TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ลูกฉี่รดที่นอน เรื่องปกติไหม บ่อยแค่ไหนน่ากังวล

บทความ 5 นาที
ลูกฉี่รดที่นอน เรื่องปกติไหม บ่อยแค่ไหนน่ากังวล

ลูกฉี่รดที่นอน อาจเป็นเรื่องปกติของบางครอบครัว แต่ถ้าเกิดขึ้นเป็นประจำ อาจกลายเป็นปัญหาได้

ลูกฉี่รดที่นอน หรือ ภาวะปัสสาวะรดที่นอนโดยไม่รู้ตัวนั้นพบได้บ่อยโดยเฉพาะในเด็กค่ะ แต่จะเป็นเรื่องปกติไหม ฉี่รดที่นอนบ่อยค่อยไหนน่ากังวล ลูกฉี่รดที่นอนเป็นปัญหาหรือเปล่า ก็ขึ้นอยู่กับพัฒนาการและช่วงวัยของลูกน้อยค่ะ ซึ่งโดยทั่วไปภาวะนี้มักจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปได้เองเมื่อเด็กโตขึ้น แต่ก็มีบางกรณีเช่นกันค่ะที่ลูกน้อยจำเป็นต้องได้รับการรักษา

ลูกฉี่รดที่นอน

ลูกฉี่รดที่นอน เรื่องปกติไหม ?

สำหรับลูกน้อย “วัยทารก” การฉี่รดที่นอน ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาค่ะ เนื่องจากเขายังควบคุมร่างกายของตัวเองไม่ได้เลย ลูกน้อยวัยนี้จึงจะฉี่บ่อยประมาณ 20 ครั้งต่อวัน หลังอายุ 6 เดือนปริมาณฉี่ต่อครั้งเพิ่มขึ้น แต่ความถี่จะลดลง

ส่วนลูกน้อยที่มี อายุ 1-2 ขวบ สามารถควบคุมกระเพาะปัสสาวะได้มากขึ้น เริ่มสื่อสารบอกอาการกับคุณพ่อคุณแม่ได้ว่า “ปวดฉี่” เพียงแต่จะยังกลั้นไม่ได้ค่ะ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนถ้ากินนมเยอะก็มีโอกาสที่ลูกจะเกิดภาวะฉี่รดที่นอน ซึ่งส่วนใหญ่จะฉี่ประมาณคืนละ 1-2 ครั้งค่ะ

แต่ในลูก วัย 3-4 ขวบ ควรต้องเริ่มกลั้นฉี่ได้ค่ะ โดยส่วนใหญ่เกิน 70% เด็กวัยนี้จะหยุดฉี่รดที่นอนได้แล้ว อย่างไรก็ตาม มีโอกาสเป็นไปได้เช่นกันที่เด็กอายุ 5 ปีขึ้นไปยังมีภาวะดังกล่าวอยู่

 

ฝึกลูกฉี่ก่อนเข้านอน

 

ทำไมลูกฉี่รดที่นอน?

แม้ว่าอาการฉี่รดที่นอนในวัยทารกนั้นเป็นเรื่องปกติที่เขาไม่สามารถควบคุมกระเพาะปัสสาวะของตัวเองได้ แต่ในช่วงวัยที่โตขึ้นมา ก็มีหลายสาเหตุที่ทำให้ ลูกฉี่รดที่นอน ได้ค่ะ อาทิ

  • ระบบควบคุมปัสสาวะยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะในเด็กเล็กวัย 1-2 ขวบ ที่พัฒนาการด้านการควบคุมการฉี่ยังไม่พัฒนาเต็มที่ ทำให้กลั้นฉี่ในเวลากลางคืนได้ยาก
  • พันธุกรรม หากคุณพ่อคุณแม่เคยมีประวัติฉี่รดที่นอนตอนเป็นเด็ก ลูกน้อยก็มีโอกาสที่จะมีภาวะเดียวกันได้สูงขึ้น โดยเด็กทั่วไปจะฉี่รดที่นอนร้อยละ 15 แต่เด็กที่พ่อหรือแม่มีประวัติจะมีโอกาสฉี่รดที่นอนร้อยละ 44 ยิ่งในกรณีที่ทั้งพ่อและแม่มีประวัติจะมีโอกาสสูงถึงร้อยละ 77 เลยค่ะ
  • ความผิดปกติทางกายภาพ เช่น ความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะ ความผิดปกติของระบบประสาท หรือเด็กบางคนมีการหดรัดตัวของกระเพราะปัสสาวะไม่ดี มีความจุน้อย มีท่อปัสสาวะแคบ ก็ทำให้ฉี่รดที่นอนได้
  • พัฒนาการล่าช้า กลไกควบคุมการฉี่ซึ่งอาศัยพัฒนาการของระบบประสาท sympathetic, parasympathetic และ somatic nerve ล่าช้า ซึ่งเด็กทั่วไปสามารถควบคุมการปัสสาวะตอนกลางคืนได้เมื่ออายุ 3 ปี
  • มีภาวะท้องผูกเรื้อรัง กล้ามเนื้อส่วนที่ควบคุมการฉี่และขับถ่ายเป็นกล้ามเนื้อส่วนเดียวกันค่ะ การที่ลูกน้อยมีปัญหาท้องผูกนาน ๆ จึงอาจส่งผลให้กล้ามเนื้อส่วนนี้ทำงานผิดปกติได้เช่นกัน
  • เหตุจากฮอร์โมน โดยปกติแล้วร่างกายเราจะมีฮอร์โมนที่ชื่อว่า ADH (Antidiuretic Hormone) มีหน้าที่ทำให้ร่างกายผลิตน้ำปัสสาวะน้อยลงในตอนกลางคืน หากฮอร์โมนมีระดับต่ำผิดปกติ ก็จะทำให้ร่างกายผลิตฉี่มากตอนนอนค่ะ
  • เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ อาจทำให้ลูกน้อยปวดฉี่บ่อยขึ้นและกลั้นฉี่ไม่ได้
  • การนอนผิดปกติ ภาวะฉี่รดที่นอนนั้นมีความสัมพันธ์กับกลุ่มอาการหยุดหายใจขณะหลับและโรคหลับลึก (narcolepsy) ด้วย โดยลูกน้อยอาจนอนกรน และง่วงซึมในเวลากลางวันบ่อย ๆ ร่วมด้วย
  • ความเครียด หรือความวิตกกังวล ที่อาจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน เช่น การย้ายบ้าน การเข้าโรงเรียนใหม่ อาจส่งผลให้ ลูกฉี่รดที่นอน ได้ หรือมีสาเหตุจากการต่อต้านพ่อแม่ที่ฝึกขับถ่ายด้วยความรุนแรงหรือการฝึกเร็วเกินไปก็เป็นไปได้เช่นกัน

 

ฝึกลูกทำความสะอาดผ้าปูที่นอน

 

เคล็ด(ไม่ลับ) รับมือ ลูกฉี่รดที่นอน

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนค่ะว่า การรับมือและแก้ไขภาวะ ลูกฉี่รดที่นอน คุณพ่อคุณแม่ต้องอาศัยความอดทนรวมถึงการให้ความร่วมมือจากลูกด้วย ดังนี้

  1. งดอาหารและเครื่องดื่มในช่วงเวลา 1-2 ชั่วโมงก่อนนอน โดยให้ลูกน้อยดื่มน้ำระหว่างวันให้เพียงพอ เพื่อช่วยลดโอกาสที่ลูกจะปวดฉี่ระหว่างหลับ แต่ถ้าลูกกินนม 1 แก้ว หรือ 1 กล่องก่อนนอน ควรทิ้งระยะประมาณ 30-60 นาที แล้วจึงให้เขาเข้าห้องน้ำแปรงฟัน และฉี่ก่อนเข้านอน โดยควรฝึกให้ลูกเข้าห้องน้ำก่อนเข้านอนให้ติดเป็นนิสัยด้วยค่ะ
  2. ไม่ปลุกให้ลูกตื่นมาฉี่ตอนกลางคืน เพราะอาจทำให้อาการนี้หายไปได้ช้ากว่าไม่ปลุก และมักทำให้เกิดความขัดแย้งกับพ่อแม่ได้มากกว่าด้วยว รวมทั้งไม่ควรอุ้มลูกไปเข้าห้องน้ำทั้งที่ยังหลับ เพราะจะกลายเป็นว่ากำลังฝึกให้ลูกฉี่ทั้งที่ยังหลับ แต่ควรใช้วิธีเตือนและบอกลูกก่อนนอนว่าให้ตื่นขึ้นมาฉี่ โดยคุณพ่อคุณแม่อาจเปิดไฟในห้องน้ำรอไว้ หรือเตรียมกระโถนไว้ข้างเตียงก็ได้
  3. ฝึกให้ลูกรู้สึกว่าเป็นความรับผิดชอบของตัวเอง โดยให้เขาลุกขึ้นมาฉี่เองถ้ารู้สึกปวด และให้ลูกน้อยมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนหรือทำความสะอาดเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนที่เปื้อนฉี่ของตัวเองด้วย
  4. ให้รางวัลและกำลังใจเป็นแรงเสริมทางบวก เช่น วันไหนลูกไม่ฉี่รดที่นอน คุณพ่อคุณแม่ควรให้คำชม อ้อมกอด หรือติดสติ๊กเกอร์รูปหัวใจในปฏิทิน นอกจากจะเป็นกำลังใจที่ดีให้ลูกน้อยแล้ว ยังเป็นเครื่องมือช่วยเช็กด้วยว่าลูกมีพัฒนาการที่ดีขึ้นหรือไม่ ในทางกลับกัน หากลูกยังไม่สามารถทำได้ อย่าดุหรือลงโทษนะคะ เพราะจะยิ่งทำให้ลูกกดดันและกลัวที่จะบอกเล่าปัญหาค่ะ

นอกจากนี้ อย่าลืมว่าหลังมีการฉี่รดที่นอน คุณพ่อคุณแม่ควรทำความสะอาด หรือฝึกลูกทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศและก้นทุกเช้า เพื่อป้องกันการเกิดผดผื่นด้วยนะคะ

 

ลูกฉี่แล้วเจ็บ

 

ลูกฉี่รดที่นอน บ่อยแค่ไหนน่ากังวล ควรไปพบแพทย์

แม้ภาวะลูกฉี่รดที่นอนโดยไม่รู้ตัวขณะนอนหลับมักจะหายไปได้เองเมื่อเขาเริ่มโตขึ้น แต่หากการฉี่รดที่นอนเกิดขึ้นบ่อย ๆ โดยเฉพาะในเด็กที่เริ่มโตแล้ว เช่น เกิดขึ้น 2–3 ครั้ง หรือมากกว่านั้นใน 1 สัปดาห์ ภาวะนี้ก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาทางสุขภาพได้ค่ะ ซึ่งลูกฉี่รดที่นอน บ่อยแค่ไหนน่ากังวล และควรไปพบแพทย์ ส่วนใหญ่มักดูที่อายุเป็นหลักเช่นกัน คือ

  • ลูกเล็กวัย 3-4 ขวบ ฉี่รดที่นอนทุกคืน
  • ลูกวัย 6 ปีขึ้นไป ถ้ายังฉี่รดที่นอนอยู่เป็นประจำ ถือว่าผิดปกติ
  • มีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ฉี่รดที่นอนในตอนกลางวัน เจ็บขณะฉี่ หิวน้ำบ่อย ปวดท้องน้อย มีไข้ ฉี่มีสีแดงหรือสีชมพูอุจจาระแข็ง นอนกรน หรือปัญหาฉี่รดที่นอนกลับมาใหม่หลังจากที่หยุดไปนาน
  • มีอาการฉี่บ่อย ฉี่ไม่สุด
  • มีประวัติในครอบครัวเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ

 

คำชม จูบ และอ้อมกอด คือรางวัลล้ำค่า

ผลกระทบ หากปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษา

หากมองว่าการที่ ลูกฉี่รดที่นอน เป็นเรื่องปกติที่เดี๋ยวก็หายเอง เราอาจกำลังปล่อยให้ปัญหาเล็กๆ ลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ในระยะยาวได้ ดังนี้

  1. บาดแผลทางใจและการเข้าสังคม 

มากกว่าความเปียกแฉะ คือความรู้สึกอับอายและด้อยค่า เด็กจะมีปมในใจ รู้สึกว่าตนเองแตกต่างจากเพื่อน นำไปสู่การขาดความมั่นใจอย่างรุนแรง 

ผลเสีย: เด็กจะเริ่มเก็บตัว หลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสังคม เช่น การไปเข้าค่าย หรือไปนอนบ้านเพื่อน เพราะกลัวความลับจะแตก ซึ่งเป็นการตัดโอกาสในการสร้างทักษะสังคมที่สำคัญ

  1. อุปสรรคต่อการเรียนรู้และพัฒนาการ

การฉี่รดที่นอนสัมพันธ์โดยตรงกับคุณภาพการนอนหลับ เด็กกลุ่มนี้มักหลับไม่สนิท หรือวงจรการนอนถูกรบกวนตลอดคืน

ผลเสีย: เมื่อร่างกายพักผ่อนไม่พอ จะส่งผลต่อสมาธิในห้องเรียน ความจำลดลง หงุดหงิดง่าย และอาจกระทบต่อการหลั่ง Growth Hormone ทำให้การเจริญเติบโตทางร่างกายและสมองไม่เต็มศักยภาพเท่าที่ควร

  1. ความเครียดสะสมของผู้ปกครอง

ภาระงานซักล้างและกลิ่นไม่พึงประสงค์ นำไปสู่ความหงุดหงิด ความเหนื่อยล้า และความกังวลของผู้พ่อแม่ บ่อยครั้งที่ความเครียดนี้ระบายออกมาเป็นการดุด่าหรือตำหนิลูก โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ทำให้ความผูกพันในครอบครัวแย่ลง และเด็กยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้น

 

เรื่องการฉี่รดที่นอนของลูกน้อยนั้นเป็นภาวะที่เขาต้องการความเห็นอกเห็นใจนะคะ คุณพ่อคุณแม่และบุคคลใกล้ชิดจึงต้องเข้าใจและเห็นใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ควรปล่อยให้มีการล้อเลียนเกิดขึ้น เพราะไม่มีเด็กคนไหนชื่นชอบที่จะตื่นขึ้นมาในสภาพที่เปียกแฉะอับชื้น ดังนั้น ควรใช้คำพูดที่อ่อนโยนกับลูก ไม่หงุดหงิด จะไม่เป็นผลดีกับทั้งตัวลูกน้อยและคุณพ่อคุณแม่เองค่ะ

และหากมีการปรับพฤติกรรมตามที่แนะนำไปข้างต้นแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือลูกฉี่รดที่นอนจนถึงช่วงวัย 7-8 ปี ก็ยังไม่หยุด ควรพาลูกเข้ารับคำแนะนำจากกุมารแพทย์นะคะ

 

บทความจากพันธมิตร
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

ที่มา : www.pobpad.com , www.youngciety.com , www.vejthani.com

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ลูกไม่สบาย 7 สัญญาณเตือนว่าลูกน้อยของคุณกำลังป่วย และวิธีรับมือ

ผดร้อนทารก ลูกเป็นผดร้อน ทำอย่างไรดี มีวิธีรักษาหรือเปล่า

ลูกสมาธิสั้น แก้ไขอย่างไร ไม่ให้กระทบพัฒนาการและการเรียนรู้

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

จันทนา ชัยมี

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • ลูกฉี่รดที่นอน เรื่องปกติไหม บ่อยแค่ไหนน่ากังวล
แชร์ :
  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
    บทความจากพันธมิตร

    Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย

  • รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
    บทความจากพันธมิตร

    รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
    บทความจากพันธมิตร

    Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย

  • รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
    บทความจากพันธมิตร

    รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว