ผ่าคลอด บล็อกหลังเจ็บไหม? ทำให้ปวดหลังหลังคลอด จริงหรือเปล่า?

คุณแม่ใกล้คลอดกังวลใจ บล็อกหลังเจ็บไหม? อันตรายหรือเปล่า? อ่านรีวิวจากประสบการณ์จริงฉบับคนกลัวเข็ม พร้อมไขความจริงเรื่องอาการปวดหลัง

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

คุณแม่อาจเคยได้ยิน เสียงลือเสียงเล่าอ้าง เกี่ยวกับการบล็อกหลังมาว่า “เข็มยาวมาก!” “แทงเข้ากระดูกสันหลังเลยนะ!” หรือ “ทำแล้วจะปวดหลังไปตลอดชีวิต” วันนี้เรามารีวิวความรู้สึกกันทีละสเต็ปแบบไม่ต้องมโน เพื่อไขคำตอบให้ชัดเจนว่า บล็อกหลังเจ็บไหม? ต้องเจ็บเหมือนมดกัด หรือเจ็บจนน้ำตาเล็ด? พร้อมเคลียร์ดราม่าเรื่องอาการปวดหลังเรื้อรังที่แม่ๆ กังวลกันนักหนา

 

บล็อกหลัง คืออะไร?

ก่อนจะไปรีวิวความเจ็บ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่าการบล็อกหลัง (Spinal Block) คืออะไร? อธิบายภาษาง่ายๆ ฉบับเข้าใจทันทีคือ การระงับความรู้สึกโดยการฉีดยาชาเข้าสู่ “น้ำไขสันหลัง” บริเวณกระดูกสันหลังช่วงเอว เพื่อให้เส้นประสาทช่วงล่าง (ตั้งแต่เอวลงไปถึงปลายเท้า) เกิดอาการชาชั่วคราว ทำให้คุณแม่ไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ ในขณะที่หมอทำการผ่าตัด

บล็อกหลัง ดีกว่า ดมยาสลบ ยังไง?

  1. ความปลอดภัยของลูก: ยาชาจากการบล็อกหลังจะออกฤทธิ์เฉพาะที่และส่งผ่านไปยังลูกน้อยได้น้อยมาก ต่างจากการดมยาสลบที่ยาอาจผ่านรกไปทำให้ลูกซึมได้
  2. ความสัมพันธ์แม่ลูก (Bonding): เพราะคุณแม่จะยังมีสติครบถ้วน 100% ไม่หลับ ไม่เบลอ ทำให้ได้ยินเสียงอุแว้แรก และได้เห็นหน้าลูกทันทีที่คลอด ซึ่งเป็นนาทีทองที่วิเศษที่สุด
  3. ลดความเจ็บปวดหลังผ่า: ฤทธิ์ยาชายังคงอยู่ต่อเนื่องอีกระยะหนึ่งหลังผ่าตัดเสร็จ ทำให้คุณแม่ไม่เจ็บแผลทันทีที่ออกจากห้องผ่าตัด

รีวิวความรู้สึกจริง บล็อกหลังเจ็บไหม (ฉบับคนกลัวเข็ม)

เอาล่ะค่ะ มาถึงช่วงเวลาที่แม่ๆ รอคอย เราจะมารีวิวการผ่าคลอดแบบบล็อกหลัง ให้คุณแม่เห็นภาพชัดๆ กันนะคะ เมื่อคุณแม่ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดที่แอร์เย็นเจี๊ยบ เจอไฟดวงใหญ่ๆ และทีมแพทย์พยาบาลรุมล้อม

1. ท่าเตรียมตัว “กุ้งงอตัว” (The Shrimp Pose)

นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด! คุณพยาบาลจะให้คุณแม่นอนตะแคง แล้วให้งอเข่าขึ้นมาชิดหน้าอกให้มากที่สุด พร้อมกับก้มหน้าคางชิดอก โก่งหลังให้โค้งเหมือนกุ้ง

  • ความรู้สึก: อึดอัดค่ะ! เพราะท้องเราใหญ่มาก การงอตัวขนาดนี้มันไม่ง่ายเลย แต่คุณแม่ต้องพยายามทำให้หลังโค้งที่สุด เพื่อให้กระดูกสันหลังเปิดช่องว่าง ให้คุณหมอวิสัญญีแทงเข็มได้ง่ายและแม่นยำ
  • ทริคจากคุณหมอ: ห้ามเกร็ง ห้ามแอ่นหนี หายใจเข้าออกลึกๆ ยิ่งแม่ทำท่าสวย หมอยิ่งทำง่าย และเจ็บน้อยลงค่ะ

2. เข็มแรก ยาชาเฉพาะที่ (เหมือนมดกัด)

ก่อนจะบล็อกหลังจริง หมอจะฉีดยาชาเข้าที่ผิวหนังบริเวณหลังก่อน เพื่อให้ผิวหนังชา

  • ความรู้สึก: จี๊ด! เหมือนโดนมดแดงกัด หรือเหมือนตอนเราโดนเจาะเลือดที่แขนนั่นแหละค่ะ เจ็บแค่นิดเดียวและแป๊บเดียวจริงๆ ขั้นตอนนี้คือจุดที่ “เจ็บที่สุด” ของกระบวนการทั้งหมดแล้ว (ซึ่งทนได้สบายมาก)

3. เข็มจริง การเดินยาบล็อกหลัง

เมื่อผิวหนังชาแล้ว หมอจะใช้เข็มสำหรับบล็อกหลัง (ซึ่งเล็กและละเอียดมาก) สอดเข้าไป

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • ความรู้สึก: ตอนนี้แม่จะถามตัวเองแล้วว่า บล็อกหลังเจ็บไหม? เพราะสิ่งที่รู้สึกมันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความรู้สึก “ตึงๆ หน่วงๆ” เหมือนมีนิ้วมือกดแรงๆ ที่หลัง หรือรู้สึกเหมือนมีน้ำเย็นๆ ไหลผ่านหลัง
  • ถ้าคุณแม่รู้สึกเหมือนไฟช็อตแว้บๆ ลงขา ให้รีบบอกหมอทันที หมอจะขยับเข็มหน่อยเดียวก็หาย

4. เริ่มชา ความอุ่นวูบวาบ

หลังจากฉีดยาเสร็จไม่ถึงนาที คุณแม่จะเริ่มรู้สึกอุ่นวูบวาบที่ปลายเท้า ขาจะเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เหมือนขาไม่ใช่ของเรา ลองขยับเท่าไหร่ก็ขยับไม่ได้ นั่นแปลว่ายาชาออกฤทธิ์สมบูรณ์แล้วค่ะ พร้อมผ่าตัดได้เลย!

สรุป: บล็อกหลังเจ็บไหม? คำตอบจากใจคนกลัวเข็มคือ “เจ็บน้อยกว่าที่จินตนาการไว้ 10 เท่า!” มันแค่จี๊ดเดียวตอนฉีดยาชาผิวหนัง หลังจากนั้นคือความรู้สึกตึงๆ เท่านั้นเองค่ะ

 

บล็อกหลัง อันตรายไหม? มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร?

แม้จะเจ็บน้อย แต่เรื่องความปลอดภัยก็สำคัญ การบล็อกหลังถือเป็นหัตถการมาตรฐานที่มีความปลอดภัยสูงมาก แต่ก็มีสิ่งที่ต้องรู้ดังนี้:

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ข้อดี:

  • ฟื้นตัวเร็วกว่าการดมยาสลบ
  • ลดความเสี่ยงเรื่องการสำลักอาหารลงปอด
  • สามารถให้นมลูกได้ทันทีหลังออกจากห้องผ่าตัด

ข้อเสียและผลข้างเคียง (ที่อาจเจอได้):

  • ความดันโลหิตตก: อาจทำให้รู้สึกคลื่นไส้ วิงเวียน หรืออยากอาเจียนระหว่างผ่าตัด (หมอวิสัญญีจะคอยแก้ให้ทันที ไม่ต้องห่วงค่ะ)
  • อาการหนาวสั่น: เป็นปฏิกิริยาปกติของยาชาและการเสียความร้อน ขอน้ำอุ่นหรือผ้าห่มลมร้อนเป่าจากพยาบาลได้เลย
  • อาการคัน: บางคนอาจคันตามจมูกหรือหน้าอก จากผลข้างเคียงของยาแก้ปวดที่ผสมไป
  • ปวดศีรษะ: เกิดขึ้นได้ถ้าน้ำไขสันหลังรั่วซึม (เจอน้อยมากในปัจจุบันเพราะเข็มเล็กมาก) วิธีแก้คือการนอนราบและดื่มน้ำเยอะๆ

 

บล็อกหลังทำให้ “ปวดหลังหลังคลอด” จริงไหม?

คุณย่าคุณยายมักจะขู่ไว้ว่า “อย่าบล็อกหลังนะ เดี๋ยวแก่ตัวไปจะปวดหลังเวลาฝนตก” หรือ “บล็อกหลังแล้วห้ามยกของหนักตลอดชีวิต” เรื่องนี้จริงเท็จแค่ไหน?

คำตอบทางการแพทย์คือ “ไม่จริง” ค่ะ รอยเข็มที่เจาะเข้าไปนั้นมีขนาดเล็กมากเท่ารูเข็มเย็บผ้า และเนื้อเยื่อบริเวณนั้นสามารถสมานตัวเองให้หายสนิทได้ภายในไม่กี่วัน หรืออย่างช้า 1-2 สัปดาห์ ไม่ได้สร้างความเสียหายถาวรต่อโครงสร้างกระดูกสันหลัง หรือหมอนรองกระดูกแต่อย่างใด ดังนั้น อาการปวดหลังเรื้อรังที่เป็นกันเป็นปีๆ “ไม่ได้เกิดจากเข็มบล็อกหลัง” แน่นอนค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

แล้วทำไมแม่ผ่าคลอดส่วนใหญ่ถึง “ปวดหลัง”? 

สาเหตุที่แท้จริงมาจาก 3 ปัจจัยหลักนี้ค่ะ

1. ฮอร์โมนรีแลกซิน (Relaxin)

ร่างกายแม่ท้องจะผลิตฮอร์โมนนี้เพื่อทำให้ข้อต่อและเส้นเอ็นต่างๆ หลวมและยืดหยุ่นเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ฮอร์โมนนี้จะยังคงค้างอยู่ในร่างกายหลังคลอดอีกหลายเดือน ทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลังไม่มั่นคงและปวดเมื่อยง่ายกว่าคนปกติ

2. สรีระที่เปลี่ยนไปและการแบกน้ำหนัก

ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา หน้าท้องที่ยื่นออกมาทำให้ “จุดศูนย์ถ่วง” ของแม่เปลี่ยนไป กระดูกสันหลังส่วนเอวต้องแอ่นมาข้างหน้า เพื่อรับน้ำหนัก กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนักตลอดเวลา เมื่อคลอดแล้ว กล้ามเนื้อเหล่านี้ยังไม่ฟื้นตัว จึงเกิดอาการปวดสะสม

3. พฤติกรรมการเลี้ยงลูก

นี่คือสาเหตุอันดับ 1 ค่ะ ลองสังเกตตัวเองดูนะคะ

  • ท่านั่งให้นม: นั่งหลังค่อม ก้มหน้ามองลูก เกร็งไหล่เพื่อประคองหัวลูก วันละ 8-10 รอบ รอบละ 30 นาที
  • ท่าอุ้มลูก: ยืนแอ่นพุงเพื่ออุ้มลูก หรือก้มลงไปอุ้มลูกจากเตียงโดยใช้หลังดึงตัวขึ้นมา (แทนที่จะใช้ขา)
  • การอาบน้ำ/เปลี่ยนผ้าอ้อม: ต้องก้มๆ เงยๆ ตลอดเวลา

พฤติกรรมเหล่านี้คือ Office Syndrome ฉบับคุณแม่ ที่ทำให้กล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรัง ไม่เกี่ยวกับเข็มบล็อกหลังเลยแม้แต่น้อย

 

5 วิธีดูแลตัวเอง ไม่ให้ปวดหลังหลังคลอด

เมื่อรู้สาเหตุแท้จริงที่ทำให้แม่ผ่าคลอดปวดหลังแล้ว เรามาดูวิธีแก้กันค่ะ รับรองว่าถ้าทำตามนี้ อาการปวดหลังจะดีขึ้นแน่นอน

  1. ปรับท่านั่งให้นม: หาเก้าอี้ที่มีพนักพิงหลังและที่วางแขน ใช้หมอนรองให้นม หนุนตัวลูกให้สูงขึ้นมาถึงระดับอกแม่ เพื่อให้แม่นั่งหลังตรง ไหล่ไม่ยก ไม่ต้องก้มหาลูก
  2. ท่าอุ้มลูกต้องเป๊ะ: เวลาจะอุ้มลูกจากเตียง หรือยกของ (ไม่ควรหนักเกินน้ำหนักลูก) ให้ย่อเข่า ลงไป แล้วใช้กำลังขาใรการยืนขึ้น ห้ามก้มหลังเด็ดขาด!
  3. เลือกรองเท้าเพื่อสุขภาพ: ช่วงนี้งดส้นสูงไปก่อน หารองเท้าที่ซัพพอร์ตอุ้งเท้าและส้นเท้าได้ดี เพื่อช่วยรับน้ำหนัก
  4. บริหารหน้าท้องและหลัง: เมื่อแผลผ่าคลอดหายดี ประมาณ 6-8 สัปดาห์ ให้เริ่มออกกำลังกายเบาๆ เช่น ท่า Cat-Cow หรือการเกร็งหน้าท้อง เพื่อสร้าง Core Muscle มาช่วยพยุงกระดูกสันหลังแทน
  5. อย่าละเลยแคลเซียม: กินอาหารที่มีแคลเซียมสูง หรือกินแคลเซียมเม็ดต่อเนื่องตามที่หมอสั่ง เพื่อบำรุงกระดูก

อ่านมาถึงตรงนี้ หวังว่าคุณแม่จะคลายความกังวลเรื่อง บล็อกหลังเจ็บไหม ไปได้เยอะนะคะ ความเจ็บจากการบล็อกหลังนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับความปลอดภัยและความสุขที่คุณแม่จะได้รับเมื่อได้เห็นหน้าเจ้าตัวเล็กเป็นครั้งแรก

ส่วนอาการปวดหลังนั้น เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและวิถีชีวิตการเป็นแม่ลูกอ่อน ซึ่งสามารถป้องกันและรักษาได้ด้วยการปรับพฤติกรรมค่ะ 

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ที่มา:

  1. NHS Inform. “Anaesthetics in labour.”
  2. The American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG). “Postpartum Pain Management.”
  3. Royal College of Anaesthetists. “Epidural anaesthetics: risks and side effects.”
  4. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. “การระงับความรู้สึกเฉพาะส่วน (regional anesthesia) คืออะไร”
  5. Newtonemclinic. “ปวดหลัง หลังคลอด” หลังก็ปวด ลูกก็ต้องเลี้ยง ทำยังไงดี?”

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ผ่าคลอดกินข้าวเหนียวได้ไหม? จะทำให้แผลเป็นหนอง จริงหรือเปล่า?

นอนยังไงไม่เจ็บแผล? 5 ท่านอนแม่ผ่าคลอด นอนสบาย ฟื้นตัวไว แผลหายเร็ว

5 ความรู้สึกหลังผ่าคลอด ที่คุณแม่มักเจอ และวิธีรับมืออย่างเข้าใจ