8 วิธี สอนลูกให้รู้จักศักยภาพตัวเอง ไม่ต้องเก่งที่สุด แค่รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร

8 วิธีสอนลูกให้รู้จักศักยภาพตัวเอง ค้นหาความถนัดที่ซ่อนอยู่ในลูก ไม่ต้องเป็นเด็กที่เก่งที่สุด แต่มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองทำได้ดี

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ในยุคที่เด็กถูกเปรียบเทียบตั้งแต่เกิด ทั้งคะแนนสอบ รูปร่าง หน้าตา ไปจนถึงความสามารถพิเศษ หลายครอบครัวเผลอคิดว่า “ลูกต้องเก่งที่สุด” ถึงจะไปได้ไกล จนบางครั้งลืมไปว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่การที่ลูกต้องทำทุกอย่างได้ดี แต่คือการ สอนลูกให้รู้จักศักยภาพตัวเอง เพื่อให้เขารู้ว่าตัวเองถนัดอะไร สนใจอะไร และมีคุณค่าในแบบของตัวเอง เพราะความจริงแล้ว เด็กที่รู้จักศักยภาพตัวเองตั้งแต่เล็ก จะเติบโตด้วยความมั่นใจ ไม่ต้องแบกความกดดันว่า “ต้องชนะทุกคน” และที่สำคัญ เขาจะกล้าลองสิ่งใหม่ ๆ โดยไม่กลัวผิดพลาด

ศักยภาพคืออะไร? เข้าใจง่าย ๆ

คำว่า “ศักยภาพ” อาจฟังดูใหญ่โต แต่จริง ๆ แล้วหมายถึง ความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวลูก ซึ่งอาจยังไม่ถูกค้นพบ หรือยังไม่พัฒนาเต็มที่ ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ที่เห็นได้ชัด เช่น เล่นดนตรีเก่ง วาดรูปเก่งเท่านั้น แต่รวมถึงนิสัย จุดเด่น และวิธีคิดเฉพาะตัว เช่น เป็นคนมีน้ำใจ ใจเย็น หรือแก้ปัญหาเก่ง

ศักยภาพ ต่างกับความถนัด และความสนใจอย่างไร ?

  • ศักยภาพ = สิ่งที่ลูกทำได้ดี และสามารถพัฒนาไปได้ไกล
  • ความถนัด = สิ่งที่ลูกทำได้ง่ายกว่าคนอื่น เช่น จับพู่กัน แล้ววาดได้ดี
  • ความสนใจ = สิ่งที่ลูกชอบ เช่น ชอบดูเครื่องบิน แต่ไม่ได้แปลว่าจะถนัดด้านการบินเสมอไป

เมื่อพ่อแม่เข้าใจความแตกต่างนี้ จะช่วยให้เรามองลูกกว้างขึ้น และไม่รีบสรุปว่า “ลูกไม่มีพรสวรรค์” เพียงเพราะเขายังไม่แสดงออกมา

ทำไมเด็กควรเรียนรู้ศักยภาพตัวเองตั้งแต่เล็ก

มีงานวิจัยด้านจิตวิทยาเด็กหลายชิ้น พบว่า เด็กที่รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ดี และรู้ว่าตัวเองไม่ถนัดอะไร จะมีความมั่นใจ และสุขภาพจิตที่ดีกว่า เพราะเขาไม่ต้องเปรียบเทียบกับคนอื่นตลอดเวลา เด็กที่รู้จักศักยภาพตัวเอง จะกล้าลองสิ่งใหม่ และรู้ว่าแม้จะล้มก็ลุกได้ รวมไปถึง เขาจะมี self-esteem (ความภาคภูมิใจในตัวเอง) ที่สูงขึ้น และที่สำคัญ พ่อแม่จะเห็นว่าลูก “แฮปปี้” มากกว่าเด็กที่ถูกบังคับ ให้ทำสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเอง

วิธีค้นหาศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของลูก

ก่อนจะ สอนลูกให้รู้จักศักยภาพตัวเอง พ่อแม่ต้อง “ค้นหา” ให้เจอก่อนว่า ลูกมีศักยภาพอะไร ที่ซ่อนอยู่บ้าง ซึ่งบางครั้งมันอาจซ่อนอยู่ในกิจกรรมเล็ก ๆ ที่เราไม่ทันสังเกต

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

1. สังเกตพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

เด็กแต่ละคน มีวิธีเล่น และใช้เวลาต่างกัน ลองดูว่าเวลาเล่นคนเดียว ลูกทำอะไรนานที่สุด มีสมาธิที่สุด เช่น นั่งต่อเลโก้ได้เป็นชั่วโมง หรือชอบแต่งเรื่องให้ตุ๊กตา

2. ลองให้ทำหลายกิจกรรม

เปิดโอกาสให้ลองทั้งกีฬา ศิลปะ ดนตรี งานคราฟต์ หรือแม้แต่ทำอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วดูว่า อะไรที่ลูกอินที่สุด

3. ฟังคำพูดลูก

บางครั้งลูกพูดชัดเลยว่า “หนูชอบวาดรูป” หรือ “หนูอยากเต้น” แต่พ่อแม่มักจะมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นความสนใจชั่วคราว

4. คุยกับครู หรือคนรอบตัว

ครู หรือผู้ดูแลเด็ก อาจเห็นมุมที่พ่อแม่ไม่เห็น เช่น ลูกใจเย็น เวลาแก้ปัญหา หรือมีทักษะการช่วยเหลือเพื่อน

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

5. อย่ารีบด่วนสรุป

เด็กบางคน ต้องใช้เวลานาน กว่าศักยภาพจะชัดเจน อย่าตัดสินจากกิจกรรมครั้งเดียว แล้วสรุปว่า “ลูกไม่ถนัดแน่นอน”

8 วิธี สอนลูกให้รู้จักศักยภาพตัวเอง

1. ชื่นชมสิ่งเล็ก ๆ ที่ลูกทำได้ดี

  • อย่ารอให้ลูกชนะรางวัลก่อนถึงจะชม
  • คำชม ควรโฟกัสที่ “ความพยายาม” มากกว่าผลลัพธ์ เช่น “แม่เห็นนะ ว่าหนูตั้งใจระบายสีให้เสร็จ”
  • วิธีนี้ช่วยสร้าง Growth Mindset ให้ลูกเรียนรู้ว่า ความพยายามสำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบ

2. เปิดโอกาสให้ลูกลองทำหลายอย่าง

  • เด็กยังไม่รู้ว่า ตัวเองถนัดอะไร ถ้าไม่เคยได้ลอง
  • ให้ลูกลอง ทั้งสิ่งที่คิดว่า “เหมาะ” และสิ่งที่ดู “ไม่ใช่” เช่น เด็กผู้ชายเรียนบัลเลต์ เด็กผู้หญิงลองเตะบอล
  • บางทีสิ่งที่ลูกชอบจริง ๆ อาจอยู่นอกกรอบที่พ่อแม่วางไว้

3. ฟังลูกมากขึ้น พูดน้อยลง

  • พ่อแม่หลายคนชอบสั่ง แต่ไม่ค่อยฟัง
  • การฟังลูก ทำให้เราเห็นว่า เขารู้สึกอย่างไร ชอบ หรือไม่ชอบอะไร
  • ใช้คำถามปลายเปิด เช่น “วันนี้หนูสนุกกับอะไรที่สุด?” แทนที่จะถามแค่ “ทำการบ้านเสร็จหรือยัง?”

4. เลี่ยงการเปรียบเทียบลูกกับคนอื่น

  • คำพูดอย่าง “ดูสิ เพื่อนเขาอ่านหนังสือได้แล้ว” อาจทำให้ลูกปิดใจ
  • เปลี่ยนเป็นคำพูดเชิงบวก เช่น “หนูกำลังอ่านได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ”
  • เด็กที่ไม่ถูกเปรียบเทียบ จะกล้าแสดงตัวตนมากขึ้น

5. ช่วยลูกตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ที่ทำได้จริง

  • เป้าหมายใหญ่เกินไป ทำให้เด็กท้อ เช่น “ต้องว่ายน้ำเป็นภายในสัปดาห์นี้”
  • ควรตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ เช่น “วันนี้ลองหัดลอยตัวในน้ำ 10 วินาที”
  • ทุกครั้งที่ทำได้ จะเกิดความภูมิใจ และรู้ว่าความพยายาม นำไปสู่ความสำเร็จ

6. เล่าเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจ

  • เล่านิทาน หรือเรื่องราวคนที่เริ่มจากศูนย์ เช่น นักดนตรีที่เคยเล่นผิดนับครั้งไม่ถ้วน
  • ทำให้ลูกเห็นว่า “ความพยายาม และการรู้จักตัวเอง” คือกุญแจ ไม่ใช่การเกิดมาแล้วเก่งเลย

7. สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ให้ลูกล้มแล้วลุกใหม่ได้

  • บ้านควรเป็นที่ที่ลูกทำผิดพลาดได้ โดยไม่โดนดุ
  • เพราะถ้ากลัวโดนตำหนิ เด็กจะไม่กล้าลองสิ่งใหม่
  • พ่อแม่ควรบอกว่า “ไม่เป็นไร ลองใหม่ได้” เพื่อให้ลูกเรียนรู้ว่า ความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ

8. ใช้คำพูดเชิงบวกทุกครั้งที่ลูกพยายาม

  • แทนที่จะพูดว่า “เก่งจัง ทำเสร็จแล้ว” ให้พูดว่า “แม่ภูมิใจที่หนูพยายามจนเสร็จ”
  • เด็กจะซึมซับว่า การลงมือทำ สำคัญกว่าผลลัพธ์ ที่ต้องออกมาสมบูรณ์แบบ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

คำพูดที่พ่อแม่ “ควรใช้” และ “ไม่ควรใช้”

คำพูดที่ควรใช้

  • “แม่เห็นนะว่าหนูตั้งใจทำ”
  • “ลูกพยายามดีมากเลย”
  • “หนูทำได้ดีขึ้นกว่าเมื่อวานอีกนะ”

คำพูดที่ไม่ควรใช้

  • “ทำไมไม่เหมือนเพื่อนล่ะ”
  • “แค่นี้ก็ทำไม่ได้เหรอ”
  • “ลูกต้องทำให้ดีกว่านี้อีกสิ”

ทำไมคำพูดสำคัญ? เพราะเด็กเล็ก ยังเชื่อคำพูดของพ่อแม่แบบ 100% สิ่งที่พ่อแม่พูดซ้ำ ๆ จะกลายเป็น “เสียงในหัว” ของเขาไปตลอดชีวิต

เมื่อพ่อแม่เจอปัญหา และวิธีแก้

แม้พ่อแม่อยากทำดีที่สุด แต่บางครั้งเราก็อาจกดดันลูกโดยไม่รู้ตัว เช่น เผลอผลักดันให้ลูกทำสิ่งที่ “เราชอบ” มากกว่าสิ่งที่ลูกสนใจ หรือคาดหวังสูงเกินไปจนลูกเครียด

วิธีแก้:

  • ลอง “ถอยหนึ่งก้าว” เพื่อมองลูกในมุมใหม่
  • ยอมรับว่า ลูกอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด แต่เขาก็ยังมีคุณค่าในแบบของเขา
  • ปรึกษาครู หรือผู้เชี่ยวชาญ ถ้าสับสนว่าจะสนับสนุนลูกอย่างไรต่อไปดี

การ สอนลูกให้รู้จักศักยภาพตัวเอง ไม่ใช่เรื่องของการเร่งให้ลูกต้องเป็น “อัจฉริยะ” แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมให้ลูกได้ลองผิด ลองถูก ได้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองถนัด และรู้ว่าตัวเองมีคุณค่า ลูกไม่จำเป็นต้องเป็นที่หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดในห้อง แต่ถ้าลูกได้โตมาอย่างมั่นใจ รู้ว่า “ตัวเองถนัดอะไร” และ “ตัวเองมีค่าในแบบไหน” นั่นแหละ คือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พ่อแม่ให้ได้

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

พ่อแม่ 10 แบบที่ทำให้ ลูกไม่มีความสุข คุณเป็นแบบนั้นอยู่หรือเปล่า?

พัฒนา ศักยภาพของลูก ได้ง่ายๆ เพียงเข้าใจการจัดเตรียมสิ่งแวดล้อม

มั่นใจเกินร้อย จะถอยยังไง? 5 เคล็ดลับ สอนลูกให้กล้ายอมรับความผิดพลาด

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

บทความโดย

PP.