5 สัญญาณอันตรายในทารก พ่อแม่อย่ารอช้า! รีบพาไปโรงพยาบาลทันที

เมื่อทารกไม่สบาย คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกต สัญญาณอันตรายในทารก ที่ควรรีบพาลูกน้อยไปโรงพยาบาลโดยเร็ว มีอะไรบ้าง

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

การเลี้ยงดูทารกเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลูกน้อยไม่สบายครั้งแรก คุณพ่อคุณแม่อาจไม่แน่ใจว่าอาการแบบไหนที่ถือเป็นเรื่องปกติ และอาการแบบไหนเป็น สัญญาณอันตรายในทารก ที่พ่อแม่ไม่ควรรอช้า และควรรีบพาไปโรงพยาบาลโดยเร็ว

 

5 สัญญาณอันตรายในทารก

1. ไข้สูง โดยเฉพาะในทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือน

ทารกเป็นไข้เป็นเรื่องที่พบบ่อย แต่ในทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือน ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ไข้สูงแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อรุนแรงที่ซ่อนอยู่ได้ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที พ่อแม่จึงต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและรีบพาไปพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณอันตรายค่ะ

สัญญาณอันตรายของอาการไข้ที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที

ไข้สูงตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ในทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือน แม้ทารกจะไม่มีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ก็ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อรุนแรง
ไข้สูงลอย หรือไข้ไม่ลดหลังให้ยาลดไข้/เช็ดตัว บ่งบอกว่าร่างกายยังมีการติดเชื้ออยู่
มีไข้ร่วมกับอาการซึมลงผิดปกติ เช่น ไม่เล่น ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ปลุกตื่นยาก
มีไข้ร่วมกับอาเจียนรุนแรง หรืออาเจียนไม่หยุด อาจบ่งชี้ถึงภาวะขาดน้ำ หรือปัญหาอื่น ๆ
มีไข้ร่วมกับอาการชัก เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาทันที

2. ซึม บ่งบอกความผิดปกติทางระบบประสาท

อาการซึมในทารกเป็นสัญญาณที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจบ่งชี้ถึงภาวะผิดปกติที่ซ่อนอยู่ เช่น การติดเชื้อรุนแรง การขาดน้ำ หรือความผิดปกติของสมอง ทารกที่ซึมผิดปกติคือทารกที่ไม่ตื่นตัว ไม่งอแง เล่นน้อยลง ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม หรือหลับมากผิดปกติ ปลุกตื่นยาก

สัญญาณอันตรายของอาการซึมที่ต้องรีบพบแพทย์

ไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้น เช่น ไม่ลืมตา ไม่ส่งเสียง หรือไม่ขยับตัวเมื่อถูกสัมผัส
ดูดนมลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ไม่ยอมดูดนม หรือดูดได้น้อยมากผิดปกติ
หลับนานผิดปกติ ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น หรือตื่นแล้วก็กลับไปซึมต่อ

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

3. ทารกชัก สัญญาณความผิดปกติร้ายแรง

การชักในทารก อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติร้ายแรงได้หลายอย่าง เช่น ไข้สูง การติดเชื้อในสมอง ภาวะเกลือแร่ผิดปกติ หรือความผิดปกติแต่กำเนิด ที่สำคัญคือ อาการชักในทารกอาจแตกต่างจากผู้ใหญ่ ทำให้พ่อแม่สังเกตได้ยาก

สัญญาณอันตรายของอาการชักในทารกที่ต้องเฝ้าระวัง

เกร็งกระตุก แขนขาเกร็งกระตุกเป็นจังหวะ หรือกระตุกเพียงข้างเดียว
ตาเหลือก ค้าง หรือกลอกไปมา ลูกน้อยอาจไม่รู้สึกตัวหรือมีภาวะหมดสติชั่วขณะ
ตัวเขียว โดยเฉพาะบริเวณรอบปาก อาจพบอาการตัวเขียวร่วมด้วย
ไม่ตอบสนองหลังชัก ลูกอาจซึม หมดสติ หรือหลับไปนานผิดปกติหลังจากอาการชักสงบลง

แม้การชักในทารกจะมีหลายสาเหตุ แต่ชักจากไข้สูง (Febrile Seizure) เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดในเด็กเล็ก อาการชักจากไข้สูงพบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี และสาเหตุของไข้ที่พบบ่อยที่สุดคือการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน

4. ตัวเหลืองมาก เสี่ยงภาวะสมองพิการ

ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิดเป็นเรื่องปกติ แต่หากตัวเหลืองมากผิดปกติ เหลืองเร็ว หรือเหลืองนาน อาจบ่งชี้ถึงภาวะบิลิรูบินในเลือดสูงเกินไป ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลต่อสมองและพัฒนาการของทารกได้ 

สัญญาณอันตรายของภาวะตัวเหลืองที่พ่อแม่ต้องสังเกต

ตัวเหลืองมากและลามเร็ว สังเกตเห็นว่าผิวเหลืองลามจากใบหน้าลงมาถึงบริเวณแขน ขา หรือเท้า
ตัวเหลืองตั้งแต่วันแรกเกิด นี่คือสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที
ปัสสาวะสีเข้ม หรืออุจจาระสีซีด อาจบ่งชี้ถึงปัญหาที่ตับและทางเดินน้ำดี
ซึม หรือดูดนมน้อยลง เป็นอาการร่วมที่อาจพบเมื่อระดับบิลิรูบินในเลือดสูงมากจนส่งผลกระทบต่อร่างกาย

งานวิจัยการศึกษาอุบัติการณ์และสาเหตุการเกิดภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด ในโรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดชัยภูมิ” (ปี 2566) พบว่า สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการได้รับนมแม่ไม่เพียงพอในช่วงแรกเกิด ซึ่งหมายถึงการดูดนมไม่ดีพอ ทำให้ทารกได้รับน้ำและสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้ขับบิลิรูบินออกจากร่างกายได้ไม่ดี รองลงมาคือภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD และหมู่เลือดแม่และลูกไม่เข้ากัน

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

5. หายใจลำบาก ปัญหาที่รุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจ

การหายใจลำบากในทารก เป็นสัญญาณของปัญหาที่รุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจ ปอด หัวใจ หรือการติดเชื้อทั่วร่างกาย

สัญญาณอันตรายของภาวะหายใจลำบากที่ต้องเฝ้าระวัง

หายใจเร็วผิดปกติ สังเกตว่าลูกหายใจเร็วกว่า 60 ครั้งต่อนาที ขณะที่ทารกอยู่ในภาวะสงบ
หายใจมีเสียงดัง อาจได้ยินเสียงครืดคราด เสียงฮึดฮัด หรือเสียงหวีดแหลมขณะหายใจ
อกบุ๋ม ชายโครงบุ๋ม เมื่อลูกหายใจเข้า บริเวณหน้าอกหรือชายโครงจะยุบลงไปอย่างเห็นได้ชัด
ปีกจมูกบาน กล้ามเนื้อบริเวณปีกจมูกขยายตัวออกขณะหายใจเข้า เพื่อช่วยในการรับอากาศ
ตัวเขียว โดยเฉพาะบริเวณรอบปาก หรือปลายมือปลายเท้า บ่งบอกถึงภาวะขาดออกซิเจน

การเลี้ยงลูกวัยทารกนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการช่างสังเกต เพราะลูกน้อยยังพูดไม่ได้ เมื่อไหร่ที่คุณแม่พบ 5 สัญญาณอันตรายในทารก ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพียงข้อใดข้อหนึ่งก็ตามให้รีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันทีค่ะ

ที่มา : hdmall , ชัยภูมิเวชสาร

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แผลปลูกฝีเป็นหนอง ต้องดูแลยังไง? ลูกมีไข้ งอแงหลังปลูกฝี ปกติไหม?

ลูกเป็นไข้ อาบน้ำได้ไหม วิธีไหนลดไข้เร็วที่สุด

ป้าข้างบ้าน บอกให้ “ดัดขาลูก” ตอบป้าอย่างไร ให้หยุดความเชื่อผิดๆ