พ่อแม่ควรรู้ไว้! 10 อาหารที่เด็กไม่ควรกิน มีอะไรบ้างนะ??

พ่อแม่ควรรู้ไว้! 10 อาหารที่เด็กไม่ควรกิน มีอะไรบ้างนะ??

คุณทราบหรือไม่ว่าอาหารบางอย่างไม่เหมาะแก่เด็กก่อนวัยเรียน เรามาดูกันว่าอาหาร 10 อย่างที่ลูกไม่ควรกินมีอะไรบ้าง

พ่อแม่ควรรู้ไว้! 10 อาหารที่เด็กไม่ควรกิน มีอะไรบ้างนะ??

พ่อแม่ควรรู้ไว้! 10 อาหารที่เด็กไม่ควรกิน มีอะไรบ้างนะ??

พ่อแม่ควรรู้ไว้! 10 อาหารที่เด็กไม่ควรกิน มีอะไรบ้างนะ??

คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่า อาหารบางอย่างไม่เหมาะแก่เด็กก่อนวัยเรียน เรามาดูกันว่าอาหาร 10 อย่างที่ลูกไม่ควรกินมีอะไรบ้าง

#1 น้ำผึ้ง

น้ำผึ้งมีสรรพคุณเป็นยาและมีรสหวานอร่อยแบบที่เด็กชอบ แต่บางครั้งน้ำผึ้งมีเอนโดสปอร์ในระยะพักตัวของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อเด็กเล็ก เนื่องจากเอนโดสปอร์สามารถแปลงเป็นแปลงเป็นแบคทีเรียก่อให้เกิดภาวะโบทูลิสม (botulism) ซึ่งเป็นโรคทางเดินอาหารชนิดหนึ่ง

พ่อแม่ควรรู้ไว้! 10 อาหารที่เด็กไม่ควรกิน มีอะไรบ้างนะ??

น้ำผึ้ง

 

#2 ไข่

ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ แต่ก็จัดเป็นอาหารที่เด็กจำนวนมากแพ้ ดังนั้นหากลูกของคุณมีการแพ้อาหารอย่างอื่นร่วมด้วย คุณก็ควรชะลอการลองให้ลูกกินไข่ออกไปจนกว่าระบบภูมิคุ้มกันของลูกจะพัฒนาเต็มที่ จากนั้นจึงค่อยลองให้ลูกกินไข่และอาหารอื่น ๆ

พ่อแม่ควรรู้ไว้! 10 อาหารที่เด็กไม่ควรกิน มีอะไรบ้างนะ??

ไข่

 

#3 ถั่วลิสง

ถั่วลิสงเป็นอาหารที่มีเม็ดเล็กเสี่ยงจะทำให้ลูกติดหลอดลม นอกจากนี้ยังเป็นอาหารที่มีคนแพ้เป็นจำนวนมากจนบางรายอาจถึงแก่ชีวิต ดังนั้นการลองให้ลูกกินถั่วจึงควรทำด้วยความระมัดระวัง

พ่อแม่ควรรู้ไว้! 10 อาหารที่เด็กไม่ควรกิน มีอะไรบ้างนะ??

ถั่วลิสง

 

#4 ผลไม้ขนาดเล็ก

ผลไม้ที่มีขนาดเล็กอย่างองุ่น เชอรี่ บลูเบอร์รี เป็นผลไม้ขนาดเล็กเสี่ยงต่อการติดหลอดลมลูกได้ นอกจากนี้เปลือกหรือผิวของผลไม้เหล่านี้ยังจัดว่าไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กอีกด้วย แต่ถ้าคุณอยากลองให้ลูกกินก็ลองหั่นให้เป็นชิ้นที่เล็กลงจะได้ลดความเสี่ยงต่อการติดหลอดลม รับรองว่ารสชาติหวานตามธรรมชาติ (และคุณค่าทางสารอาหาร) จะทำให้เด็ก ๆ ชื่นชอบ

พ่อแม่ควรรู้ไว้! 10 อาหารที่เด็กไม่ควรกิน มีอะไรบ้างนะ??

ผลไม้ขนาดเล็ก

 

#5 ลูกอม

นอกจากลูกอม อมยิ้ม ลูกอมแท่งอย่างโลลี่ป๊อปเป็นขนมที่เสี่ยงต่อการติดหลอดลมของลูกได้เช่นกัน นอกจากนี้ลูกอมยังมีส่วนผสมหลักเป็นน้ำตาล เราควรให้เด็กได้รับปริมาณน้ำตาลที่พอเหมาะไม่มากจนเกินไป

พ่อแม่ควรรู้ไว้! 10 อาหารที่เด็กไม่ควรกิน มีอะไรบ้างนะ??

ลูกอม

 

#6 ถั่วชนิดอื่น

ถั่วชนิดอื่น ๆ ก็เหมือนกับถั่วลิสงที่มีคนแพ้เป็นจำนวนมากและสามารถติดหลอดลมเด็กได้

พ่อแม่ควรรู้ไว้! 10 อาหารที่เด็กไม่ควรกิน มีอะไรบ้างนะ??

ถั่วชนิดอื่น ๆ

 

#7 ไส้กรอก

ตราบใดที่คุณหั่นไส้กรอกให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องไส้กรอกติดคอลูกได้ แม้ว่าไส้กรอกจะเป็นอาหารที่เด็ก ๆ โปรดปราน แต่ไส้กรอกก็ไม่ใช่อาหารที่มีประโยชน์นัก ควรให้ทานเฉพาะโอกาสพิเศษนะคะ

พ่อแม่ควรรู้ไว้! 10 อาหารที่เด็กไม่ควรกิน มีอะไรบ้างนะ??

ไส้กรอก

 

#8 หมากฝรั่ง

แม้ว่าจะเป็นหมากฝรั่งสูตรไม่มีน้ำตาลก็ยังไม่ควรให้ลูกเคี้ยวจนกว่าลูกจะรู้ว่าหมากฝรั่งนั้นเคี้ยวได้แต่ห้ามกลืน

พ่อแม่ควรรู้ไว้! 10 อาหารที่เด็กไม่ควรกิน มีอะไรบ้างนะ??

หมากฝรั่ง

 

#9 อาหารรสเผ็ด

อาหารรสเผ็ดอาจก่อให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารและท้องไส้ปั่นป่วน

พ่อแม่ควรรู้ไว้! 10 อาหารที่เด็กไม่ควรกิน มีอะไรบ้างนะ??

อาหารรสเผ็ด

 

#10 ชาและกาแฟ

คาเฟอีนในชาและกาแฟก่อให้เกิดประสาทตื่นตัว นอนไม่หลับ ทั้งยังขัดขวางการดูซึมธาตุเหล็กในกระแสเลือดเพื่อส่งออกซิเจนไปยังสมองสำหรับพัฒนาการทางสมองของเด็กด้วย

พ่อแม่ควรรู้ไว้! 10 อาหารที่เด็กไม่ควรกิน มีอะไรบ้างนะ??

ชาและกาแฟ

 

อาหารที่เด็กเล็กไม่ควรกิน อย่างเด็ดขาด!

นอกจากอาหารที่เด็กก่อนวัยเรียนไม่ควรกินแล้ว อาหารที่เด็กเล็กไม่ควรกิน จะมีอะไรบ้างนะ? เมื่อลูกน้อยโตขึ้นจากเด็กทารก เด็กๆ จำเป็นต้องได้ลองอาหารใหม่ๆ ฝึกกินอาหารที่หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตามคุณต้องแน่ใจว่าอาหารที่ป้อนให้ลูกกินนั้นต้องไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก เพื่อที่เขาจะได้เติบโตอย่างแข็งแรงไม่เป็นโรค ซึ่งอาหารอันตรายทั้ง 6 ชนิดต่อไปนี้ พ่อแม่อย่าเผลอหยิบให้ลูกกินเด็ดขาด!

#1 อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ

ปลาดิบ ซูซิ ซาชิมิ หรืออาหารกึ่งสุกกึ่งดิบต่างๆ แม้กระทั้งไข่ต้มยางมะตูม หรือไข่ดาวออนเซนก้ห้ามค่ะ ถึงแม้ว่าจะเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ว่ามันเป็นอันตรายสำหรับทารกและเด็กเล็ก ซึ่งทางคณะกรรมการอาหารและยาของอเมริกา (FDA) ได้ระบุว่า พ่อแแม่ไม่ควรให้ลูกน้อยได้กินปลา หอย หรืออาหารดิบๆ เพราะมันมีความเสี่ยงสูงที่ในอาหารนั้นจะปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย และเกิดการสำลักได้ค่ะ หากพ่อแม่อยากลองให้ลูกน้อยได้กินอาหารดิบต้องรอจนกว่าอายุ 5-6 ปีก่อน เพื่อให้หนูน้อยได้พัฒนาระบบภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรงก่อนค่ะ

#2 น้ำผึ้ง

ถึงแม้น้ำผึ้งจะมีสรรพคุณมากมาย แต่คุณรู้หรือไม่ว่าน้ำผึ้งมันประกอบไปด้วยสปอร์หรือเซลล์สืบพันธ์ุของแบคทีเรียที่เรียกว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่ทำให้เกิดสารพิษในร่างกาย แถมยังเป็นสารพิษที่มีความรุนแรงมากที่สุดด้วย ในเด็กทารกอาจพบโรคภาวะโบทูลิสมในเด็กทารก (Infant botulism) ได้ หากมีการติดเชื้อ Clostridium botulinum เข้าไป เพราะเชื้อนี้จะเข้าไปสร้างสารพิษโบทูลิสมในทางเดินอาหารของทารก ดังนั้น พ่อแม่ควรหลีกเลี่ยงให้ทารกที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบทานน้ำผึ้งค่ะ

#3 อาหารที่เสี่ยงต่อการติดคอ

ลูกน้อยของคุณแม่ที่กำลังงอยู่ในช่วงเรียนรู้ และพัฒนาร่างกาย แม้กระทั่งการกินอาหารในช่วงขวบปีแรก เด็กๆ จะค่อยเรียนรุ้การกินอาหารแข็งขขึ้นทีละนิดๆ เช่น ไส้กรอก แครอท แอปเปิ้ล ข้าว หรือผลไม้ต่างๆ ซึ่งก่อนที่พ่อแม่จะหยิบยื่นอาหารหรือของว่างอะไรก็แล้วแต่ควรดูให้ดีว่าขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไปหรือไม่ ลูกกินแล้วจะไม่มีอะไรทำให้ลงไปติดคอจนเป็นอันตรายต่อชีวิลูกได้

#4 นมดิบ

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของอเมริกา (CDC) กลล่าวว่า เด็กเล็กไม่คววรดื่มนมสดที่ไม่มีการผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโรคก่อน รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมดิบอบ่าง ชีส และไอศกรีมด้วย เพราะว่าจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเจ็บป่วยที่รุนแรง เช่น ท้องร่วง ไตวาย และถ้ารุนแรงที่สุด อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียจนทำให้เกิดเสียชีวิตได้ และถ้าลูกน้อยเกิดอ่อนแอเจ็บป่วยง่ายอยู่แล้ว จะทำให้ติดเชื้อและป่วยได้ง่ายขึ้นไปอีกค่ะ

#5 น้ำตาล

เด็กทารกมักจะเกิดมาพร้อมกับอาหารรสชาติหวานๆ การที่พ่อแม่ให้ลูกกินของหวานตั้งแต่เด็กๆ โดยเฉพาะสองปีแรกไม่ใช่เรื่องดี เพราะจะทำให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่ต้องการไม่เพียงพอ แถมยังทำให้ลูกติดอาหารรสชาตินั้นๆ ไปอีกค่ะ ดังนั้น ในช่วงที่ลูกมีอาายุต่ำกวา 2 ปี ควรหลีกเลี่ยงอาหารหวานๆ ไปก่อนจะดีกว่า แล้วเน้นให้ลูกได้ทานอาหารที่ให้ครบ 5 หมู่ โดยที่ไม่ต้องปรุงรสมากนักจะดีที่สุดค่ะ

#6 ไขมันต่ำหรือไขมันพร่องมันเนย

เด็กทารกยังคงต้องการไขมันในอาหารอยู่ เนื่องจากไขมันพวกนี้ยังจำเป็นสำหรับกาารเจริญเติบโตทางร่างกายและสมองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสองปีแรก ถ้าลูกของคุณมีน้ำหนักตัวที่อยู่ในเกณฑ์ ไม่มีน้ำหนักมากไป และไม่เสี่ยงต่อโรคอ้วน แต่ประวัติครอบครัวมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจหรือโรคอ้วน หรือลูกมีน้ำหนักตัวที่มากเกินเกณฑ์ค่อยให้ลูกกินนมที่ไขมันต่ำค่ะ

The Asianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพและสังคมคุณแม่ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และในเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น The Asianparent ที่ติดตามการตั้งครรภ์ ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งานฟรี เพื่อติดตามพัฒนาการของทารก ตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุด และผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ยังมีไลฟ์สไตล์ และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก The Asianparent เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง

เพราะเราเชื่อว่า “พ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง”

บทความที่เกี่ยวข้อง :

Mom.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

เครื่องดื่มสำหรับเด็กที่แย่ที่สุด

10 อาหารอันตรายหน้าโรงเรียน ภัยอันตรายจากอาหารหน้าโรงเรียน

สอนลูกกินด้วยตัวเอง วิธีฝึกให้เด็ก ๆ กินอาหารด้วยตัวเอง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner