุขภาพของลูกในเบื้องต้นได้ การใส่ใจหมั่นสังเกตสีและลักษณะอุจจาระของลูกจึงช่วยให้คุณแม่สามารถรับมือได้ทันท่วงทีหากลูกมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายค่ะ
ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย พญ.สีวลี สีดาฟอง
แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบทางเดินอาหารและตับในเด็ก โรงพยาบาลวิมุต

ที่มา : www.ekachaihospital.com , www.pobpad.com , www.vinceplanet.co.th , www.thaipbskids.com , โรงพยาบาลวิมุต
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
5 เทคนิค สอนลูกให้พอใจในสิ่งที่ตนมี และไม่อิจฉาผู้อื่น ปลูกสุขที่แท้ในหัวใจ
ลูกไม่ยอมเลิกขวดนม ทำไงดี วิธีแก้ปัญหาลูกน้อยติดขวดนม
White noise เสียงไดร์เป่าผม ช่วยกล่อมทารก หลับสบายจริงไหม ?
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!