TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

แต่งงานแล้วควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รักแต่ไม่อยากทะเลาะ

บทความ 5 นาที
แต่งงานแล้วควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รักแต่ไม่อยากทะเลาะ

หลายคนเจอปัญหา แม่ผัว ลูกสะใภ้ ที่ชวนให้ปวดหัว รู้ไหมคะว่ายุคปัจจุบันนั้นการอยู่รวมกันกับหลายคนอาจจะทำให้เครียดได้ เพราะฉะนั้น แต่งงานแล้วควรแยกบ้าน

แต่งงานแล้วควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รักแต่ไม่อยากทะเลาะ

ครอบครัวใหญ่ จริงอยู่ว่าจะมีความอบอุ่น มีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น แต่ใช่ว่าจะดีทุกบ้าน เพราะบางทีก็มีเรื่องจุกจิกชวนปวดหัว และ ปัญหามากมาย วันนี้เรามีประสบการณ์จากคุณแอนนา คุณแม่ที่อยู่กับครอบครัวใหญ่ตั้งแต่ลูกเกิดจนถึงปัจจุบัน แต่งงานแล้วควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รักแต่ไม่อยากทะเลาะ

แต่งงาน แล้ว ควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รักแต่ไม่อยากทะเลาะ

แต่งงาน แล้ว ควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รักแต่ไม่อยากทะเลาะ

ทำไมแต่งงานแล้วควรแยกบ้าน?

สิ่งสำคัญของการสร้างรากฐานครอบครัวที่แข็งแรง นั้นไม่ได้วัดที่จำนวนของคนในครอบครัว แต่เป็นความเข้าใจกันทุกฝ่าย และ การวางแผนคู่ะระยะยาว เป็นสิ่งที่สามีและภรรยาควรตัดสินใจร่วมกัน ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น เรื่องที่สำคัญมากๆ คือ ครอบครัวใหญ่ และ ครอบครัวเดี่ยว

ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชาย เราเชื่อว่าทุกคนอยากจะมีพื้นที่ของตัวเอง เวลาที่คน 2 คนแต่งงาน หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องย้ายไปอยู่บ้านอีกฝ่าย เรามั่นใจว่าจะต้องเกิดเหตุการณ์ที่บางครั้งก็ต้องการ “พื้นที่” ถึงแม้ว่าบ้านนั้นจะต้อนรับ หรือ ใจดีกับอีกเราแค่ไหน แต่เชื่อว่าเราจะรู้สึกตัวเล็ก และ รู้สึกเป็นสิ่งแปลกปลอมในบ้าน แน่นอนค่ะนอกจากเรื่องของอารมณ์และความรู้สึก การอยู่ครอบครัวใหญ่ และ บ้านใหญ่นั้นมีผลต่อการเลี้ยงดูลูกแน่นอน 

แต่งงาน แล้ว ควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รัก แต่ไม่อยากทะเลาะ

แต่งงาน แล้ว ควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รัก แต่ไม่อยากทะเลาะ

การไปอย่ครอบครัวใหญ่นั้นอาจจะเกิด ความสัมพันธ์ระหว่าง พ่อตา-แม่ยาย นั้นจะเป็นปัญหา และ การเลี้ยงลูกหรือวิธีการเลี้ยงลูกจะต้องอยู่ใต้อิทธิพลของผู้ใหญ่ในบ้านเสียส่วนใหญ่

การเลี้ยงดูลูกในครอบครัวใหญ่นั้นจะต้องเกิดปัญหาชวนในปวดหัว โดยเฉพาะคำว่า “แต่ก่อนก็เลี้ยงแบบนี้” ซึ่งคำนี้ถือว่าเป็นประโยคชวนปวดหัวต้นๆเลย ปัญหาต่อมาคือคำว่า “มากคน มากความ” การเลี้ยงลูกแบบครอบครัวใหญ่นั้นเราต้องคอยรับฟังคำพูดและความเห็นจากบุคคลส่วนใหญ่ เลยทำให้เราไม่สามารถเลี้ยงลูกได้แบบตามใจ ด้วยเจเนอเรชั่นที่แตกต่าง คุณแอนนา เผยว่า สิ่งที่คุณย่า กับ คุณปู่ของลูกเธอทำคือการไม่รับฟังความเห็นของเธอเลย โดยคุณแอนนาเผยว่าต้องยอมรับความจริงว่าฝั่งนั้นเขาจะไม่ปรับ และ จะไม่เปลี่ยนในความคิดของเขา

แต่งงาน แล้ว ควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รัก แต่ไม่อยาก ทะเลาะ

แต่งงาน แล้ว ควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รัก แต่ไม่อยาก ทะเลาะ

คุณแอนนา เป็นลูกสะใภ้ตระกูลคนจีน โดยลูกคนแรกของเธอก็เป็นหลานคนแรก เธอจึงเล่าให้ฟังว่าทั้งบ้านจะตามใจ และ จะตามโอ๋บ่อยมาก จนบางครั้งเธอก็ต้องเป็นคนคอยเบรค และ คอยห้าม และแน่นอนพอมากคน และ มากความ ทำให้ลูกเธอบางครั้งไม่รับฟังเธอ

โดยเหตุการณ์พื้นฐานที่ทุกคนที่อยู่บ้านแบบครอบครัวใหญ่จะต้องเจอคือการป้อนกล้วย ก่อนกินข้าว ซึ่งเอาเข้าจริงว่าเด็กจะต้องอิ่ม แต่คุณปู่ คุณย่าก็จะบอกว่าทำเลย การกินกล้วยจะทำให้เด็กโตเร็ว ซึ่งพอคุณแอนนาจะห้ามก็จะถูกคำเดิมๆ “แต่ก่อนก็เลี้ยงลูกเขามาแบบนั้น” พอเจอคำนี้ คุณแอนนาก็ได้แต่เงียบและมองดูเหตุการณ์ แต่แน่นอนหัวอกคนเป็นแม่ บางครั้งก็อยากจะสอนลูกเพราะฉะนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการงัดกันตรงๆ คุณแอนนาจะเลือกแอบไปสอนลูกทีหลัง ซึ่งคุณแอนนาเผยว่า การทำแบบนั้นก็ค่อนข้างลำบากเพราะลูกจะได้รับข้อมูลในทางความคิดที่ไม่ค่อยตรงกันเท่าไหร่หนัก 

 แต่งงาน แล้ว ควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รัก แต่ไม่อยาก ทะเลาะ

แต่งงาน แล้ว ควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รัก แต่ไม่อยาก ทะเลาะ

คุณแอนนายังเล่าอีกว่า คุณปู่ คุณย่า จะกลัวหลานโกรธมาก โดยเวลาหลานทำอะไรที่ไม่ค่อยน่ารักจะไม่ดุตรงๆ แต่เลือกการบอกว่า ถ้าไม่หยุดจะให้แม่มาดุนะ หรือ เดี๋ยวแม่มาดุนะ แทนทีจะสอนหรือดุหลานตรง

คุณแอนนายังบอกอีกว่า ด้วยเจเนอเรชั่นที่แตกต่างทุกเรื่อง จะเห็นต่างกันหมดเลย และด้วยอายุที่มากแล้วของคุณปู่ คุณย่า บางครั้งท่านก็สามารถปล่อยและละเลยในบางอย่างได้ เช่น บางครั้งพวกท่านจะไม่มีการ Limit เวลาในการดูทีวี หรือ เล่นโทรศัพท์ทำให้ลูกของคุณแอนนาจะใช้เวลากับหน้าจอค่อนข้างเยอะ ซึ่ง จะเป็นผลเสียได้ในอนาคตเกี่ยวกับเรื่องของสายตา เพราะฉะนั้นอาจจะเป็นปัญหาในการเลี้ยงแบบครอบครัวใหญ่ด้วย

 แต่งงาน แล้ว ควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รัก แต่ไม่ อยาก ทะเลาะ

แต่งงาน แล้ว ควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รัก แต่ไม่ อยาก ทะเลาะ

และคุณปู่ คุณย่า จะกลัวการที่หลานโดนดุมาก โดยคุณแอนนาเคยเล่าให้ฟังว่า มีครั้งหนึ่งที่ลูกของคุณแอนนาดูทีวีนานมาก และ คุณแอนนากำลังจะกลับบ้านโดยเธอยืนอยู่หน้าบ้านแล้ว คุณย่าเดินมาเห็นเธอรีบวิ่งกลับไปที่บ้านเพื่อที่จะบอกให้ลูกคุณแอนนาปิดทีวีก่อนแล้วจึงเดินมาเปิดประตูให้คุณแอนนา

นอกจากนี้ เรื่องที่ทำให้คุณแอนนารู้สึกเหนื่อยทั้งกายและใจที่สุดคือ เวลานอนของลูก คุณย่ากับคุณปู่นั้นจะปล่อยให้หลานได้นอนกลางวัน โดยไม่ปลุก บางครั้งนอนยิงยาวจนถึง หกโมงจนถึงหนึ่งทุ่ม และ การนอนเยอะเกินในตอนกลางวันผลเสียที่ตามมาคือ กลางคืนลูกตาสว่างและทั้งคุณแอนนากับสามีต้องไปทำงานทั้งคู่ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ เวลานอนของคุณแอนนาและสามีรวนไปเลย 

 แต่งงาน แล้ว ควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รัก แต่ไม่ อยาก ทะ เลาะ

แต่งงาน แล้ว ควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รัก แต่ไม่ อยาก ทะ เลาะ

คุณแอนนาจึงแนะนำว่าสำหรับคนที่มีทางเลือก หรือ เลือกได้นั้นควรที่จะแยกบ้านออกมาอยู่กันเลย เพราะ แค่สามีกับภรรยา เรื่องความคิดที่แตกต่างนั้นมันมีแน่นอน แต่หากอยู่กับคนเยอะๆ หรือ อยู่กับครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ Bias หรือ ความอคติแน่นอน เพราะฉะนั้นหากทำได้ หรือ มีทางเลือกการแยกกันอยู่แต่ละครอบครัวจะทำให้ความสัมพันธ์ของทุกฝ่ายดีขึ้นอย่างแน่นอน

 

บทความจากพันธมิตร
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
การมีสติ ฉบับเด็ก ๆ เป็นอย่างไร ฝึกลูกให้มีสติ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ส่งเสริมพัฒนาการเด็กยุคใหม่ด้วย ทักษะ Executive Function
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
ปี 2567 เด็กป่วยด้วยโรคอะไร? LUMA แบ่งปันสถิติให้เข้าใจมากขึ้น
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023
Value Health (Kids) ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย เจ้าของรางวัล Most Promising จากเวที TAP Awards 2023

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

bossblink

  • หน้าแรก
  • /
  • ชีวิตครอบครัว
  • /
  • แต่งงานแล้วควรแยกบ้าน คือบทสรุปในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ไม่รักแต่ไม่อยากทะเลาะ
แชร์ :
  • 5 สิ่งที่ลูกชายทุกคนต้องการจากแม่ เพื่อให้เขาเติบโตเป็นผู้ชายที่มีคุณภาพ

    5 สิ่งที่ลูกชายทุกคนต้องการจากแม่ เพื่อให้เขาเติบโตเป็นผู้ชายที่มีคุณภาพ

  • ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

    ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

  • 5 สิ่งที่ลูกชายทุกคนต้องการจากแม่ เพื่อให้เขาเติบโตเป็นผู้ชายที่มีคุณภาพ

    5 สิ่งที่ลูกชายทุกคนต้องการจากแม่ เพื่อให้เขาเติบโตเป็นผู้ชายที่มีคุณภาพ

  • ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

    ทำไม ลูกดื้อแต่กับแม่? อธิบายตามหลักจิตวิทยา พร้อมวิธีรับมือ

  • 10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

    10 พฤติกรรมที่ "ลูกเลียนแบบพ่อแม่" ทั้งดีและไม่ดี เช็กด่วน! พฤติกรรมไหนที่คุณเผลอส่งต่อให้ลูก?

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว