รู้จัก "Gentle C-Section" (ผ่าคลอดแบบอ่อนโยน) ทางเลือกใหม่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนคลอดธรรมชาติ

ในปัจจุบัน คุณแม่ผ่าคลอดมีทางเลือกใหม่ที่เรียกว่า "Gentle C-Section" หรือ การผ่าคลอดแบบอ่อนโยน ที่แม่ลูกได้กอดกันตั้งแต่วินาทีแรกในห้องผ่าตัด

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

Gentle C-Section เทรนด์ที่กำลังมาแรงในต่างประเทศ ปรับกระบวนการผ่าคลอดให้ใกล้เคียงกับการคลอดธรรมชาติมากที่สุด เพื่อสร้างความผูกพัน (Bonding) และลดความเครียดของทารก

รู้หรือไม่คะว่า? ในปัจจุบัน คุณแม่ผ่าคลอดมีทางเลือกใหม่ที่เรียกว่า การผ่าคลอดแบบอ่อนโยน (บางครั้งเรียกว่า Natural Cesarean) ที่แม่ลูกได้กอดกันตั้งแต่วินาทีแรกในห้องผ่าตัด บทความนี้ theAsianparent จะพาคุณแม่ไปทำความรู้จักเทรนด์นี้กันค่ะ

 

Gentle C-Section คืออะไร? ต่างจากการผ่าคลอดปกติอย่างไร?

Gentle C-Section คือการผ่าตัดคลอดที่ยังคงมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์ไว้ครบถ้วน แต่มีการปรับบรรยากาศ และขั้นตอนบางอย่างให้มีความเป็นธรรมชาติและเป็นมิตรกับครอบครัวมากขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักคือ การจำลองประสบการณ์ให้ใกล้เคียงกับการคลอดธรรมชาติมากที่สุด

ความแตกต่างที่คุณแม่จะได้รับ:

  • ผ่าคลอดปกติ: ทันทีที่เด็กคลอดออกมา พยาบาลมักจะอุ้มลูกไปที่ตู้อบหรือมุมตรวจเด็ก เพื่อเช็ดตัว ชั่งน้ำหนัก และตรวจร่างกายทันที ทำให้แม่เห็นหน้าลูกแค่แวบเดียวและไม่ได้สัมผัสตัว
  • ผ่าคลอดแบบอ่อนโยน: แพทย์จะให้ความสำคัญกับสายใยรัก (Bonding) ทันทีที่ลูกคลอดออกมา หากลูกแข็งแรงดี แพทย์จะวางลูกบนหน้าอกแม่ทันทีเพื่อให้เกิดการสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อ (Skin-to-Skin) ในขณะที่หมอกำลังเย็บแผลอยู่

 

บรรยากาศในห้องผ่าตัด เป็นอย่างไร?

ถึงแม้จะเป็นห้องผ่าตัด แต่บรรยากาศจะผ่อนคลายกว่ามาก โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  1. คุณแม่มีสติครบถ้วน: การผ่าตัดจะใช้วิธีการบล็อกหลัง (Spinal Anesthesia) ทำให้คุณแม่ไม่รู้สึกเจ็บปวดช่วงล่าง แต่ยังมีสติครบถ้วน สามารถพูดคุย ยิ้ม และมองเห็นลูกน้อยได้ตลอดเวลา
  2. มองเห็นวินาทีแรกของลูก: ปกติแล้วจะมีฉากผ้าสีเขียวทึบกั้นระหว่างหน้าอกแม่กับจุดที่หมอผ่าตัด แต่ในการผ่าคลอดแบบอ่อนโยน คุณแม่สามารถเลือกใช้ “ฉากกั้นแบบใส” (Clear Drapes) เพื่อให้คุณแม่มองทะลุเห็นวินาทีที่หมอดึงลูกออกมาจากท้องได้ด้วยตาตัวเอง
  3. ดนตรีบำบัด: มีการเปิดเพลงคลอเบาๆ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ลดความตื่นเต้นและความกังวล
  4. มือที่ว่างเพื่อกอดลูก: ทีมแพทย์จะย้ายอุปกรณ์วัดชีพจร สายน้ำเกลือ และเครื่องมือติดตามสัญญาณชีพต่างๆ ไปติดไว้ที่ด้านข้าง หรือด้านหลัง และให้สายน้ำเกลืออยู่ที่แขนข้างที่ไม่ถนัด เพื่อให้ “แขนข้างที่ถนัดของคุณแม่ว่าง” และพร้อมที่จะโอบกอดลูกน้อยได้ทันที

 

 

ขั้นตอนการผ่าคลอดแบบอ่อนโยน

ขั้นตอนทางการแพทย์หลักๆ ยังคงเหมือนเดิม คือคุณหมอจะทำการผ่าตัดผ่านผิวหนัง กล้ามเนื้อหน้าท้อง และมดลูกเพื่อนำทารกออกมา แต่จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • การทำคลอดที่ช้าลง: แพทย์อาจจะค่อยๆ ให้ศีรษะทารกออกมา แล้วรอจังหวะให้ลำตัวค่อยๆ เคลื่อนออกมาคล้ายกับการเบ่งคลอดตามธรรมชาติ เพื่อให้ปอดของลูกได้ขับของเหลวออก
  • การตัดสายสะดือ: ในบางโรงพยาบาลที่อนุญาต คุณพ่ออาจได้รับเชิญให้เป็นคน “ตัดสายสะดือ” (ในจุดที่ปลอดภัยและปลอดเชื้อ) หรือ ตัดสายสะดือช้าลง โดยแพทย์อาจรอให้ชีพจรในสายสะดือหยุดเต้นก่อนจึงค่อยตัด (Delayed Cord Clamping) เพื่อให้เลือดไหลกลับเข้าสู่ตัวทารกได้เต็มที่
  • Skin-to-Skin ทันที: ทารกจะถูกวางบนอกแม่ทันที (หากปลอดภัย) โดยไม่รีบเช็ดไขมันที่หุ้มตัวเด็กออก เพราะกลิ่นเหล่านี้ช่วยให้ลูกสงบและคุ้นเคย

 

ข้อดีของการผ่าคลอดแบบอ่อนโยน

  1. สร้างสายสัมพันธ์ (Bonding) ที่ดีที่สุด: การสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อ (Skin-to-Skin) ทันทีหลังคลอด ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนแห่งความรัก (Oxytocin) ทั้งแม่และลูก ทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัย ลดการร้องไห้ และปรับตัวกับโลกภายนอกได้ดีขึ้น
  2. เริ่มต้นนมแม่ได้ไวกว่า: งานวิจัยพบว่าทารกที่ได้รับการทำ Skin-to-Skin ทันที มีแนวโน้มที่จะเข้าเต้าและดูดนมแม่ได้สำเร็จเร็วกว่าทารกที่ถูกแยกตัวไป
  3. ความรู้สึก “เติมเต็ม” ของคนเป็นแม่: คุณแม่จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคลอดอย่างแท้จริง ไม่ได้นอนรอเฉยๆ ช่วยลดความรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้คลอดเอง และลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าหลังคลอด
  4. คุณพ่อมีส่วนร่วม: การที่คุณพ่อได้อยู่ในห้องคลอด ได้เห็นหน้าลูกพร้อมแม่ หรือได้ตัดสายสะดือ ช่วยสร้างความผูกพันในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ความปลอดภัย: เรื่องที่แม่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

คุณแม่อาจยังไม่มั่นใจว่า  “ทำแบบนี้ปลอดภัยไหม?” คำตอบคือ “ปลอดภัยค่ะ”

  • มาตรฐานเดียวกัน: การผ่าตัดยังคงทำโดยสูตินารีแพทย์และวิสัญญีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในห้องผ่าตัดปลอดเชื้อเหมือนเดิม การเพิ่มขั้นตอน ผ่าคลอดแบบอ่อนโยนไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อหรือการตกเลือด
  • Safety First: หากเกิดภาวะฉุกเฉิน เช่น ทารกหายใจไม่ดี หรือคุณแม่มีความดันโลหิตไม่คงที่ ทีมแพทย์จะยึดความปลอดภัยเป็นหลัก โดยอาจต้องงดขั้นตอนนี้ และนำทารกไปดูแลรักษาทันที ซึ่งเป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องทำความเข้าใจล่วงหน้า

การฟื้นตัวหลังผ่าตัด

แม้บรรยากาศจะดูนุ่มนวล แต่ในทางกายภาพ คุณแม่ยังคงผ่านการผ่าตัดใหญ่ เหมือนการผ่าคลอดปกติ ร่างกายต้องการเวลาในการฟื้นตัว แผลผ่าคลอดต้องการการดูแล และควรงดการยกของหนักหรือออกกำลังกายหนักจนกว่าแผลจะหายดี

สิ่งที่ดีกว่าคือ “การฟื้นตัวทางใจ” คุณแม่ที่ผ่านกระบวนการนี้มักมีความพึงพอใจสูง มีกำลังใจ และมีความเครียดน้อยกว่า ซึ่งส่งผลดีต่อการผลิตน้ำนมและการเลี้ยงลูกในช่วงแรก

 

เตรียมตัวอย่างไร ถ้าอยากผ่าคลอดแบบอ่อนโยน?

บางโรงพยาบาลอาจมีการผ่าคลอดแบบอ่อนโยนอยู่แล้ว หากคุณแม่สนใจวิธีการนี้ ลองสอบถามคุณหมอที่ฝากครรภ์ว่า ที่โรงพยาบาลมีนโยบายเช่นนี้ไหม?”

ระบุความต้องการของคุณให้ชัดเจน เช่น คุณหมอคะ พอดีศึกษาเรื่อง Gentle C-Section มา ถ้าผ่าคลอดรอบนี้…

  • ขอให้สามีเข้าไปนั่งข้างๆ ตลอดเวลาได้ไหม?
  • วินาทีที่ลูกออกมา ขอลดฉากกั้นลง (Drop drape) ให้แม่เห็นวินาทีแรกได้ไหม? 
  • ถ้าลูกแข็งแรง ขอวางลูกบนอกแม่ (Skin-to-Skin) ทันทีระหว่างที่หมอเย็บแผลได้ไหมคะ?
  • ขอให้พยาบาลช่วยพาเอาลูกเข้าเต้าทันทีในห้องผ่าตัดเลยได้ไหมคะ?”*

 

อย่างไรก็ตาม ควรเตรียมใจเผื่อไว้เสมอว่า หากสถานการณ์หน้างานไม่เอื้ออำนวย ทีมแพทย์จำเป็นต้องเปลี่ยนแผนเพื่อความปลอดภัยของแม่และลูกเป็นสำคัญ

ไม่ว่าจะคลอดเองหรือผ่าคลอด สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของแม่และลูก แต่หากคุณแม่มีความจำเป็นต้องผ่าคลอด วิธีนี้คือทางเลือกที่น่าสนใจมาก ที่จะช่วยเปลี่ยนความกังวลให้กลายเป็นความทรงจำที่งดงาม ให้คุณแม่ได้ต้อนรับลูกน้อยสู่อ้อมอกอย่างอบอุ่นที่สุดตั้งแต่วินาทีแรกที่ลืมตาดูโลกค่ะ

ที่มา : WebMD, The Bump

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

นอนยังไงไม่เจ็บแผล? 5 ท่านอนแม่ผ่าคลอด นอนสบาย ฟื้นตัวไว แผลหายเร็ว

ACOG เผย 13 คำแนะนำ การดูแลคุณแม่หลังผ่าคลอดแบบใหม่ ให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

5 ข้อควรระวังหลังผ่าคลอด พฤติกรรมที่ทำให้คุณแม่ฟื้นตัวช้า