เทคนิคการ สอนลูกให้เห็นใจผู้อื่น คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มสอนลูกอย่างไร ?

เทคนิคการ สอนลูกให้เห็นใจผู้อื่น คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มสอนลูกอย่างไร ?

สังคมปัจจุบันนี้มีการแข่งขันกันสูงทำให้เราเร่งรีบจนลืมนึกถึงหรือมีความเห็นใจผู้อื่นซึ่งเป็นคุณธรรมพื้นฐานของมนุษย์ เรามาดูวิธีการปลูกฝังให้ลูกรู้จักเห็นใจผู้อื่นเพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่กันดีกว่าค่ะ

เทคนิคการ สอนลูกให้เห็นใจผู้อื่น คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มสอนลูกอย่างไร ?

บ่อยครั้งที่เรารู้สึกเห็นใจ ผู้อื่นที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่แย่กว่าเราจนเอ่ยปากว่า “แย่จัง” หรือ “ถ้าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้างเราก็คงช่วยไปแล้ว” แล้วอะไรคือสาเหตุที่หยุดคุณไม่ให้ความช่วยเหลือคนเหล่านั้น? สอนลูกให้เห็นใจผู้อื่น

สอนลูกให้เห็นใจผู้อื่น

สอนลูกให้ เห็นใจผู้อื่น

เอาเป็นว่าการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็นเรื่องดีเราควรปลูกฝังลูก ถ้าเราอยากให้เขาอยู่ในสังคมที่น่าอยู่ ปลอดภัย และทุกคนในสังคมล้วนเห็นใจกัน

แล้วต้องทำอย่างไร

“ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น” ดูจะเป็นสุภาษิต ที่ใช้ได้ดีกับวิธี การเลี้ยงลูก เพราะเด็กเรียนรู้ ผ่านตัวอย่างที่ได้พบเห็น ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นคุณควรปฏิบัติกับผู้อื่นเหมือนกับที่คุณอยากให้เขาปฏิบัติกับคุณ ถ้าคุณอยากให้ลูกเห็นใจผู้อื่น และ เป็น คนอ้อนน้อมถ่อมตัว คุณก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ที่สำคัญทุกอย่างที่ทำควรออกมาจากใจ ไม่ใช่แค่สักแต่ว่าทำนะคะ

ทำอะไรได้บ้าง

สอนลูกให้เห็นใจผู้อื่น

สอนลูกให้เห็นใ จผู้อื่น

มีหลายอย่างเลยค่ะที่คุณทำได้

  • บริจาคเสื้อผ้า ให้ผู้ประสบอัคคีภัย
  • บริจาคอาหาร และ เสื้อผ้าแก่ผู้ด้อยโอกาส
  • ช่วยจูงคนแก่ ข้ามถนน
  • บริจาคเงิน แก่มูลนิธิต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่ลูกสามารถทำร่วมกับคุณได้ เช่น

สอนลูกให้เห็นใจผู้อื่น

สอนลูกให้เ ห็นใจผู้อื่น

  • ส่งการ์ด ไปถึงผู้ใหญ่ในครอบครัว เพื่อให้ท่านรู้ว่าเราคิดถึงท่านเสมอ
  • เผื่อแผ่อาหาร ให้เพื่อนบ้าน
  • รับอาสาดูแลลูกเพื่อน หรือ เด็กแถวบ้าน เป็นครั้งคราว เพื่อที่พ่อ และ แม่ของเด็กจะได้พักบ้าง
  • เปิดท้ายขายของเก่า เพื่อนำรายได้ไปบริจาคให้ มูลนิธิที่คุณต้องการ
  • ชวนเพื่อนในระแวกบ้านที่ไม่มีญาติมาเที่ยวหรือทานข้าวฉลองวันเกิดกับครอบครัว
  • นำขนมไปมอบให้บ้านพักคนชราใกล้บ้าน
  • ซื้ออุปกรณ์การเรียนเพิ่มนอกเหนือจากที่ลูกจำเป็นต้องใช้ แล้วนำไปฝากให้โรงเรียนบริจาคให้เด็กที่ขาดแคลน
  • บริจาคเสื้อผ้าที่ลูกไม่ใช้แล้วแก่เด็กด้อยโอกาส
  • เปิดโอกาสและส่งเสริมให้ลูกได้คลุกคลีและสร้างสัมพันธภาพกับเด็กพิเศษหรือเด็กต่างชาติ ลูกจะได้เข้าใจว่าความแตกต่างไม่ใช่เรื่องเลวร้ายและไม่ก่อให้เกิดความแตกแยกอะไร และให้ลูกเห็กว่าคนเราย่อมไม่เหมือนกัน

ทำไมต้องทำด้วย

Empathy

สอนลูกให้เห็น ใจผู้อื่น

เพราะเรามักเคยชินกับสภาพสังคมที่เห็นแก่ตัว บางคนถึงกับไม่ยอมเปิดใจยอมรับความแตกต่างอะไรเลย เชื่อไหมค่ะว่าเราต้องเสียโอกาสต่าง ๆ มากมายเพียงเพราะไม่เปิดใจยอมรับความแตกต่างของผู้อื่น เช่น ความแตกต่างทางวัฒนธรรม พื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้เรายังไม่มีส่วนร่วมต่อสังคมเพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่มากนัก

โลกเพิ่งจะผ่านเรื่องราวของการเหยียดผิวมาได้ไม่นาน ปล่อยให้เด็ก ๆ ได้ศึกษาความร้ายกาจของมนุษย์ผ่านวิชาประวัติศาสตร์ในโรงเรียน แต่มาร่วมกันสร้างสังคมที่น่าอยู่กันเถอะค่ะ

การมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมีผลอย่างไรต่อพัฒนาการของนิสัยเด็กในภาพรวม?

คุณวอล์กเกอร์ตอบว่าเราล้วนหวังว่าเด็ก ๆ จะเติบโตมาเป็นผู้ที่มีความสุขและประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเลือกทำอะไรในชีวิตก็ตาม พวกเราก็นึกฝันไว้ว่าอยากให้เด็ก ๆ เป็นคนที่ใจดี ห่วงใยผู้อื่น รู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีความตระหนักต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับโลกรอบตัว และมีความเต็มใจที่จะมีส่วนร่วมสนับสนุนเมื่อเป็นไปได้

แต่การจะทำเช่นนั้น คุณวอล์กเกอร์บอกว่าเด็ก ๆ ต้องรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ซึ่งสิ่งนี้อาจเป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดที่เราสามารถกระตุ้นส่งเสริมให้เด็กมีได้ เนื่องจากความสามารถที่จะรัก เคารพ และเข้าใจว่าคนอื่นรู้สึกอย่างไรก็มาจากการรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราที่เราเองก็มีกัน

เด็ก ๆ ที่รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมีแนวโน้มจะมีมิตรภาพที่แท้จริงและยาวนานมากกว่าหรือไม่

Empathy in Kids

คุณวอล์กเกอร์ตอบว่าเด็ก ๆ ที่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากมีแนวโน้มที่จะโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่พึ่งพาตัวเองได้ ไม่ด่วนตัดสินผู้อื่น เปิดกว้าง และเป็นผู้ให้ เด็กบางคนมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากกว่าเด็กคนอื่นตั้งแต่เล็ก ๆ โดยสัญชาตญาณ มีการศึกษาระบุว่าเด็กหญิงจะมีความรู้สึกนี้มากกว่าเด็กชาย แต่ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้กันได้ และยิ่งได้เรียนรู้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

การมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นทำให้เด็กทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีกว่าในการเรียนและในชีวิตหรือไม่

คุณวอล์กเกอร์บอกว่าเด็ก ๆ ที่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จในการเรียนและในการงานในอนาคตมากกว่า เพราะเด็กที่มีนิสัยแบบนี้จะมีความมั่นใจทางสังคมมากกว่าและมองตัวเองในแง่ดีมากกว่า

ผู้ว่าจ้างมากขึ้นเรื่อย ๆ หันมามองหาคนที่มาสมัครงานที่มีความฉลาดทางอารมณ์ระดับสูงเพราะคนแบบนี้มีทักษะการสื่อสารที่ดี สร้างความสัมพันธ์เก่ง และมีแนวโน้มที่จะสร้างผลในเชิงบวกต่อหมู่คณะ

การเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศอื่น ๆ และทำความเข้าใจวัฒนธรรมต่าง ๆ ก็จะช่วยให้เด็กมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นที่แตกต่างจากตัวเองมากขึ้นด้วย

การเอาใจเขามาใส่ใจเราเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ผู้นำควรมีไม่ว่าจะในวงการใดก็ตาม ผู้นำที่รู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่นจะเป็นคนที่ไตร่ตรองและมีความสามารถทางสติปัญญาด้วย ทุกวันนี้ ความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งเป็นมาตรวัดระดับการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นและการตระหนักรับรู้ตนเองนั้น มีความสำคัญพอ ๆ กับความฉลาดทางสติปัญญา

คุณพ่อคุณแม่จะทำอะไรได้บ้างเพื่อบ่มเพาะให้ลูกเป็นคนรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

เด็กเล็ก ๆ มีน้อยคนที่จะแสดงออกถึงการเอาใจเขามาใส่ใจเราอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น อย่าได้คาดหวังอะไรเกินจริงไปนักจากลูกของคุณ แต่คุณควรลองทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้

1. พาลูกไปเที่ยวต่างประเทศหรือพาไปสัมผัสกับวัฒนธรรมที่หลากหลายในประเทศก็ได้ ให้ลูกได้สัมผัสกับธรรมเนียมและภาษาที่ต่างออกไป (ไม่จำเป็นต้องเป็นภาษาต่างประเทศเสมอไป การได้ไปสัมผัสกับคนที่พูดภาษาถิ่นต่างกันก็ได้) การเดินทางไปต่างจังหวัด ต่างประเทศช่วยให้ลูกได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและคนที่หลากหลาย

2. อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับคนชาติพันธุ์ สีผิว ศาสนาต่างจากครอบครัวของเราเอง หรือเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวที่ไม่ได้โชคดีแบบครอบครัวของเราก็ได้ อ่านหนังสือให้ลูกฟังถึงเรื่องราวของประเทศต่าง ๆ และคนในประเทศต่าง ๆ

3.  ดูสารคดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่เปิดโลกกว้างให้ลูก

4.  ให้ลูกได้ดูแลสัตว์เลี้ยง ลูกจะได้เรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบและเข้าใจความต้องการของสิ่งมีชีวิตอื่น

5.  คุณต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น คุณต้องแสดงออกว่าตัวเองสนใจและเพลิดเพลินไปกับความหลากหลายบนโลกนี้ เป็นตัวอย่าง ทำให้ลูกเห็นว่าคุณใจดีต่อผู้อื่น เมื่อลูกเห็นดังนั้น ลูกก็จะมีแนวโน้มทำตามคุณ

6.  พูดคุยอย่างเปิดเผยกันในครอบครัวเกี่ยวกับ ความรู้สึกของคุณและของลูก เด็กที่รู้สึกปลอดภัยที่จะพูดคุยจะมีพัฒนาการทางอารมณ์และความสามารถในการจัดการกับ ความสัมพันธ์หลากรูปแบบได้

7.  ชมลูกเมื่อลูกแสดงออก ถึงการรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ลูกจะอยากทำอีกเมื่อคุณชม

สุดท้ายแล้ว ลูกของคุณก็จะสร้างทางของตัวเองขึ้นมาในชีวิต ส่งเสริมพัฒนาการ การรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราตั้งแต่เล็ก ยิ่งตั้งแต่อายุน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี คุณจะได้แน่ใจว่า คุณกำลังเตรียมความพร้อมให้ลูก ได้เริ่มต้นอย่างดีที่สุดยังไงล่ะ

Source : zerotothree

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

Finding Nemo การ์ตูนที่ให้ความสนุกพร้อมกับข้อคิด สอนลูกไปพร้อม ๆ กับการ์ตูน

ทฤษฎีหมวก 6 ใบ คืออะไร สอนลูกให้คิด เปิดมุมมองของลูกให้มองอย่างรอบด้าน

สอนลูกพูดต้องเริ่มยังไง 100 คำที่เด็กควรรู้ ภาษาไทยพื้นฐาน พ่อแม่ควรสอนลูก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner