แก้ปัญหาลดภาวะเสี่ยง “เด็กติดจอ” อย่างไรดี

แก้ปัญหาลดภาวะเสี่ยง “เด็กติดจอ” อย่างไรดี

แทบจะเป็นปัญหาและวาระแห่งครอบครัวยุคดิจิตอลเลยก็ว่าได้ สำหรับภาวะ "การติดจอติดเกม" ของเด็ก ๆ ซึ่งส่งผลให้สมรรถนะ ทั้ง 7 ด้านของเด็ก ๆ ต่ำกว่ามาตรฐาน ได้แก่ ทักษะการเคลื่อนไหว ทัด้านสังคม ด้านอารมณ์ ด้านการคิดและสติปัญญา ด้านภาษาและการสื่อสาร ด้านจริยธรรม และด้านการสร้างสรรค์ รวมถึงสมดุลในการใช้ชีวิตในครอบครัวและสังคม

แก้ปัญหาลดภาวะเสี่ยง “เด็กติดจอ” อย่างไรดี

ปัจจุบันปัญหาเด็กติดจอมีจำนวนมากขึ้นและมีอายุที่ลดน้อยลงเรื่อย ๆ ข้อมูลจากโครงการดิจิตอลเด็กดีพบว่า ปัญหาเด็กติดจอ ติดเกม มีสถิติสูงถึง 2.7 ล้านคน โดยเด็กไทย 8 คนจะเป็นเด็กติดเกม 1 คน และอยู่ในช่วงระหว่าง 7-20 ปีมากที่สุด เด็กชายจะเสี่ยงมากกว่าเด็กหญิง ซึ่งจะส่งผลให้เด็กมีปัญหาในด้านต่างๆ และกลายเป็นปัญหาสังคมขึ้นมาได้

รศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล ได้ให้นิยามของเด็กติดเกมไว้ว่า “เด็กที่หมกหมุ่นอยู่กับการเล่นเกมมากเกินไปจนไม่สามารถควบคุมตนเองให้เล่นในเวลาที่กำหนด ทำให้ใช้เวลาในการเล่นนานมากขึ้น เมื่อถูกบังคับให้หยุดเล่นจะมีพฤติกรรมในเชิงต่อต้าน หรือมีปฏิกิริยาที่แสดงอาการหงุดหงิด ไม่พอใจอย่างรุนแรง ซึ่งบางคนอาจถึงขั้นก้าวร้าวได้”

แก้ปัญหาลดภาวะเสี่ยง “เด็กติดจอ” อย่างไรดี

เพื่อเป็นการแก้ปัญหาลดภาวะเสี่ยงของเด็กติดจอติดเกม สสส. จึงร่วมกับโครงการปันฝันปันยิ้ม จัดทำค่าย "ดิจิตอลของเด็กดี" โดยเชิญชวนให้ครอบครัวของเด็กและวัยรุ่นช่วงอายุระหว่าง 7-12 ปี ที่มีภาวะติดเกมและติดจอ กว่า 200 ครอบครัวทั่วประเทศ เข้าค่ายสร้างสรรค์เป็นเวลา 2 วัน รวมทั้งหมด 5 ภาค โดยมีเป้าหมายสำคัญคือเพื่อลดภาวะการติดเกมและติดจอของเด็กและวัยรุ่น สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวเพื่อช่วยลดปัญหาความก้าวร้าวอันเนื่องมาจากการได้รับอิทธิพลจากเกมบางประเภท และแนวคิดวิธีปฏิบัติให้ผู้ปกครองสามารถนำไปปรับใช้กับเด็กๆ ในครอบครัว อันจะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับเด็กและเยาวชน

แก้ปัญหาลดภาวะเสี่ยง “เด็กติดจอ” อย่างไรดี

ดร.ณัฐพงศ์ โมกขพันธ์ ผู้อำนวยการโครงการปันฝันปันยิ้ม ผู้รับผิดชอบโครงการ "ดิจิตอลของเด็กดี" กล่าวว่า "การติดเกมและติดจอยังเป็นภัยเงียบที่คุกคามเด็กโดยไม่รู้ตัว เช่น ส่งผลให้สมาธิสั้น เกิดปัญหาด้านสายตา โรคอ้วน และกระดูกพรุน ผลวิจัยนี้ตอกย้ำชัดเจนว่ารูปแบบการเลี้ยงดูลูกของพ่อแม่ยุคใหม่จะใช้อุปกรณ์สื่อสารหลากหลายชนิดเพื่อให้เด็กแตะต้องสัมผัส เป็นสภาพแวดล้อมทางสังคมที่แม้พ่อแม่จะตระหนัก แต่อาจไม่ระมัดระวัง"

โครงการ "ดิจิตอลของเด็กดี" ที่นอกจากมุ่งให้ทั้งความรู้และกิจกรรมสันทนาร่วมกันของครอบครัวโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมุ่งเน้นป้องกันเด็กกลับไปมีพฤติกรรมเช่นเดิมอีกโดยติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็กที่มีชื่อเสียงหลายท่าน โดยสมัครเข้าร่วมโครงการหรือติดตามข้อมูลได้ที่  www.facebook.com/DigitalDekD
หรือ โทร. 094-224-4635

ที่มา : www.khaosod.co.th

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :
สัญญาณอันตรายที่บอกว่า “ลูกติดเกม”
ให้ลูกเล่นเกมแบบไหน ไม่เสียการเรียน

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner