TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

10 อันตรายที่ลูกมักเจ็บตัวตอนอยู่บ้าน

23 Jun, 2016

บ้านเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด คำพูดนี้ไม่จริงเสมอไป เพราะอันตรายมีอยู่รอบตัว คุณพ่อคุณแม่จึงควรใส่ใจลูกตลอดเวลาเพื่อป้องกัน อุบัติเหตุตอนอยู่บ้านให้กับลูก

10 อันตรายที่ลูกมักเจ็บตัวตอนอยู่บ้าน

10 อันตรายที่ลูกมักเจ็บตัวตอนอยู่บ้าน

อยู่บ้านใช่ว่าจะปลอดภัย เพราะอันตรายอยู่รอบตัว เพื่อเพิ่มความระมัดระวังให้กับลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่ต้องจับตาดูลูกอยู่ตลอด และเพื่อเป็นแนวทางการป้องกันลองมาดู 10 อันตรายที่ลูกมักเจ็บตัวตอนอยู่บ้าน จะได้ช่วยกันระวังลูกมากขึ้น
1.ทำของตกแตก

1.ทำของตกแตก

เมื่อลูกเดินได้ อันตรายก็เพิ่มขึ้นทันที ช่วงวัยแห่งความอยากรู้อยากเห็นที่เพิ่มขึ้น ทำให้ลูกอยากสำรวจตรวจสอบสิ่งต่างๆ ภายในบ้าน และลูกมักอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปหยิบจับข้าวของ พ่อแม่จึงต้องรอบคอบมากขึ้น อะไรที่วางไว้ต่ำเกินไปแล้วสุ่มเสี่ยงที่จะตกลงมาแตกเกิดเป็นอันตรายต่อลูกน้อย ก็ควรจะวางไว้ในที่สูงที่ลูกเอื้อมไม่ถึง โดยเฉพาะจานชาม หรือแม้แต่ผ้าปูโต๊ะและสายไฟก็ต้องระวัง
2.สะดุดล้ม

2.สะดุดล้ม

การสะดุดล้มเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดกับคนทุกวัย แต่อันตรายที่สุดเมื่อเกิดกับเด็กและคนแก่ แม้การสะดุดล้มจะดูเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆ ก็เป็น แต่ลองคิดดูดีๆ ว่าการบาดเจ็บจากการล้มนั้น สามารถรุนแรงถึงขั้นแขนขาหักได้เลย ถ้าสังเกตเห็นการสะดุดล้มของลูกที่กระแทกแรงๆ จนมีอาการต่อไปนี้ คือ เซื่องซึม อาเจียน หรือไม่รู้สึกตัว ต้องโทรเรียกคุณหมอทันที เพราะนั่นคือสัญญาณอันตราย
3.รอยฟกช้ำ

3.รอยฟกช้ำ

ร่องรอยฟกช้ำเป็นรอยที่เห็นเด่นชัด เมื่อพบว่าลูกเกิดรอยจ้ำๆ ที่ผิวหนัง คุณแม่ก็มักจะประคบเย็นบริเวณรอยช้ำนั้นเพื่อลดบวมและบรรเทาความเจ็บปวดของลูก แต่รู้หรือเปล่าว่า รอยฟกช้ำนั้นอาจเป็นเพียงแค่อาการภายนอก แท้จริงแล้วมันเกิดขึ้นเพราะกระดูกหัก ลองสังเกตว่าถ้ารอยช้ำมีมากขึ้น แล้วลูกยังไม่หายเจ็บสักที ก็ควรจะไปปรึกษาคุณหมอ
4.ข้อเท้าแพลง

4.ข้อเท้าแพลง

เด็กๆ มักจะซุกซน วิ่งเล่น กระโดดโลดเต้นไปมา ทำให้เกิดอาการข้อเท้าแพลงได้ง่ายๆ ข้อเท้าแพลง เกิดจาก เอ็นหรือเนื้อเยื่อรอบๆ ข้อเท้า ยืด บิด หรือฉีกขาด ไม่ใช่แค่ข้อเท้าเท่านั้น แต่หัวเข่าและข้อมือ ก็สามารถเกิดอันตรายเช่นนี้ได้ด้วย หากลูกๆ เกิดอาการแบบนี้ให้ประคบเย็นเพื่อลดความเจ็บปวด ก่อนจะพาลูกไปหาหมอให้ตรวจร่างกายอย่างละเอียด
5.โดนบาด

5.โดนบาด

การโดนบาดมีตั้งแต่รอยบาดเล็กๆ ที่เกิดเลือดซิบๆ ไปจนถึงรอยบาดขนาดใหญ่ที่เป็นอันตรายต่อตัวลูก ถ้าเกิดรอยบาดเล็กๆ ก็ไม่ต้องกังวลมากเพราะบาดแผลจะค่อยๆ จางไปเอง หลังจากที่ลูกถูกบาดจากของมีคม อย่าลืมกดแผลเพื่อห้ามเลือด แล้วฆ่าเชื้อโรคบริเวณบาดแผลด้วย แต่ถ้าบาดแผลขนาดใหญ่เลือดไหลมาก ก็จำเป็นต้องไปหาหมอเพื่อเย็บบาดแผลให้กับลูก
6.รอยไหม้

6.รอยไหม้

ลูกมักอยากรู้อยากลองไปหมด รอยไหม้จึงเกิดขึ้นได้บ่อยพอๆ กับรอยบาด โดยเฉพาะเมื่อลูกสัมผัสกับของร้อนๆ ทั้งการถูกน้ำร้อนลวก หรือไปสัมผัสกับอุปกรณ์ในครัวที่เพิ่งผ่านการทำอาหารมา จึงจำเป็นที่จะต้องป้องกันไม่ให้ลูกเข้าใกล้สิ่งอันตราย อย่างเตาแก๊ส ไฟแช็ค หรือสิ่งที่ก่อให้เกิดความร้อน เช่น เหล็ก เครื่องครัว หรือแม้แต่เครื่องหนีบผมของคุณแม่ แต่ถ้าห้ามไม่ทัน เกิดโดนน้ำร้อนลวกหรือถูกความร้อนจนผิวไหม้ ก็ให้เปิดน้ำเย็นไหลผ่านบริเวณรอยไหม้สัก 10 นาที ค่อยมาดูแผลอีกทีว่ารอยไหม้นั้นเป็นเยอะหรือเปล่า
7.ลูกสำลัก

7.ลูกสำลัก

เด็กเล็กๆ จะชอบหยิบของใส่ปาก หรือยัดอาหารเข้าไปทีละเยอะๆ จนทำให้ติดคอ แล้วเกิดการสำลัก เพราะอาหารอุดตันหลอดลม ทำให้หายใจลำบาก ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถเอาสิ่งของที่ลูกใส่เข้าปากออกมาได้ ก็ควรจะรีบนำลูกส่งโรงพยาบาลทันที
8.สารพิษรอบบ้าน

8.สารพิษรอบบ้าน

ยาต่างๆ และบรรดาสารเคมีที่ใช้ในการดูแลบ้าน ล้วนเป็นอันตรายต่อลูกน้อย ควรจะเก็บไว้ให้ห่าง เช่น ลูกเหม็น น้ำมัน ผงซักฟอก ยาฆ่าแมลง น้ำยาทุกชนิด ทั้งน้ำยาทำความสะอาดและน้ำยาปรับผ้านุ่ม แค่ลูกได้สูดดมก็อันตรายแล้ว ไม่กล้านึกเลยว่า ถ้าลูกกลืนลงไปจะเป็นอย่างไร ทางที่ดีควรเก็บไว้ในที่สูงที่ลูกเอื้อมไม่ถึงจะปลอดภัยที่สุด
9.ทุกอย่างที่ทำด้วยแก้วเป็นสิ่งอันตราย

9.ทุกอย่างที่ทำด้วยแก้วเป็นสิ่งอันตราย

ไม่ใช่แค่แก้วน้ำเท่านั้น ที่สามารถทำอันตรายกับลูกได้ หากแต่รวมถึงข้าวของต่างๆ ที่ทำจากแก้ว ทั้งเฟอร์นิเจอร์ หน้าต่าง และเครื่องครัว เพราะสิ่งที่ทำจากแก้วนั้นเมื่อแตกแล้วจะแหลมคม บาดร่างกายลูกให้เกิดรอยแผลได้ บ้านไหนมีลูกเล็กสิ่งที่ควรซื้อคือ child-proof อุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ลูกปลอดภัย ซึ่งทำขึ้นให้เหมาะกับสิ่งของต่างๆ ภายในบ้าน คุณแม่ลองไปหาซื้อกันได้
10.ลูกจมน้ำ

10.ลูกจมน้ำ

ในเมืองไทยเอง มีข่าวเด็กจมน้ำเกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน วิธีป้องกันคือต้องไม่ปล่อยให้ลูกไปเล่นน้ำเพียงลำพัง แม้ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำของเด็ก หรือสระยางเล็กๆ ก็อย่านิ่งนอนใจ ต้องอยู่ใกล้ๆ ลูกเสมอ
ถัดไป
img

บทความโดย

Tulya

  • หน้าแรก
  • /
  • ชีวิตครอบครัว
  • /
  • 10 อันตรายที่ลูกมักเจ็บตัวตอนอยู่บ้าน
แชร์ :
  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

  • เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

    เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

  • วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

    วิจัยยืนยัน! อ้อมกอดของพ่อแม่ ยิ่งมาก ยิ่งทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น

  • จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

    จ่ายประกันสังคมเพิ่ม ปี 2569 แม่ได้ "ค่าคลอด" เพิ่มไหม? ได้สิทธิอะไรบ้าง เช็กด่วน!

  • เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

    เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว