คุณแม่เคยสังเกตไหมคะว่า ในหนึ่งวันเรามักจะมีเสียงบ่นเล็กๆ เกิดขึ้นในหัววนเวียนอยู่ตลอดเวลา? จนบางทีความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นตรงหน้ากลับถูกมองข้ามไป บทความนี้จะแนะนำวิธี ฝึกสมอง แบบง่ายๆ ที่งานวิจัยยืนยันแล้วว่า ช่วยปรับโครงสร้างสมอง ให้เปลี่ยนจากโฟกัสที่ความเครียด กลายเป็นเรดาร์ตรวจจับความสุข ได้อย่างถาวรค่ะ
วิทยาศาสตร์ยืนยัน สมองเราเปลี่ยนได้ เหมือนทางเดินในป่า
ในอดีต นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่าสมองของคนเราจะหยุดพัฒนาเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ แต่การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ในวงการประสาทวิทยาที่เรียกว่า Neuroplasticity (ความยืดหยุ่นของสมอง) ได้ลบล้างความเชื่อนั้นไปจนหมดสิ้น งานวิจัยยืนยันชัดเจนว่า สมองของเราสามารถเปลี่ยนแปลง
อธิบายง่ายๆ โดยคุณแม่ลองจินตนาการว่า สมองของเราคือ ป่ารกทึบ ค่ะ
การทำงานของเซลล์ประสาทก็เหมือนการเดินป่า
หากทุกวันเราตื่นมาแล้วคิดกังวล บ่นเรื่องรถติด หงุดหงิดเรื่องลูกกินข้าวช้า เปรียบเสมือนเราเดินย่ำไปบนเส้นทางเดิมซ้ำๆ ทุกวัน จนหญ้าตาย ดินแน่น กลายเป็นถนนลาดยาง ที่สมองคุ้นชิน ส่งผลให้เราเครียดง่ายและเร็วโดยอัตโนมัติ
ในทางกลับกัน หากเราเริ่ม ฝึกสมอง ให้มองหาสิ่งดีๆ เช่น ขอบคุณกาแฟแก้วโปรด หรือยิ้มให้กับดอกไม้หน้าบ้าน ในช่วงแรกมันเหมือนเราต้องถือมีดพร้าไปถางทางเดินใหม่ในป่า มันอาจจะยาก ไม่คุ้นเคย และต้องใช้ความพยายาม
แต่กฎของ Hebb’s Law ในทางประสาทวิทยากล่าวไว้ว่า เซลล์ประสาทที่ทำงานพร้อมกัน จะเชื่อมต่อกันแน่นแฟ้นขึ้น ยิ่งเรา ฝึกสมอง ให้คิดบวกบ่อยเท่าไหร่ ถนนเส้นความสุขก็จะกว้างขึ้น เรียบขึ้น จนสุดท้ายสมองจะเลือกใช้เส้นทางนี้เป็นทางหลัก แทนทางสายความเครียดเดิมที่ค่อยๆ รกทึบไปเอง
Did You Know? งานวิจัยพบว่า การ ฝึกสมอง ให้มองโลกในแง่ดีต่อเนื่องกัน สามารถเพิ่มความหนาตัวของสมองส่วน Prefrontal Cortex ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจ ทำให้เรารับมือกับสถานการณ์กดดันได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทำไมยิ่งโฟกัสเรื่องดี ยิ่งเจอเรื่องดี?
เคยสงสัยไหมคะว่า พอเราอยากได้รถสีแดง จู่ๆ เราก็เห็นรถสีแดงเต็มท้องถนนไปหมด? หรือพอเราท้อง เราก็เห็นแต่คนท้องเดินสวนกันเต็มห้าง?
นี่คือการทำงานของสมองส่วนที่เรียกว่า Reticular Activating System (RAS) ค่ะ
RAS จะทำหน้าที่คัดกรองเฉพาะสิ่งที่คิดว่าสำคัญกับคุณ ให้ผ่านเข้ามาสู่การรับรู้
- ถ้าคุณบอกตัวเองเสมอว่า “วันนี้ต้องแย่แน่ๆ” RAS จะทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ด คอยสแกนหาแต่เรื่องแย่ๆ เสียงบ่น หน้าบึ้งๆ ของคนรอบข้าง มาเสิร์ฟให้คุณเห็น
- แต่ถ้าคุณ ฝึกสมอง สั่ง RAS ใหม่ว่า “วันนี้ฉันจะมองหาความสุข” RAS จะเริ่มสแกนหาเสียงหัวเราะของลูก รอยยิ้มของสามี หรือท้องฟ้าสวยๆ มาให้คุณเห็นแทน
ดังนั้น ประโยคที่ว่า “สิ่งที่คุณโฟกัส จะกลายเป็นความจริงของคุณ” จึงเป็นเรื่องจริงทางชีวภาพ ไม่ใช่แค่คำคมสวยหรูค่ะ
ทำไมแม่ต้อง “ฝึกสมอง”?
หลายคนอาจคิดว่า “แม่ไม่มีเวลามานั่งโลกสวยหรอก ต้องจัดการปัญหาตรงหน้าก่อน” แต่ความจริงแล้ว การ ฝึกสมอง ให้มีทัศนคติเชิงบวก คืออาวุธสำคัญที่สุดในการเลี้ยงลูกค่ะ
1. ลูกเรียนรู้ผ่าน “เซลล์กระจกเงา”
เด็กเปรียบเสมือนฟองน้ำที่ซึมซับอารมณ์พ่อแม่ หากแม่เครียด กังวล หรือมองโลกในแง่ร้าย สมองของลูกก็จะ Copy & Paste รูปแบบอารมณ์นั้นไปโดยไม่รู้ตัว การที่แม่ ฝึกสมองให้มีความสุข จึงเป็นการสอนลูกทางอ้อมให้เป็นเด็กที่มีความมั่นคงทางอารมณ์ (EQ)
2. เพิ่มความอดทน
เมื่อสมองส่วนอารมณ์ดีแข็งแรงขึ้น จากการฝึกคิดบวก คุณแม่จะมีความยับยั้งชั่งใจมากขึ้น เมื่อเจอลูกร้องไห้หรืองอแง แทนที่จะระเบิดอารมณ์ทันที สมองจะประมวลผลได้ดีขึ้นว่า “ลูกไม่ได้ดื้อ ลูกแค่กำลังสื่อสาร” ทำให้เรารับมือสถานการณ์ได้นุ่มนวลขึ้น

3 เทคนิค ปรับสมองแม่ ให้เป็นคนสุขง่าย
การฝึกสมอง ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพง หรือใช้เวลาเป็นชั่วโมง คุณแม่สามารถทำแทรกไประหว่างวันได้เลย ด้วย 3 วิธีที่ได้รับการยอมรับจากนักจิตวิทยา ดังนี้ค่ะ
1. เทคนิค “Good Hunting” (นักล่าสิ่งดีๆ)
เปลี่ยนช่วงเวลารับส่งลูก หรือเวลาก่อนนอน ให้เป็นเกมสนุกๆ
- วิธีทำ: ชวนลูกคุยว่า “วันนี้หนูเจออะไรดีๆ บ้าง? บอกแม่มา 3 อย่างสิ” และคุณแม่ก็ต้องแชร์ของตัวเองด้วย (เช่น “วันนี้แม่ดีใจที่กาแฟอร่อย” หรือ “แม่ดีใจที่หนูกินผักหมด”)
- ผลลัพธ์: การทำแบบนี้เป็นการสั่งงานระบบ RAS ของทั้งแม่และลูก ให้ตื่นตัวและมองหา “เหยื่อ” (เรื่องดีๆ) ตลอดทั้งวัน เพื่อจะมาเล่าให้กันฟังตอนเย็น
2. เทคนิค “Stop & Swap” (หยุดแล้วเปลี่ยน)
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเริ่มบ่นในใจ หรือรู้สึกหงุดหงิด ให้ใช้สติจับความคิดนั้นให้ทัน
- วิธีทำ: ทันทีที่คิดลบ เช่น “ทำไมบ้านรกแบบนี้!” ให้สั่งตัวเองหยุด (Stop) แล้วหาข้อดี 1 อย่างมาทดแทนทันที (Swap) เช่น “…แต่ก็แปลว่าลูกมีของเล่นเยอะ และเขากำลังสนุกนะ เดี๋ยวค่อยชวนเก็บก็ได้”
- ผลลัพธ์: วิธีนี้ช่วยตัดวงจรไฟฟ้าในสมองเดิมที่กำลังจะวิ่งไปทางเครียด ให้เลี้ยวกลับมาสู่ทางบวก
3. Gratitude Journal (บันทึกขอบคุณ 3 อย่าง)
นี่คือวิธีที่ Classic และทรงพลังที่สุด มีงานวิจัยรองรับมากมาย
- วิธีทำ: ก่อนนอน ให้เขียนเรื่องที่รู้สึกขอบคุณ 3 ข้อ ลงในสมุด หรือโน้ตในมือถือ เคล็ดลับคือต้องเขียนพร้อมความรู้สึกจริงๆ ไม่ใช่แค่เขียนให้จบๆ ไป
- ผลลัพธ์: งานวิจัยจาก UC Berkeley พบว่าคนที่ทำแบบนี้ต่อเนื่อง 21 วัน ระดับความเครียดลดลง คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น และสมองมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
การฝึกสมองให้มองเห็นความสุข คือการสร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้แข็งแรง เพื่อที่ว่าในวันที่พายุเข้า เราจะยังมีแรงใจ มีสติ และมองเห็นแสงสว่างเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังก้อนเมฆได้เสมอ
ถ้าคุณแม่เริ่มฝึกตั้งแต่วันนี้ ทีละเล็กทีละน้อย คุณจะค่อยๆ พบว่า ตัวเองยิ้มง่ายขึ้น หงุดหงิดน้อยลง และมีความสุขกับบทบาทความเป็นแม่ได้มากกว่าที่เคย
คืนนี้ ก่อนหลับตานอน ลองถามตัวเองดูนะคะว่า… “วันนี้มีเรื่องดีๆ อะไรเกิดขึ้นบ้าง?”
อ้างอิง
Positive Psychology, verywell mind, American Brain Foundation
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
แจกฟรี! ปฏิทินมุ่งสร้างสุข 2026 ชวนแม่ๆ มาทำ Challenge สนุกๆ เติมรักให้กันตลอด 365 วัน
วิทยาศาสตร์ยืนยัน ผู้หญิงต้องการนอนมากกว่าผู้ชาย เพราะใช้สมองมากกว่า
เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค “จุ่มหน้าในน้ำแข็ง” รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!