TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2026
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2026TAP Awards 2026
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

5 โรคติดต่อควรเฝ้าระวังในปี 2559

บทความ 3 นาที
5 โรคติดต่อควรเฝ้าระวังในปี 2559

คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะว่าเด็ก ๆ ป่วยเป็นโรคอะไรกันบ่อยที่สุด? และโรคติดต่อควรเฝ้าระวังในปี 2559 มีอะไรบ้าง

ข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมโรคซึ่งได้วิเคราะห์สถานการณ์โรคในระบบเฝ้าระวังต่างๆ ที่ผ่านมา เพื่อคาดการณ์แนวโน้มของการเกิดโรคและนำมาพยากรณ์โรคติดต่อเพื่อเฝ้าระวังโรคติดต่อที่สำคัญในปี 2559 คาดว่ามี 5 โรคติดต่อที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ โรคไข้เลือดออก อหิวาตกโรค โรคไข้หวัดใหญ่ โรคมือเท้าปาก และโรคไข้กาฬหลังแอ่น เรามาทำความรู้จักกับทั้ง 5 โรคติดต่อที่ต้องจับตานี้ เพื่อสังเกตอาการและป้องกันโรคอย่างถูกต้องในเด็ก ๆ กันนะคะ

1. โรคไข้เลือดออก

โรคนี้มีกระแสแรงมาก ในปี 2558 เชื่อว่าทุกคนต้องเคยได้ยินชื่อโรคนี้อย่างแน่นอน ไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสชื่อว่าเดงกี่ มียุงลายเป็นพาหะนำโรค เด็กจะมีอาการมีไข้สูง ปวดศีรษะเวลามีไข้และมีเลือดออกตามอวัยวะต่าง ๆ เช่นจุดเลือดออก เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ นอกจากนั้นอาจมีอาการร่วมอื่นๆ คือ คลื่นไส้ อาเจียน บางรายอาจมีอาการรุนแรงจนช็อค หมดสติได้

โรคนี้ระบาดมากช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค.ซึ่งเป็นฤดูฝน

เราสามารถป้องกันการติดเชื้อไข้เลือดออกได้ด้วยการป้องกันไม่ให้ยุงกัดและการกำจัดยุงลายค่ะ

2. อหิวาตกโรค

เป็นโรคท้องเสียที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย มีชื่อว่า Vibrio cholera ที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารและน้ำดื่ม ผู้ป่วยจะมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง อุจจาระมักจะไหลพุ่ง โดยไม่มีอาการปวดท้อง ลักษณะอุจจาระเหมือนน้ำซาวข้าว ในรายที่เป็นรุนแรงจะมีอาการขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรุนแรงจนช็อกได้

การป้องกันอหิวาตกโรคทำได้โดยรักษาสุขอนามัยการขับถ่าย ล้างมือให้สะอาด ทานอาหารที่สะอาดปรุงสุกร้อน ดื่มแต่น้ำที่สะอาดนะคะ

3. โรคไข้หวัดใหญ่

เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่พบระบาดเยอะในปีที่ผ่านมา เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจากทางเดินหายใจ ทางน้ำมูก น้ำลายหรือเสมหะของผู้ป่วย หรือไปจับสิ่งของที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย อาการของไข้หวัดใหญ่มักเริ่มจากมีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดตามตัว อ่อนเพลีย คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ และอาจมีอาการของระบบร่างกายอื่น ๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ร่วมด้วยได้

การป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ทำได้โดยการฉีดวัคซีนที่ สอนให้ลูกล้างมือให้สะอาด ไม่เอามือไปแคะจมูกหรือเอามือเข้าปาก ไม่คลุกคลีกับเพื่อนที่ป่วยค่ะ

4. โรคมือเท้าปาก

โรคนี้พบระบาดตามโรงเรียนอยู่เป็นระยะ ๆ ค่ะ เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม เอนเทอโรไวรัส อาการของเด็กมักมีไข้ต่ำๆ มีผื่นเป็นจุดแดงหรือตุ่มน้ำใสที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ซึ่งเห็นได้ชัด อาจมีผื่นที่รอบก้น อวัยวะเพศ ลำตัว และแขน ขา ได้ เจ็บปาก น้ำลายไหล มีแผลที่กระพุ้งแก้มและเพดานปาก หากเป็นการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 อาจมีอาการรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้

การป้องกันโรคมือเท้าปากทำได้โดยการสอนเด็กให้รู้จักล้างมือ ทำความสะอาด ดูแลสุขอนามัยทั่วไป ไม่พาเด็กไปที่ ๆ มีคนเยอะ อากาศไม่ถ่ายเท เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ ในช่วงที่มีการระบาดนะคะ

5. โรคไข้กาฬหลังแอ่น

โรคไข้กาฬหลังแอ่นนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อ Neisseria meningitides ทำให้เกิดอาการไข้ มีผื่นขึ้น รูปร่างคล้ายดาวกระจาย ลักษณะเป็นจ้ำเลือดเหมือนฟกช้ำบริเวณลำตัวส่วนล่าง ขา เท้า และบริเวณที่มีแรงกดบ่อยๆ เช่น ขอบกางเกง ขอบถุงเท้า ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน คอแข็ง อาจสับสน หรือไม่ค่อยรู้สึกตัวได้ ถ้ามีอาการรุนแรงจะช็อก เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว สามารถติดต่อได้ง่ายทางการหายใจ ไอจามรดกัน หรือสัมผัสน้ำลายผู้ป่วย

การป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น ก็คือการไม่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย และหากได้ไปใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยไม่รู้ตัว ต้องรีบไปพบคุณหมอเพื่อรับยาปฏิชีวนะที่ใช้ป้องกันการติดเชื้อทันทีค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

บทความจากพันธมิตร
ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
เมื่อ "ลูกเลือกกิน และป่วยบ่อย" ไม่ใช่เรื่องต้องท้อใจ… ชวนคุณแม่เลือก วิตามินเด็กเสริมภูมิคุ้มกัน จากสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ธรรมชาติ
เมื่อ "ลูกเลือกกิน และป่วยบ่อย" ไม่ใช่เรื่องต้องท้อใจ… ชวนคุณแม่เลือก วิตามินเด็กเสริมภูมิคุ้มกัน จากสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ธรรมชาติ
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก

เมื่อลูกไม่สบายจะพาไปฉีดวัคซีนดีไหม?

หลอดลมฝอยอักเสบจากไวรัส RSV สาเหตุสำคัญของอาการหอบในเด็กเล็ก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

รศ. พญ. รวีรัตน์ สิชฌรังษี

  • หน้าแรก
  • /
  • สุขภาพ
  • /
  • 5 โรคติดต่อควรเฝ้าระวังในปี 2559
แชร์ :
  • แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

    แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

  • ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
    บทความจากพันธมิตร

    ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV

  • ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

    ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

  • แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

    แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

  • ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
    บทความจากพันธมิตร

    ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV

  • ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

    ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam
India flag
India

Partner Brands

VIP ParentsMama's ChoiceLittle ReiMothersworkTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว