หมอผ่าคลอดพลาด ทำมีดบาดทารกตอนคลอด เป็นรอยแผลลึกบนใบหน้า

หมอผ่าคลอดพลาด ทำมีดบาดทารกตอนคลอด เป็นรอยแผลลึกบนใบหน้า

ทารกแรกเกิดโชคร้าย หมอผ่าคลอดพลาด ทำมีดบาดเด็กตอนผ่าตลอด ทำให้เป็นรอยแผลลึกบนใบหน้า เด็กจึงเกิดมาพร้อมรอยแผลเป็นที่แก้มตั้งแต่แรกเกิด

หมอผ่าคลอดพลาด ทำมีดบาดทารก

การทำคลอดแต่ละครั้ง มักจะมาพร้อมความเสี่ยงอยู่เสมอ รวมไปถึงอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน เหมือนกับเคสทำคลอดของคุณแม่รายนี้ ที่ หมอผ่าคลอดพลาด ทำมีดบาดทารกตอนคลอด จนเกิดเป็นรอยแผลลึกบนใบหน้า ทำให้เด็กเกิดมาพร้อมกับรอยแผลที่แก้มตั้งแต่ลืมตาดูโลก

 

หมอผ่าคลอดพลาด-1

หมอผ่าคลอดพลาด-1

เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดนี้ เกิดขึ้นกับคุณแม่วัย 19 ปี ชาวรัสเซีย ที่ชื่อว่า Darya Kadochnikova ในตอนแรก เธอนั้นจะต้องคลอดธรรมชาติที่โรงพยาบาล แต่ว่าเธอกลับต้องเปลี่ยนเป็นผ่าคลอดแทน เพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และลูก เนื่องจากเด็กได้พลิกตัวระหว่างอยู่ในครรภ์

ในตอนแรก ทีมแพทย์ทำคลอด ได้ให้ยาชากับเธอทางเส้นเลือด เพื่อบรรเทาอาการปวด แต่มันกลับไม่ได้ผล เพราะเธอยังคงรู้สึกถึงความเจ็บปวดของรอยแผล

 

หมอผ่าคลอดพลาด-2

หมอผ่าคลอดพลาด-2

 

 

Darya Kadochnikova คุณแม่ชาวรัสเซีย วัย 19 ปี  หลังจากพักฟื้นหลังคลอด เมื่อเธอตื่นขึ้นมา เธอตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อพบกับรองแผลลึกบนใบหน้าของลูกสาวที่เพิ่งคลอดออกมา

รอยแผลบนใบหน้าของทารกนั้น แสดงถึงการถูกมีดบาด บริเวณข้างจมูก บริเวณใต้ตาข้างขวา ลากยาวไปบนแก้มขวาของเด็ก

 

หมอผ่าคลอดพลาด-3

หมอผ่าคลอดพลาด-3

 

หลังจากการผ่าคลอดเสร็จสิ้น มีรายงานว่าตัวคุณแม่ มีอาการไข้ขึ้นสูงหลังจากทำการผ่าตัด แม้ว่าจะมีการใช้ยาปฏิชีวนะในการบรรเทาอาการ แต่ก็มีรายงานว่า เธอเลี้ยงลูกสาวด้วยน้ำนมของเธอเอง

เหตุการณ์ครั้งนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ไม่ว่าจะเกิดจากความผิดพลาดของใครก็ตาม แต่ก็ภาวนาขอให้ทั้งแม่และเด็กหายไว ๆ ด้วยนะ

ที่มา : dailymail

 

——————————————————————————————————-

เด็กผ่าคลอดเสี่ยงเป็นโรคมากกว่าจริงหรือ?

 

 

เด็กผ่าคลอด เสี่ยงเป็นโรคมากกว่าจริงหรือ?

เด็กผ่าคลอด ป่วยบ่อย ป่วยง่ายกว่าเด็กคลอดธรรมชาติ เชื่อว่าประโยคดังกล่าว คงทำให้คุณแม่ที่เตรียมผ่าคลอด สงสัยและกังวลไม่ใช่น้อยว่าเป็นความจริงหรือไม่? ซึ่งก็ต้องบอกตามตรงว่า มีทั้งส่วนที่จริงและไม่จริงค่ะ เพราะจากการวิจัยค้นคว้า พบว่าลูกที่ผ่าคลอดนั้น  มีโอกาสป่วยมากกว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติถึง 20%  และเสี่ยงต่อการขาดภูมิต้านทาน ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยเรื้อรังและบ่อยครั้ง เพราะพวกเขาพลาดโอกาสที่จะได้รับภูมิต้านทานตั้งต้นค่ะ

 

 

 

ภูมิต้านทานตั้งต้น สิ่งที่เด็กผ่าคลอดพลาดโอกาสในการได้รับ

ภูมิต้านทานตั้งต้น ของเด็กแรกเกิดนั้นก็คือ จุลินทรีย์สุขภาพที่มีประโยชน์ หรือที่เราอาจคุ้นเคยดีในชื่อของ โพรไบโอติก (Probiotic) นั่นเองค่ะ ในร่างกายของคนเรา เต็มไปด้วยจุลินทรีย์มากถึง 100 ล้านล้านตัว ในขณะที่เซลล์มนุษย์มีเพียงแค่ 10 ล้านล้านเซลล์เท่านั้นเอง ซึ่งจุลินทรีย์จะอยู่รวมกันเป็นสังคมขนาดใหญ่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย  มากถึง กว่า 100,000 ล้านตัว ทีเดียว และมีอยู่มากมายสายพันธุ์ โดยจุลินทรีย์ทั้งหมดนี้ 85% จัดเป็นจุลินทรีย์ดีที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งเราเรียกจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เหล่านี้ว่า โพรไบโอติก ซึ่งเจ้าจุลินทรีย์ดังกล่าวนั้นจะอาศัยอยู่ในบริเวณช่องคลอดของแม่ และการคลอดแบบธรรมชาตินั้น จะทำให้ลูกน้อยได้สัมผัสกับจุลินทรีย์ดังกล่าว ซึ่งเจ้าจุลินทรีย์โพรไบโอติกนี้ จะทำหน้าที่เหมือนภูมิต้านทานตั้งต้นที่จะช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทานตั้งแต่แรกเกิด ในทางกลับกัน เด็กผ่าคลอดจะพลาดโอกาสในการได้รับจุลินทรีย์สุขภาพนี้ไปไป แต่สิ่งที่คุณแม่หลายคนอาจยังไม่รู้ คือเราสามารถเร่งภูมิต้านทานคืนให้แก่ลูกน้อยผ่าคลอดได้ค่ะ

 

 

 

วิธีการเร่งคืนภูมิต้านทานตั้งต้นให้ลูกที่คุณหมอแนะนำ

สำหรับการเร่งคืนภูมิต้านทานตั้งต้นของลูกน้อยผ่าคลอดให้แข็งแรงไม่แพ้เด็กคลอดธรรมชาตินั้น การดูแลเรื่องโภชนาการให้แก่เขาคือสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้นคุณแม่สามารถเร่งคืนภูมิต้านทานให้ลูกได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

 

 

นมแม่สำคัญที่สุด

คุณแม่ควรให้ลูกดื่มนมแม่เป็นหลักค่ะ เพราะนมแม่นั้นคืออาหารที่ดีที่สุดต่อลูกน้อย เพราะธรรมชาติได้สร้างองค์ประกอบสารอาหารต่าง ๆ ในนมแม่ให้เหมาะแก่การช่วยให้ลูกน้อยเจริญเติบโตได้ดีที่สุด อีกทั้งนมแม่นั้นยังมีสิ่งที่ช่วยในการเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานของลูกให้แข็งแรงอย่างจุลินทรีย์สุขภาพ โพรไบโอติก (Probiotic) และอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพ พรีไบโอติก (Prebiotic)ช่วยส่งเสริมให้ลูกมีภูมิต้านทานที่ดี ไม่เจ็บป่วยง่ายนั่นเองค่ะ

 

 

 

รู้จักกับ Synbiotic 

นอกจากการทานนมแม่แล้ว อีกสิ่งที่เราอยากให้คุณแม่รู้นั่นก็คือการทำงานของจุลินทรีย์สุขภาพ โพรไบโอติก (Probiotic) และ ใยอาหาร พรีไบโอติก (Probiotic) ที่ทำงานร่วมกันแบบ ซินไบโอติก (Synbiotic) ช่วยให้จุลินทรีย์สุขภาพในร่างกายของลูกน้อยมีจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้ระบบภูมิต้านทานของลูกแข็งแรง ซึ่งนอกจากนมแม่แล้ว กรณีที่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ คุณแม่สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อลูกน้อย ที่มีซินไบโอติก เพื่อช่วยเสริมและเร่งภูมิต้านทานให้กับลูกน้อยผ่าคลอดได้ด้วยค่ะ

 

 

theAsianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพและสังคมคุณแม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น theAsianparent Thailand ที่ติดตามการตั้งครรภ์ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งาน เพื่อติดตามพัฒนาการทารกตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุดและผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ยังมีไลฟ์สไตล์และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว 

การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก theAsianparent Thailand เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง

เพราะเราเชื่อว่า “พ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง”

 

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เด็กผ่าคลอดเสี่ยงเป็นโรคมากกว่าจริงหรือ?

ผ่าคลอด กี่เดือนท้องยุบ ทำยังไงให้หน้าท้องหลังคลอดยุบเร็ว วิธีลดพุงคนท้อง

ไม่เคยเป็นเคสสุดท้าย!!! หลานขวบเดียววิ่งมารับยาย โดนรถถอยทับดับสลด

ผ่าคลอดไม่มีน้ำนม แก้ด้วยวิธีนี้ ปัญหาแม่ไม่มีน้ำนมให้ลูกทำไงดี?

รวมท่าออกกำลังกายหลังคลอด สำหรับแม่ผ่าคลอดท้องไม่ยุบ

ท้องแข็ง คือ สัญญาณเตรียมพร้อมก่อนคลอดรึเปล่า

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

PP.

app info
get app banner