TAP top app download banner
theAsianparent Thailand Logo
theAsianparent Thailand Logo
คู่มือสินค้า
เข้าสู่ระบบ
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
    • ระยะการตั้งครรภ์
    • โภชนาการเเม่ท้อง
    • โภชนาการแม่ให้นม
    • ตั้งชื่อลูก
    • พัฒนาการสมอง
  • แม่ผ่าคลอด
    • พัฒนาการเด็กผ่าคลอด
    • เตรียมตัวผ่าคลอด
    • สุขภาพเด็กผ่าคลอด
    • คู่มือคุณแม่ผ่าคลอด
    • การดูแลหลังผ่าคลอด
    • โภชนาการเด็กผ่าคลอด
  • หลังคลอด
    • คลอดธรรมชาติ
    • ผ่าคลอด
    • การให้นมลูก
  • สุขภาพและโภชนาการ
    • โภชนาการ
    • สุขภาพ
  • ลูก
    • ทารกแรกเกิด
    • ทารก
    • เด็กวัยหัดเดิน
    • เด็กก่อนวัยเรียน
    • เด็ก
    • เด็กก่อนวัยรุ่น และวัยรุ่น
  • ชีวิตครอบครัว
    • ความรักและความสัมพันธ์
    • การเลี้ยงลูก
    • มุมคุณพ่อ
    • ประกันชีวิต
    • การวางแผนการเงิน
    • ความรัก และ เซ็กส์
    • #สอนลูกเรื่องเงิน ฉบับพ่อแม่
    • TAPpedia
  • การศึกษา
    • เด็กวัยประถม
    • โรงเรียนประถม
    • มัธยมศึกษา
    • แบบฝึกหัดและข้อสอบ
    • แนะแนวการศึกษาต่างประเทศ
  • ผู้หญิง
    • แฟชั่น
    • ความงาม
    • ฟิตเนส
  • ไลฟ์สไตล์
    • ที่เที่ยว
    • ที่กิน
    • ดวง
    • ทำนายฝัน
    • สีมงคล
    • บทสวดมนต์
    • ข่าว
    • ดูแลบ้าน
    • แนะนำโดย TAP
    • อีเว้นท์
  • วิดีโอ
    • การตั้งครรภ์
    • ทารก
    • คำแนะนำในการเลี้ยงลูก
    • การให้นมบุตร
    • อาหารเสริมทารก & โภชนาการ
    • เด็กเล็ก
  • ชอปปิง
  • VIP

MIT ชี้! อยากให้ลูกฉลาดรอบด้าน ควรให้เรียนดนตรี? หรือเรียน Coding?

บทความ 5 นาที
MIT ชี้! อยากให้ลูกฉลาดรอบด้าน ควรให้เรียนดนตรี? หรือเรียน Coding?

อยากให้ลูกฉลาดรอบด้าน ไม่ใช่การสอนให้เด็กทำงานกับเครื่องจักร แต่คือการสอนให้พวกเขาคิด รู้สึก และจินตนาการได้เหนือกว่าเครื่องจักร

ทุกวันนี้เรากำลังเลี้ยงลูกในยุค Digital Natives ที่เด็กๆ ปัดหน้าจอก่อนเขียนหนังสือเป็นเสียอีก พ่อแม่และผู้เชี่ยวชาญหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้า อยากให้ลูกฉลาดรอบด้าน และมีอนาคตที่สดใส ต้องให้เรียนโค้ดดิ้ง แต่ MIT กลับไม่ได้สนับสนุนแนวคิดนี้

งานวิจัยจาก MIT และ University of Zürich กำลังส่งสัญญาณใหม่ที่น่าสนใจว่า การฝึกฝนดนตรี โดยเฉพาะเมื่อเริ่มตั้งแต่ยังเด็ก ทำได้มากกว่าแค่สร้างความบันเทิง แต่มันช่วยเสริมสร้าง โครงสร้างสมองให้แข็งแกร่ง เพิ่มความเฉียบคมในการทำงาน และบ่มเพาะความฉลาดทางอารมณ์และสังคม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญหากพ่อแม่ อยากให้ลูกฉลาดรอบด้าน อย่างแท้จริง

 

ทำไมดนตรีถึงสำคัญ (กว่าที่คิด)

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลกกำลังหมุนไปทางดิจิทัล ลูกหลานของเราก็ควรพูดภาษาของเทคโนโลยีให้ได้ แต่ในความเร่งรีบที่จะเตรียมลูกให้พร้อมสำหรับอนาคต เราอาจมองข้ามภาษาที่อมตะและทรงพลังกว่าอย่างดนตรีไป

ถึงแม้ว่า การเขียนโค้ดช่วยฝึกตรรกะ การคิดอย่างเป็นระบบ และการแก้ปัญหา แต่งานวิจัยปี 2020 จาก MIT พบว่า การเข้าใจโค้ดเป็นทักษะเฉพาะทาง ที่แยกส่วนจากคณิตศาสตร์ ภาษา หรือแม้แต่ตรรกะทั่วไปด้วยซ้ำ พูดง่ายๆ คือ การเรียนโค้ด ไม่ได้ช่วยให้ลูกเก่งวิชาอื่นขึ้นโดยอัตโนมัติ

แต่ดนตรี ทำงานในระดับที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง…

การเล่นเครื่องดนตรีเป็นการออกกำลังกายสมองทั้งระบบอย่างแท้จริง สมองเกือบทุกส่วน การได้ยิน, การมองเห็น, การเคลื่อนไหว, และอารมณ์  จะทำงานประสานกันพร้อมกันหมด นี่ไม่ใช่แค่การฝึกนิ้วหรือฝึกหู แต่เป็นประสบการณ์ที่บูรณาการสมองทุกส่วน

งานวิจัยจาก University of Zürich ชี้ชัดว่า เด็กที่เรียนดนตรีมีการเชื่อมต่อของสมองที่แข็งแรงกว่าชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ภาษา, ความจำ และทักษะ Executive Function (EF) หรือทักษะสมองส่วนหน้า ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ การสื่อสาร และการแก้ปัญหา เรียกว่าเป็นพื้นฐานสำคัญถ้า อยากให้ลูกฉลาดรอบด้าน เลยค่ะ

 

อยากให้ลูกฉลาดรอบด้าน

 

ดนตรีปั้นสมองลูกได้อย่างไร?

สิ่งที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ ดนตรีดูเหมือนจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Corpus Callosum ซึ่งเป็นมัดเส้นประสาทที่เชื่อมสมองซีกซ้าย (ด้านตรรกะ) และซีกขวา (ด้านความคิดสร้างสรรค์) เข้าด้วยกัน

การเชื่อมต่อระหว่างซีกสมองที่ดีขึ้นนี้ ทำให้สมองสามารถสังเคราะห์ตรรกะและความคิดสร้างสรรค์ การวิเคราะห์และสัญชาตญาณเข้าด้วยกันได้ดีขึ้น ในขณะที่โค้ดดิ้งจะเน้นหนักไปที่การใช้เหตุผลเป็นลำดับขั้น แต่ดนตรีจะฝึกให้สมองสร้างสมดุลระหว่างระเบียบ กับจินตนาการ และรูปแบบ กับอารมณ์ นี่คือความสมดุลที่จำเป็นอย่างยิ่งหากเรา อยากให้ลูกฉลาดรอบด้าน ทั้งซีกซ้ายและซีกขวา

เวลาที่ลูกเรียนดนตรี สมองไม่ได้แค่รับเสียงเฉยๆ แต่กำลังฝึกฝนในระดับสูง

  • การอ่านโน้ต: คือการถอดรหัสภาพ (Visual decoding)
  • การเล่น: ต้องใช้ทักษะการเคลื่อนไหว (Fine motor skills)
  • การฟัง: ฝึกการรับรู้ของหู (Auditory perception)
  • การแสดง: ต้องใช้การแสดงออกทางอารมณ์และความจำ (Emotional expression & Memory)

ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นพร้อมกัน! นักประสาทวิทยาพบว่า การฝึกฝนแบบบูรณาการนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงในสมองอย่างกว้างขวาง และที่สำคัญคือ โครงสร้างสมองที่เปลี่ยนไปนี้ยังคงอยู่ แม้ว่าลูกจะเลิกเรียนดนตรีไปแล้วก็ตาม เปรียบเหมือนนั่งร้านที่แข็งแรงที่คอยพยุงการเรียนรู้ การควบคุมอารมณ์ และการปรับตัวของลูกไปจนถึงวัยผู้ใหญ่

 

มากกว่าความฉลาด คือ EQ สมาธิ และทักษะสังคม

ถ้าเรา อยากให้ลูกฉลาดรอบด้าน แค่ IQ อย่างเดียวไม่พอค่ะ การเรียนดนตรีไม่ได้ใช้แค่ทักษะ แต่ต้องใช้ ความอดทน, ความมุ่งมั่น, และความสามารถในการรับมือกับความผิดหวัง (สร้าง “Grit” หรือความอึด) เด็กที่ซ้อมดนตรีต้องเจอกับการเล่นผิด พลาด แล้วก็ต้องปรับปรุง ลองใหม่ วงจรของความล้มเหลวและความพยายามนี้ จะช่วยบ่มเพาะความแข็งแกร่งทางจิตใจให้ลูก

นอกจากนี้ ดนตรียังช่วยเพิ่ม การควบคุมสมาธิ, การจัดการแรงกระตุ้น (Impulse control), และความจำขณะทำงาน (Working Memory) ซึ่งจำเป็นต่อความสำเร็จทั้งในห้องเรียนและชีวิตส่วนตัว

แต่แง่มุมที่สร้างความเป็นมนุษย์ที่สุดของดนตรี คือ การทำงานร่วมกัน

ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงในวงประสานเสียง หรือการเล่นดนตรีในวงออร์เคสตราโรงเรียน ดนตรีสอนให้เด็กๆ “รู้จักฟัง” ฟังเสียงเพื่อน ฟังเสียงตัวเอง และฟังเสียงที่ยิ่งใหญ่กว่าเสียงของใครคนเดียว ดนตรีสอนให้รู้จักการประสานงาน ความสามัคคี และการเคารพซึ่งกันและกัน

ในโลกที่เน้นปฏิสัมพันธ์ทางดิจิทัลมากขึ้น ทักษะการเข้าอกเข้าใจผู้อื่น (Empathy) และการทำงานร่วมกันนี่แหละค่ะ ที่สำคัญที่สุด

 

เรียน coding

คุณแม่ควรจัดลำดับความสำคัญอย่างไร?

คุณแม่ที่ อยากให้ลูกฉลาดรอบด้าน อาจจะสงสัยว่าต้องเลือกไหม? จริงๆ แล้ว เราไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง “Coding” กับ “ดนตรี” ค่ะ

แต่เราต้องยอมรับว่า การศึกษาที่ดีที่สุดไม่ใช่การสอนให้เด็กทำงานกับเครื่องจักร แต่คือการสอนให้พวกเขาคิด รู้สึก และจินตนาการได้เหนือกว่าเครื่องจักร

ดนตรีไม่ใช่ขั้วตรงข้ามของ STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์) แต่มันคือส่วนเสริมที่สำคัญที่จะทำให้ STEM สมบูรณ์แบบ

รู้ไหมคะว่า ทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคตที่ World Economic Forum (WEF) จัดอันดับไว้สูงสุดเสมอ คือ ความคิดสร้างสรรค์, ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ), และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ซึ่งทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่ดนตรีสร้างให้ลูกโดยตรง!

การสอนลูกเขียนโค้ด อาจทำให้เขามีภาษาสื่อสารกับเครื่องจักร แต่การสอนดนตรี จะทำให้เขามีภาษาสื่อสารกับตัวเอง และสื่อสารกับผู้อื่น ดนตรีช่วยให้เขามองเห็นจังหวะในความโกลาหล ค้นพบความกลมเกลียวในความแตกต่าง และได้ยินความหมายในความเงียบ… อนาคตจะต้องการคนที่ “ฟังเป็น” อย่างแท้จริง และดนตรี คือหนึ่งในครูที่ดีที่สุดที่เรามีค่ะ

ที่มา : Juicing for Health

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ทำไมแค่ ให้ลูกช่วยงานบ้าน ถึงช่วยให้ลูกโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ประสบความสำเร็จมากกว่า?

เลี้ยงลูกให้เห็นคุณค่าในแบบของตัวเอง เรียนไม่เก่งก็ประสบความสำเร็จได้

สอนลูกให้มี ทักษะคิดแก้ปัญหา เอาตัวรอดได้ ในวันที่พ่อแม่ไม่สามารถอยู่ช่วยลูกได้ตลอด

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • การศึกษา
  • /
  • MIT ชี้! อยากให้ลูกฉลาดรอบด้าน ควรให้เรียนดนตรี? หรือเรียน Coding?
แชร์ :
  • เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

    เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

  • วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

    วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

  • ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

    ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

  • เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

    เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

  • วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

    วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

  • ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

    ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

ลงทะเบียนรับคำแนะนำเรื่องการตั้งครรภ์พัฒนาการลูกในท้องได้ที่นี่
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • พัฒนาการลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • โภชนาการ
  • ไลฟ์สไตล์
  • TAP สังคมออนไลน์
  • ติดต่อโฆษณา
  • ติดต่อเรา
  • Influencer Marketing (KOL)
  • มาเข้าร่วมกับเรา


  • Singapore flag Singapore
  • Thailand flag Thailand
  • Indonesia flag Indonesia
  • Philippines flag Philippines
  • Malaysia flag Malaysia
  • Vietnam flag Vietnam
© Copyright theAsianparent 2026. All rights reserved
เกี่ยวกับเรา |ทีม|นโยบายความเป็นส่วนตัว |ข้อกำหนดการใช้ |แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว