TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

คู่มือ อาหารเด็ก 1-3 ขวบ แนะนำเมนูมื้อหลักและอาหารว่าง เสริมสมอง พัฒนาการไว

บทความ 8 นาที
คู่มือ อาหารเด็ก 1-3 ขวบ แนะนำเมนูมื้อหลักและอาหารว่าง เสริมสมอง พัฒนาการไว

แนะนำ อาหารเด็ก 1-3 ขวบ ทั้งมื้อหลักและของว่าง เสริมพัฒนาการสมอง ร่างกาย และภูมิคุ้มกัน พร้อมคำแนะนำจากนักโภชนาการเด็ก

การเลือก อาหารเด็ก 1–3 ขวบ คือการวางรากฐานสุขภาพและพัฒนาการของลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นสมอง กล้ามเนื้อ หรือระบบภูมิคุ้มกัน งานวิจัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) และสมาคมกุมารแพทย์อเมริกัน (AAP) ย้ำตรงกันว่า เด็กวัยนี้ต้องการพลังงานและสารอาหารที่เพียงพอจากมื้อหลัก 3 มื้อ และมื้อว่าง 2 มื้อทุกวัน

ในประเทศไทย กรมอนามัยแนะนำว่า เด็กอายุ 1–3 ขวบ ควรได้รับพลังงานเฉลี่ยวันละ 1,000–1,300 กิโลแคลอรี ซึ่งต้องได้จาก “อาหารจริง” มากกว่าขนม ของทอด หรือน้ำหวาน

วันนี้เราจะพ่อแม่มารู้จักกับ “อาหารเด็ก 1-3 ขวบ” ที่ดี มีประโยชน์ แยกเป็นมื้อหลักและของว่าง พร้อมเคล็ดลับการเลือกเมนูให้เหมาะกับพัฒนาการของลูกวัยนี้ค่ะ

 

สารอาหารที่จำเป็นสำหรับเด็กวัย 1-3 ขวบ

ก่อนจะไปดูเมนู เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าร่างกายเล็กๆ ของลูกน้อยต้องการอะไรบ้าง

สารอาหารหลัก

  1. คาร์โบไฮเดรต: แหล่งพลังงานอันดับหนึ่งสำหรับวัยแห่งการเล่นและเรียนรู้ที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง ควรเลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนเพื่อให้พลังงานอย่างสม่ำเสมอ
    • แหล่งอาหาร: ข้าวสวย, ข้าวกล้องบดละเอียด, ข้าวเหนียว (ระวังติดคอ), เส้นก๋วยเตี๋ยว, ขนมปังโฮลวีท, มันเทศ, ฟักทอง
  2. โปรตีน: หน่วยการสร้างที่สำคัญที่สุด ใช้ในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ อวัยวะต่างๆ และระบบภูมิคุ้มกัน
    • แหล่งอาหาร: เนื้อปลา, เนื้อไก่, เนื้อหมู (เลือกส่วนไม่ติดมัน), ไข่, ตับ, เต้าหู้อ่อน/เต้าหู้ไข่, ถั่วต่างๆ (บดละเอียด)
  3. ไขมันดี: อย่ามองข้าม! ไขมันไม่ใช่ผู้ร้าย แต่คือพระเอกของการพัฒนาสมองและระบบประสาท โดยเฉพาะกรดไขมันจำเป็นอย่าง DHA และ Omega-3
    • แหล่งอาหาร: ไขมันจากปลาช่อน ปลากะพง, อะโวคาโด, น้ำมันรำข้าว, น้ำมันมะกอก (ใช้ปรุงอาหารเล็กน้อย), นมที่ลูกดื่ม

วิตามินและแร่ธาตุสำคัญ 

  • ธาตุเหล็ก: สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงเพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองและร่างกาย ป้องกันภาวะโลหิตจาง ซึ่งส่งผลให้ลูกเรียนรู้ช้าและเหนื่อยง่าย
    • แหล่งอาหาร: ตับไก่/ตับหมู (สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง), เนื้อแดง, ไข่แดง, ผักใบเขียวเข้ม เช่น ตำลึง, ผักโขม
  • แคลเซียมและวิตามินดี: คู่หูสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง
    • แหล่งอาหาร: นมและผลิตภัณฑ์นม (โยเกิร์ต, ชีส), ปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งกระดูก (บดละเอียด), เต้าหู้แข็ง, ผักคะน้า
  • สังกะสี: ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ลูกไม่ป่วยบ่อย และช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตตามปกติ
    • แหล่งอาหาร: เนื้อสัตว์, อาหารทะเล (ต้องแน่ใจว่าไม่แพ้), ตับ, ถั่ว
  • ใยอาหาร: ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ป้องกันปัญหาท้องผูกที่มักกวนใจเด็กวัยนี้
    • แหล่งอาหาร: ผักทุกชนิด, ผลไม้ต่างๆ, ข้าวกล้อง, ธัญพืช

หลักการจำง่ายๆ: ใน 1 มื้อ ควรจัดจานอาหารตามหลัก ข้าว/แป้ง 1 ส่วน, เนื้อสัตว์ 1 ส่วน และผักต่างๆ อีก 1 ส่วน เสริมด้วยผลไม้เป็นอาหารว่าง

อาหารเด็ก 1-3 ขวบ

อาหารมื้อหลักสำหรับเด็กวัย 1–3 ขวบ

อาหารเด็กวัยนี้ไม่จำเป็นต้องแยกเมนูจากผู้ใหญ่เสมอไป ขอเพียงปรับให้ “นุ่ม เคี้ยวง่าย เค็มน้อย หวานน้อย และปลอดภัย” โดยใช้หลัก “อาหารครบ 5 หมู่ในทุกมื้อ” วันละ 3 มื้อเป็นแนวทาง เช่น:

 

ตัวอย่างเมนู อาหารเด็ก 1-3 ขวบ มื้อเช้า (เติมพลังรับวันใหม่อย่างสดใส)

  • โจ๊กหมูสับตับบดใส่ตำลึง: เมนูคลาสสิกที่เปี่ยมด้วยคุณค่า หมูสับให้โปรตีน ตับบดคือสุดยอดแหล่งธาตุเหล็ก และตำลึงให้วิตามินและใยอาหาร ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวเพียงเล็กน้อย
  • ข้าวต้มปลา: เนื้อปลานุ่ม ย่อยง่าย ให้โปรตีนและไขมันดีที่จำเป็นต่อสมอง โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียวเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอม (ระวังกากกระเทียมแข็ง)
  • ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง: เมนูขวัญใจเด็กๆ ที่ทำง่ายและโปรตีนสูง ใส่ไก่สับ แครอทหั่นเต๋าจิ๋ว และต้นหอมซอยละเอียด เนื้อเนียนนุ่ม ทานคล่องคอ
  • แพนเค้กกล้วยหอมโฮลวีท: สำหรับวันพิเศษ ลองทำแพนเค้กโดยใช้กล้วยหอมสุกงอมแทนน้ำตาล ใช้แป้งโฮลวีทเพิ่มใยอาหาร ราดด้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติเล็กน้อย อร่อยและมีประโยชน์

เมนูข้าวต้ม 6

ตัวอย่างเมนู อาหารเด็ก 1-3 ขวบ มื้อกลางวันและมื้อเย็น (สารอาหารเต็มจานเพื่อการเรียนรู้และเติบโต)

  • ชุดข้าวสวยกับต้มจืดเต้าหู้ไข่หมูสับ: ซุปร้อนๆ ซดคล่องคอ เต้าหู้ไข่ให้โปรตีนที่นุ่มนวล หมูสับเสริมธาตุเหล็ก ใส่ผักกาดขาวหรือแครอทเพื่อเพิ่มวิตามิน
  • ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊วสูตรเด็ก: ใช้เส้นใหญ่นุ่มๆ ผัดกับเนื้อไก่หั่นชิ้นเล็กและผักคะน้าหั่นฝอย (เลือกเฉพาะส่วนใบ) ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวสูตรโซเดียมต่ำและน้ำตาลเล็กน้อยพอให้กลมกล่อม
  • ข้าวผัดรถไฟหลากสี: เมนูนี้ช่วยแก้ปัญหา ลูกเบื่ออาหาร ได้ดี สีสันสดใสจากมะเขือเทศหั่นเต๋า ถั่วลันเตา แครอท และข้าวโพด ชวนให้น่าทาน ใส่ไข่และไก่สับเพื่อโปรตีนที่ครบถ้วน
  • ฟักทองผัดไข่: เมนูง่ายๆ แต่อุดมด้วยคุณค่า ฟักทองให้เบต้าแคโรทีนซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ไข่ให้โปรตีนและไขมันดี
  • ปลาทูทอดแกะก้าง กับข้าวสวยและน้ำพริกผักต้ม (สำหรับเด็ก): ปลาทูเป็นแหล่งโปรตีนและแคลเซียมชั้นดี แกะเนื้ออย่างระมัดระวัง ทานคู่กับน้ำพริกรสไม่เผ็ด (อาจใช้เนื้อปลาตำกับมะเขือเทศและหอมแดง) และผักต้มเปื่อยๆ เช่น บรอกโคลี, แครอท

เคล็ดลับจากนักโภชนาการ:
หากลูกเริ่ม “เลือกกิน” ให้พ่อแม่ใช้วิธีหมุนเวียนวัตถุดิบ เช่น ถ้าลูกไม่กินแครอทในมื้อกลางวัน อาจใส่ลงในไข่ตุ๋นมื้อเย็นแบบบดละเอียดแทน

เมนูเต้าหู้

อาหารว่างเติมพลังสมอง

อาหารว่างสำหรับเด็ก ไม่ใช่ขนมหวานหรือขนมกรุบกรอบ แต่คือ “มื้อย่อย” ที่มีประโยชน์เพื่อเติมพลังงานระหว่างมื้อหลัก ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ทำให้เด็กไม่งอแงและมีสมาธิในการเล่นและเรียนรู้ ควรจัดมื้อว่างวันละ 2 มื้อในช่วงสาย (ประมาณ 10.00 น.) และช่วงบ่าย (ประมาณ 15.00 น.)

ไอเดียอาหารว่างเปี่ยมคุณค่า

  • หมวดผลไม้สด (วิตามินและใยอาหาร):
    • กล้วยน้ำว้า, มะละกอสุก, แก้วมังกร, ส้ม (แกะเม็ดและใยขาวออก), อะโวคาโดบด (แหล่งไขมันดี)
  • หมวดนมและผลิตภัณฑ์นม (โปรตีนและแคลเซียม):
    • นมจืด UHT (วันละ 2-3 กล่อง)
    • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (สามารถเติมผลไม้สดบดผสมลงไปได้)
    • ชีสแผ่นสำหรับเด็ก (เลือกชนิดโซเดียมต่ำ)
  • หมวดคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (พลังงานคุณภาพ):
    • มันเทศนึ่ง หรือ ฟักทองนึ่ง หั่นเป็นชิ้นแท่งให้ถือง่าย
    • ขนมปังโฮลวีทตัดขอบ ทาเนยถั่ว (ชนิดไม่ผสมน้ำตาลและน้ำมัน) บางๆ
    • ข้าวโพดต้ม (แกะเป็นเม็ดๆ)

เด็กเล็กกินโยเกิร์ตได้ไหม

ของว่างที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ลูกอม เยลลี่ ขนมกรอบรสจัด
  • น้ำหวาน น้ำอัดลม
  • ขนมปังไส้ครีม หรือเบเกอรี่เนยเยอะ
  • ผลไม้แห้งเคลือบน้ำตาล

เทคนิคคือ ให้ลูกช่วยเลือกผลไม้หรือของว่างจากตัวเลือกที่ดี เช่น “วันนี้จะกินกล้วยหรือฟักทองดีลูก” จะช่วยเสริมพัฒนาการการตัดสินใจ และลดการต่อต้าน

 

เคล็ด (ไม่) ลับ พิชิตใจลูกน้อยช่างเลือก

การรับมือกับลูกกินยาก ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ นี่คือเทคนิคที่นักโภชนาการมักแนะนำและได้ผลดี

1. กฎทอง 15 ครั้ง

งานวิจัยพบว่าเด็กอาจต้องเห็นหรือลองชิมอาหารชนิดใหม่ๆ ถึง 10-15 ครั้ง กว่าจะยอมรับมัน อย่าเพิ่งท้อใจหากลูกคายทิ้งในครั้งแรก ลองนำเสนอมันในรูปแบบต่างๆ (ต้ม, ผัด, นึ่ง, ชุบแป้งทอด) ในวันถัดๆ ไป

2. เล่นกับอาหาร

ทำให้มื้ออาหารเป็นเรื่องสนุก ใช้ที่กดผักผลไม้รูปดาว รูปหัวใจ จัดวางอาหารบนจานเป็นรูปหน้ายิ้มหรือรถไฟ เด็กๆ มักจะสนใจและอยากลองชิมสิ่งที่พวกเขาคิดว่าน่ารัก

3. พ่อครัว/แม่ครัวตัวน้อย

ให้ลูกมีส่วนร่วมในกระบวนการเตรียมอาหารง่ายๆ เช่น ช่วยเด็ดผัก (ภายใต้การดูแล) ช่วยล้างผลไม้ หรือช่วยคนส่วนผสม การได้สัมผัสอาหารก่อนปรุงจะช่วยลดความกลัวและเพิ่มความอยากลอง

4. เป็นแบบอย่างที่ดี

นั่งทานอาหารพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว เมื่อลูกเห็นคุณพ่อคุณแม่ทานผักหรืออาหารต่างๆ อย่างเอร็ดอร่อย เขาก็จะอยากทำตาม

5. กำหนดปริมาณที่เหมาะสม

อย่าตักอาหารให้ลูกเยอะเกินไปจนน่าตกใจ ใช้หลักง่ายๆ คือ “ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ต่ออายุ 1 ปี” สำหรับอาหารแต่ละหมวดหมู่ เช่น เด็กอายุ 2 ขวบ ควรได้รับข้าว 2 ช้อนโต๊ะ, ผัก 2 ช้อนโต๊ะ, เนื้อสัตว์ 2 ช้อนโต๊ะ เป็นต้น หากลูกทานหมดและยังอยากทานอีก ค่อยเติมให้

6. น้ำเปล่าคือเครื่องดื่มที่ดีที่สุด

ควรให้ดื่มนมเป็นมื้ออาหารเสริม ไม่ใช่ดื่มแทนน้ำตลอดวัน และจำกัดน้ำผลไม้ (แม้จะเป็นแบบ 100%) ไม่เกินวันละ 120 มล. เพราะมีน้ำตาลสูงและใยอาหารน้อย อาจทำให้ลูกอิ่มจนไม่อยากกินข้าว

ข้อควรระวัง: อาหารเสี่ยงสำลัก (Choking Hazards) ควรหลีกเลี่ยงหรือดัดแปลงอาหารเหล่านี้เสมอ: องุ่น (ให้ผ่า 4 ส่วนตามยาว), ไส้กรอก (ให้หั่นตามยาวแล้วซอย), ถั่วเป็นเม็ดๆ, ป๊อปคอร์น, ลูกอมแข็ง

อาหารเด็ก 1-3 ขวบ

ความเข้าใจผิดเรื่อง อาหารเด็ก 1-3 ขวบ

1. ยังเล็กอยู่ ให้กินแต่นมก็พอ

  • เข้าใจผิด! หลัง 1 ขวบ อาหารต้องเป็นหลัก นมเป็นเพียงตัวเสริม
  • เด็กที่กินแต่นม จะไม่ได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ เสี่ยงโลหิตจาง
  • แนะนำให้นมวันละไม่เกิน 400–500 ml เพื่อไม่ให้เบียดอาหารจริง

2. กินน้อยต้องบังคับให้กินจนหมดจาน”

  • เด็กมีกลไก “รู้ว่าอิ่ม” ตามธรรมชาติ
  • งานวิจัยจาก University of Illinois พบว่า เด็กที่ถูกบังคับให้กินหมดจาน มีแนวโน้มเป็นโรคอ้วนมากกว่าในวัยโต
  • ควรจัดจานเล็กๆ และให้เติมได้ถ้าหิว

3. ลูกกินขนมเพราะเครียด/ร้องไห้ ก็ไม่เป็นไร

  • การให้ขนมปลอบใจ เป็นการเชื่อมโยงอารมณ์กับอาหาร ซึ่งเสี่ยงต่อการกินตามอารมณ์ โดยที่ไม่ได้หิวจริงๆ
  • ควรเปลี่ยนวิธีปลอบใจเป็นการกอด การชวนเล่น หรือชวนวาดรูปแทน

การเลือก “อาหารเด็ก 1-3 ขวบ” อย่างเข้าใจ คือการวางรากฐานให้ลูกเติบโตสมวัย สมองดี และมีพฤติกรรมการกินที่ดีไปตลอดชีวิต ไม่ต้องเริ่มที่อะไรยุ่งยาก แค่คุณพ่อคุณแม่ยึดหลักการง่ายๆ คือ ความหลากหลาย (Variety), ความสมดุล (Balance), และความสม่ำเสมอ (Consistency) ใส่ใจเลือกวัตถุดิบที่สดใหม่ ปรุงรสอย่างอ่อนโยน และจัดสรรให้ครบ 5 หมู่ ก็เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของลูกแล้วค่ะ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดอาหารสำหรับเด็กสุขภาพดีตามวัยเท่านั้น หากลูกน้อยมีภาวะแพ้อาหาร, มีโรคประจำตัว, หรือมีปัญหาด้านการเจริญเติบโตที่น่ากังวล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือนักกำหนดอาหารวิชาชีพเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมเป็นรายบุคคลนะคะ

ที่มา:

บทความจากพันธมิตร
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (Department of Health, Ministry of Public Health, Thailand)
  • สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (Institute of Nutrition, Mahidol University)
  • คำแนะนำด้านโภชนาการสำหรับเด็กจาก American Academy of Pediatrics (AAP)

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

EQ ต่ำ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว: 3 พฤติกรรมเล็ก ๆ บนโต๊ะอาหารที่พ่อแม่ควรรู้ทัน

เตือนแม่! อย่ากินอาหารที่ใช้ปากกาเมจิกเขียนบนถุง เสี่ยงมะเร็ง

100 ไอเดีย เมนูมื้อเช้าให้ลูกไปโรงเรียน อร่อยไม่ซ้ำ ทำง่าย ได้ประโยชน์

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • /
  • คู่มือ อาหารเด็ก 1-3 ขวบ แนะนำเมนูมื้อหลักและอาหารว่าง เสริมสมอง พัฒนาการไว
แชร์ :
  • ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
    บทความจากพันธมิตร

    ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ

  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

  • ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
    บทความจากพันธมิตร

    ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ

  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว