ฉี่ปนเลือดระหว่างตั้งครรภ์ อันตรายไหม? และควรทำอะไรก่อนไปพบแพทย์

ฉี่ปนเลือดระหว่างตั้งครรภ์ เกิดจากอะไรได้บ้าง อันตรายแค่ไหน และควรทำอย่างไรก่อนพบแพทย์ พร้อมสัญญาณเตือนที่คุณแม่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

คุณแม่ท้องหลายคนคงเคยมองลงไปในโถส้วมแล้วเห็นน้ำปัสสาวะเป็นสีแดงหรือสีชมพูจางๆ ใช่ไหมคะ ฉี่ปนเลือดระหว่างตั้งครรภ์ เป็นสัญญาณที่ไม่ควรเพิกเฉย แม้จะพบได้บ่อยและมักมีสาเหตุที่รักษาได้ เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ แต่ในบางกรณีก็อาจบ่งบอกถึงภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรีบดูแลเช่นกันค่ะ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้ ฉี่ปนเลือดระหว่างตั้งครรภ์ คือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะที่ปลอดภัยต่อลูกน้อยในท้อง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณแม่ทุกคนที่พบเลือดในปัสสาวะควรไปพบสูตินรีแพทย์โดยเร็วที่สุด ไม่ใช่รอดูอาการไปเรื่อยๆ นะคะ

สรุปสั้นๆ 

  • ฉี่ปนเลือดระหว่างตั้งครรภ์ เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI)
  • บางครั้งสีปัสสาวะที่เปลี่ยนไปอาจมาจากอาหารหรือวิตามินบำรุงครรภ์ ไม่ใช่เลือดจริงๆ ควรสังเกตอาการอื่นร่วมด้วย
  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในหญิงตั้งครรภ์หากปล่อยทิ้งไว้ อาจลุกลามกลายเป็นกรวยไตอักเสบ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดได้
  • หากฉี่ปนเลือดมาพร้อมกับปวดท้องรุนแรง เลือดออกทางช่องคลอด หรือมีไข้สูง ต้องรีบไปห้องฉุกเฉินทันที
  • แพทย์วินิจฉัยด้วยการตรวจปัสสาวะ เพาะเชื้อ และอัลตราซาวด์ ซึ่งคุณแม่ไม่ต้องกังวลว่าขั้นตอนเหล่านี้จะเป็นอันตรายต่อลูกในท้อง

ฉี่ปนเลือดระหว่างตั้งครรภ์ ปกติไหม?

ถ้าเห็นน้ำปัสสาวะออกมาเป็นสีชมพู สีแดง หรือสีน้ำตาลขุ่น ความรู้สึกแรกของคุณแม่ส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นความตกใจและความกลัว ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เข้าใจได้มากค่ะ

ปัสสาวะปนเลือด หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า hematuria ไม่ถือเป็นเรื่องปกติระหว่างตั้งครรภ์ แต่ก็เป็นอาการที่พบได้ และส่วนใหญ่มีสาเหตุที่ชัดเจนและรักษาได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การหาสาเหตุให้เจอ ไม่ใช่นั่งกังวลอยู่คนเดียวที่บ้านนะคะ

สิ่งแรกที่ต้องแยกให้ออกคือ สีที่เปลี่ยนไปนั้นมาจากเลือดจริงๆ หรือเปล่า เพราะวิตามินบำรุงครรภ์บางยี่ห้อ โดยเฉพาะที่มีธาตุเหล็กหรือวิตามินบีสูง อาจทำให้ปัสสาวะออกมาเป็นสีเหลืองเข้มหรือสีส้มได้ การกินหัวบีตรูต แครอท หรือผักที่มีสีเข้มก็ทำให้สีปัสสาวะเปลี่ยนได้เช่นกัน แต่ถ้าสีแดงหรือสีชมพูชัดเจน และมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น แสบขณะปัสสาวะหรือปวดหลังช่วงล่าง ไม่ควรรอค่ะ

สาเหตุที่พบบ่อยของฉี่ปนเลือดในคนท้อง

1. การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI)

นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้คุณแม่ ฉี่ปนเลือดระหว่างตั้งครรภ์ค่ะ คุณแม่ตั้งครรภ์มีความเสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะสูงกว่าคนทั่วไป เนื่องจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนทำให้ท่อปัสสาวะและกรวยไตขยายตัว บวกกับมดลูกที่โตขึ้นกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไหลย้อนและคั่งค้างได้ง่ายขึ้น ข้อมูลจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) ระบุว่าภาวะปัสสาวะคั่งค้างจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายขณะตั้งครรภ์นี้เองที่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ง่ายขึ้น

อาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่ต้องสังเกต

  • แสบร้อนขณะปัสสาวะ
  • ปวดปัสสาวะบ่อยแต่ออกมาน้อย
  • ปัสสาวะมีกลิ่นแรงหรือขุ่น
  • ปวดบริเวณท้องน้อยหรือเชิงกราน
  • บางรายไม่มีอาการเลย แต่ตรวจปัสสาวะแล้วพบเชื้อ (asymptomatic bacteriuria)

ข้อมูลจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (ACOG) ชี้ว่าการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่ไม่ได้รับการรักษาในหญิงตั้งครรภ์อาจลุกลามกลายเป็นกรวยไตอักเสบ ซึ่งมีไข้สูง หนาวสั่น และปวดหลังอย่างรุนแรง และภาวะนี้ยังเชื่อมโยงกับความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนดและทารกน้ำหนักตัวน้อยด้วย ทางฝั่ง Cleveland Clinic ก็ให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า หากปล่อยให้การติดเชื้อลุกลามในผู้ป่วยตั้งครรภ์ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ภาวะคลอดก่อนกำหนดหรือปัญหาระบบทางเดินหายใจได้ ดังนั้นแพทย์จะรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่ปลอดภัยสำหรับทารกในครรภ์ เช่น อะม็อกซิซิลลิน หรือไนโตรฟูแรนโทอิน โดยเลือกชนิดยาให้เหมาะกับอายุครรภ์และชนิดของเชื้อที่ตรวจพบ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

สำหรับคุณแม่ที่ปวดฉี่บ่อยอยู่แล้วตั้งแต่ตั้งครรภ์ ลองอ่านบทความนี้เรื่องคนท้องปวดฉี่บ่อยและฉี่เล็ด เพื่อทำความเข้าใจว่าอาการไหนปกติและอาการไหนควรระวัง

 

2. นิ่วในไตหรือกระเพาะปัสสาวะ

ฮอร์โมนการตั้งครรภ์ส่งผลต่อการเผาผลาญแคลเซียมในร่างกาย ทำให้บางรายมีนิ่วก่อตัวขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ได้ อาการมักเป็นปวดอย่างรุนแรงบริเวณสีข้างหรือหลังส่วนล่าง ร้าวไปถึงขาหนีบ ร่วมกับมีเลือดในปัสสาวะ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคทางเดินปัสสาวะแนะนำว่าการวินิจฉัยนิ่วในไตระหว่างตั้งครรภ์ควรเริ่มจากการอัลตราซาวด์เป็นอันดับแรก เพราะปลอดภัยกว่าการเอกซเรย์หรือ CT scan ที่มีรังสี

3. เลือดออกจากช่องคลอด ไม่ใช่ปัสสาวะ

บางครั้งคุณแม่เข้าใจว่าเลือดออกมาจากปัสสาวะ แต่จริงๆ แล้วเป็นเลือดออกทางช่องคลอด ซึ่งอาจเกิดจากภาวะรกเกาะต่ำ รกลอกตัวก่อนกำหนด หรือปากมดลูกอักเสบ กรณีแบบนี้ต้องแยกสาเหตุให้ชัดเจนก่อน เพราะแนวทางการดูแลแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ

4. ภาวะอื่นที่พบได้น้อยกว่า

อาการแบบไหนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

หากคุณแม่มีอาการเหล่านี้ ไม่ควรรอนัดตามปกติ ให้ไปห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลที่มีแผนกสูติกรรมทันที เช่น โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี หรือโรงพยาบาลเอกชนที่คุณแม่ฝากครรภ์อยู่

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • มีเลือดในปัสสาวะพร้อมกับมีไข้สูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียส หนาวสั่น
  • ปวดหลังส่วนล่างหรือสีข้างอย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่ปวดเมื่อย
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดร่วมด้วย
  • ปวดท้องรุนแรงหรือมดลูกหดตัวถี่ผิดปกติ
  • ลูกดิ้นน้อยลงหรือหยุดดิ้น
  • ปัสสาวะมีลิ่มเลือด หรือสีแดงเข้มมาก

ฉี่ปนเลือดระหว่างตั้งครรภ์ แพทย์จะตรวจอะไรบ้าง

การตรวจหาสาเหตุของปัสสาวะปนเลือดในหญิงตั้งครรภ์มีขั้นตอนหลักดังนี้ค่ะ

การตรวจ

วัตถุประสงค์

ปลอดภัยต่อทารกไหม

การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) ดูเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว แบคทีเรีย ปลอดภัย 100%
การเพาะเชื้อปัสสาวะ (Urine culture) ระบุชนิดเชื้อและยาที่เหมาะสม ปลอดภัย 100%
อัลตราซาวด์ทางช่องท้อง ดูไต กระเพาะปัสสาวะ นิ่ว และตรวจทารก ปลอดภัย ไม่มีรังสี
ตรวจโปรตีนในปัสสาวะ คัดกรองภาวะครรภ์เป็นพิษ ปลอดภัย 100%

โดยทั่วไปแพทย์จะไม่เอกซเรย์หรือทำ CT scan โดยไม่จำเป็น เพราะตระหนักถึงความปลอดภัยของทารกในครรภ์เป็นอันดับแรกอยู่แล้วค่ะ

วิธีดูแลตัวเองที่บ้านระหว่างรอพบแพทย์

ถ้าอาการไม่รุนแรง ไม่มีไข้ และไม่มีอาการฉุกเฉินตามที่กล่าวไปข้างต้น สิ่งที่คุณแม่ทำได้ระหว่างรอนัดพบแพทย์คือ

  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อช่วยล้างทางเดินปัสสาวะ
  • อย่ากลั้นปัสสาวะ โดยเฉพาะช่วงท้องโตเพราะแรงดันในกระเพาะปัสสาวะยิ่งมากขึ้น
  • เช็ดทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลังทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ
  • หลีกเลี่ยงสบู่หรือผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมบริเวณอวัยวะเพศ
  • สังเกตและจดบันทึกอาการไว้ก่อนพบแพทย์ เช่น สีปัสสาวะ ความถี่ อาการแสบ มีไข้ไหม

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือการซื้อยาปฏิชีวนะมากินเองโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ เพราะยาบางชนิดอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ที่แตกต่างกันค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

ป้องกันติดเชื้อทางเดินปัสสาวะระหว่างตั้งครรภ์ ทำอย่างไร

เนื่องจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของฉี่ปนเลือดในคนท้อง และสามารถป้องกันได้ด้วยพฤติกรรมง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ลองทำตามนี้ดูค่ะ

  • ดื่มน้ำให้มากพอ สังเกตว่าปัสสาวะสีเหลืองใสถือว่าดี
  • ปัสสาวะให้หมด อย่ากลั้นทิ้งไว้ในกระเพาะปัสสาวะ
  • ใส่กางเกงชั้นในผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้ดี หลีกเลี่ยงผ้าสังเคราะห์ที่รัดแน่น
  • ปัสสาวะก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์เสมอ
  • ตรวจปัสสาวะทุกครั้งที่ไปฝากครรภ์ตามกำหนด แม้จะไม่มีอาการใดๆ ก็ตาม

คุณแม่หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อเพราะไม่มีอาการเลย การตรวจปัสสาวะตามนัดฝากครรภ์จึงสำคัญมากค่ะ

สำหรับเรื่องความเปลี่ยนแปลงด้านปัสสาวะระหว่างตั้งครรภ์โดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นฉี่บ่อย ฉี่เล็ด หรือฉี่มีกลิ่น ลองอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความแม่ท้อง ฉี่บ่อย ฉี่เล็ด ฉี่เหม็นมาก

คุณแม่คนอื่นเขาเจออะไรบ้าง

จากการพูดคุยในกลุ่มคุณแม่หลายกลุ่ม คุณแม่หลายคนเล่าประสบการณ์ตรงกันว่า ตอนเจอเลือดในปัสสาวะครั้งแรกช่วงตั้งครรภ์ ตกใจมากจนนอนไม่หลับ แต่พอไปพบแพทย์กลับพบว่าเป็นเพียงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่รักษาหายได้ภายในสัปดาห์เดียว บางคนพบว่าตัวเองดื่มน้ำน้อยเกินไปโดยไม่รู้ตัว เพราะกลัวปวดฉี่บ่อย ซึ่งกลับยิ่งทำให้เชื้อโรคสะสมในกระเพาะปัสสาวะได้ง่ายขึ้นไปอีก

มีคุณแม่ท่านหนึ่งเล่าว่าคุณหมอที่โรงพยาบาลอธิบายให้ฟังว่า ร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์เอื้อต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ง่ายกว่าคนทั่วไป เนื่องจากทางเดินปัสสาวะขยายตัวตามฤทธิ์ฮอร์โมน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและแรงกดจากมดลูกเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์เสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมากกว่าคนทั่วไปจริงๆ ค่ะ

FAQ: คำถามที่คุณแม่ถามบ่อยเรื่อง ฉี่ปนเลือดระหว่างตั้งครรภ์

1. ฉี่ปนเลือดแตกต่างจากเลือดออกทางช่องคลอดอย่างไร?

ฉี่ปนเลือดจะเห็นเลือดปนอยู่ในน้ำปัสสาวะที่ออกมาในโถส้วม ส่วนเลือดออกทางช่องคลอดมักเห็นบนกระดาษชำระหรือชั้นในมากกว่า ลองสังเกตทิศทางที่เลือดออกมาดู แต่ถ้าไม่แน่ใจ ควรไปพบแพทย์ทันทีจะดีที่สุดค่ะ

2. ต้องหยุดกินวิตามินบำรุงครรภ์ไหม ถ้าปัสสาวะมีสีเข้ม?

ไม่จำเป็นต้องหยุดค่ะ แต่ควรดื่มน้ำให้มากขึ้น เพราะวิตามินที่มีธาตุเหล็กสูงมักทำให้ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มหรือน้ำตาล หากไม่แน่ใจว่าสีที่เห็นมาจากวิตามินหรือเลือด ให้ลองงดวิตามินหนึ่งมื้อแล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้ายังมีสีผิดปกติอยู่ ควรไปตรวจค่ะ

3. แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะที่ปลอดภัยต่อลูกไหม?

ปลอดภัยค่ะ แพทย์จะเลือกชนิดยาที่เหมาะสมกับอายุครรภ์เสมอ ยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในคุณแม่ตั้งครรภ์ผ่านการศึกษาด้านความปลอดภัยมาแล้ว สิ่งที่อันตรายกว่าการใช้ยาคือการปล่อยให้การติดเชื้อลุกลามโดยไม่รักษาค่ะ

4. ถ้าตรวจปัสสาวะแล้วไม่พบเชื้อ แต่ยังมีเลือดอยู่ ต้องทำอย่างไรต่อ?

แพทย์มักส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น อัลตราซาวด์ไตและกระเพาะปัสสาวะ หรือส่งพบอายุรแพทย์โรคไตเพื่อคัดกรองภาวะอื่น เช่น โรคไตอักเสบหรือนิ่ว อย่าหยุดติดตามผลเพียงเพราะผลตรวจปัสสาวะครั้งแรกปกติดีนะคะ

5. ดื่มน้ำแครนเบอร์รี่ช่วยได้ไหม?

น้ำแครนเบอร์รี่มีสารที่อาจช่วยลดการเกาะติดของเชื้อแบคทีเรียบางชนิดบนผนังกระเพาะปัสสาวะได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าใช้รักษาอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่เป็นอยู่แล้วได้ อาจใช้เป็นตัวช่วยเสริมได้ แต่ไม่ใช่ทางเลือกแทนยา และควรเลือกชนิดที่ไม่มีน้ำตาลสูง เพราะคุณแม่ตั้งครรภ์มีความเสี่ยงเบาหวานขณะตั้งครรภ์อยู่แล้วค่ะ

6. ถ้าเคยติดเชื้อทางเดินปัสสาวะก่อนท้อง แล้วตั้งครรภ์จะเป็นบ่อยขึ้นไหม?

มีโอกาสเป็นมากขึ้นค่ะ เพราะร่างกายระหว่างตั้งครรภ์เอื้อต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมากกว่าปกติอยู่แล้ว ควรแจ้งประวัติติดเชื้อทางเดินปัสสาวะกับสูตินรีแพทย์ตั้งแต่การนัดฝากครรภ์ครั้งแรก แพทย์อาจนัดตรวจปัสสาวะให้ถี่ขึ้นเพื่อความปลอดภัย

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

7. ฉี่ปนเลือด ลูกจะได้รับผลกระทบไหม?

ถ้าสาเหตุคือ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่ยังอยู่แค่ในกระเพาะปัสสาวะ มักไม่ส่งผลกระทบต่อทารกโดยตรง แต่ถ้าลุกลามกลายเป็นกรวยไตอักเสบและมีไข้สูง ภาวะนี้จะเพิ่มความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้ การรักษาให้เร็วที่สุดจึงเท่ากับเป็นการปกป้องลูกน้อยโดยตรงค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สังเกตอาการ ! เรื่องฉี่แม่ท้อง ปัสสาวะเล็ดตอนท้อง ปกติไหม ?

อาการคนท้อง ฉี่สีอะไร บ่งบอกสุขภาพแม่ท้องได้ไหม

คนท้องปัสสาวะบ่อย มีสาเหตุจากอะไร คนท้องฉี่บ่อยอันตรายไหม?

แหล่งอ้างอิง

 

ข้อมูลอัปเดตล่าสุด สิงหาคม 2569