อาหารต้องห้ามสำหรับแม่ท้อง 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 6

อาหารต้องห้ามสำหรับแม่ท้อง 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้  ตอนที่ 6

อาหารต้องห้ามสำหรับแม่ท้อง อาหารและโภชนาการในช่วงตั้งครรภ์นั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ สำหรับคุณแม่และทารกในครรภ์ อาหารบางประเภทอาจทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว

อาหารต้องห้ามสำหรับแม่ท้อง อาหารและโภชนาการในช่วงตั้งครรภ์นั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ สำหรับคุณแม่และทารกในครรภ์ แม้ว่าอาหารบางประเภทจะตอบสนองความต้องการทางด้านรสชาติของคุณแม่ได้ดี แต่บางครั้งอาหารชนิดนั้นอาจส่งผลกระทบที่ไม่ดีแก่ลูกน้อยในครรภ์ไม่มากก็น้อย วันนี้ theAsianparent Thailand ขอนำบทความที่เกี่ยวกับอาหารและโภชนาการ เมนูไหนแม่ท้องห้ามทาน อาหารประเภทไหนแม่ทานควรทานมาฝากกัน

 

อาหารต้องห้ามสำหรับแม่ท้อง

  • ไข่ดิบ

ไข่ดิบเป็นอาหารที่ช่วยให้เกิดโปรตีนอย่างรวดเร็ว แต่ไขดิบมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซัลโมเนลล่า ซึ่งเป็นปัญหาที่อันตรายร้ายแรงสำหรับลูกน้อยในครรภ์ และเชื้อซัลโนเมลล่ายังมีผลต่อแม่ท้องด้วย ผู้ที่ได้รับเชื้อเข้าไปในปริมาณมากจะมีอาการเป็นไข้ ปวดบิดในท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง และเป็นนานถึง 1-8 วันแล้วแต่กรณี ในรายที่รุนแรงอาจติดเชื้อเข้าไปในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมอง อาจจะถึงชีวิตได้ ควรหลีกเลี่ยงซอสปรุงรสที่มีส่วนผสมของไข่ดิบในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ เช่น มายองเนส (Mayonnaise) ซีซาร์สลัด(Caesar Salad) เป็นต้น 

 

  • ชีสบางประเภท

 

อาหารต้องห้ามสำหรับแม่ท้อง

อาหารต้องห้าม สำหรับแม่ท้อง

คุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะชื่นชอบการทานชีสเป็นอย่างมาก แต่ชีสบางประเภทนั้นก็ควรหลีกเลี่ยงในช่วงตั้งครรภ์ เพราะชีสบางประเภทเป็นชีสที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ เช่น คาเม็มเบ็ธ (Camembert) กอร์กอนโซล่า (Gorgonzola) และ บลูชีส (Blue Cheese) เพราะชีสเหล่านี้ก่อให้เกิดสารลิสเทอเรีย ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะแท้งได้ เพราะฉะนั้นก่อนจะซื้อชีสมาทานควรตรวจสอบฉลากก่อนเป็นอันดับแรก

  • เนื้อดิบ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุดในระหว่างตั้งครรภ์ คือ เนื้อดิบ โดยเฉพาะเนื้อปลาดิบ เนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก เช่น ซูชิปลาดิบ สเต็กที่ไม่สุก ปลาแซลมอนรมควัน หอยนางรม ไข่ดิบ เพราะในเนื้อดิบมีสารลิสเทอเรีย ซึ่งสามารถเกิดภาวะแท้งได้ เพราะฉะนั้นก่อนจะกินควรตรวจสอบกันให้ดี

 

  • น้ำผลไม้ที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์

น้ำผลไม้ที่คั้นสดโดยไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์อาจจะทำให้แม่ท้องเจอเชื้อซัลโนเมลล่า ที่มีผลอันตรายต่อตัวแม่ท้องเองและลูกน้อยในครรภ์ เพราะฉะนั้นก่อนซื้อน้ำผลไม้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านขายควรตรวจสอบฉลากทุกครั้ง

 

  • ถั่วงอกดิบ

ผักประเภทถั่วงอก บร็อคโคลี่ กระหล่ำดอก หัวไช้เท้า และหัวหอม อุดมไปด้วยเชื้อซัลโมเนลลา ลิสเทอเรีย และอีโคลี่ ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่มีผลต่อตัวแม่ท้องและลูกน้อยในครรภ์เพราะฉะนั้นหากจะกินผักประเภทนี้ต้องมั่นใจว่าพวกมันถูกทำให้ปรุงสุกแล้ว

 

  • อาหารสำเร็จรูป
อาหารต้องห้ามสำหรับแม่ท้อง

อาหาร ต้องห้ามสำหรับแม่ท้อง

 

อาหารสำเร็จรูปจำนวนมากทำให้ชีวิตของแม่ท้องทุกคนสะดวกสบายได้ ทั้งแซนด์วิช แฮมเบอร์เกอร์ และ อื่น ๆ อีกมากมาย แต่อาหารที่เก็บไว้ได้นานจะมีส่วนประกอบของสารเคมีเจือปนเพื่อเพิ่มระยะเวลาในการจัดเก็บ ดังนั้นในระหว่างตั้งครรภ์ควรเลี่ยงรับประทานอาหารเหล่านี้โดยเด็ดขาดและในอาหารสำเร็จรูปพวกนี้ยังอุดมไปด้วยลิสเทอเรีย ต่อให้จะปรุงสุกแต่ก็ยังมีสารและเชื้อโรคอยู่ เพราะฉะนั้นแม่ท้องไม่ควรกินอาหารสำเร็จรูป

 

  • ซีเรียล

ในซีเรียลอุดมไปด้วยใยอาหารและสารอาหารที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ แต่ตรวจสอบให้แน่ใจเรื่องค่าน้ำตาลที่สูงในซีเรียล เพราะอาจจะก่อให้เกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ และถึงแม้ว่าซีเรียลอาจจะใช้น้ำตาลต่ำ แต่ระวังน้ำตาลในรูปแบบของสารแต่งเติมโดยเฉพาะขัณฑสกร เพราะอาจจะทำให้เกิดการทำงานของกระเพราะปัสสาวะของลูกน้อยทำงานผิดพลาดได้

 

  • อาหารแช่แข็ง

อาหารแช่แข็งเป็นทางเลือกที่ง่ายมากสำหรับแม่ท้อง เพราะไม่จำเป็นต้องปรุงอาหารเองแม่ท้องก็สามารถแกะและเอาเข้าเตาอุ่น หรือไมโครเวฟได้เลย แต่เพื่อประโยชน์ของแม่ท้องควรไม่ทานอาหารแช่แข็ง เพราะในอาหารแช่แข็งมีผงชูรสในปริมาณมากจะทำให้ร่างกายขาดน้ำและปวดศีรษะได้ ดังนั้นในระหว่างตั้งครรภ์ควรเลี่ยงรับประทานอาหารเหล่านี้โดยเด็ดขาด

 

  • กาแฟ

จากการศึกษาพบว่าแม่ท้องดื่มกาแฟบ่อย มีผลเสี่ยงต่อตับลูกน้อยในครรภ์ เพราะปริมาณที่มากเกินไปของคาเฟอีนในระหว่างตั้งครรภ์อาจทำให้การพัฒนาระบบตับของลูกน้อยแย่ลง ในการศึกษาพบว่าลูกน้อยในครรภ์ที่ได้รับคาเฟอีนจะมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย และเกิดผลเสียต่อการเจริญเติบโต ระดับฮอร์โมนเครียดและเกิดระบบการพัฒนาของตับที่บกพร่อง

 

  • ชาสมุนไพร

ชาสมุนไพรดูเหมือนเป็นความคิดที่ดีที่จะดื่มในขณะตั้งครรภ์ แต่สมุนไพรบางชนิดสามารถมีผลทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดหรือแย่กว่านั้น คือการแท้งบุตร หลีกเลี่ยงการดื่มชาสมุนไพรพวกชิงเฮา (Wormwood) และ ปาล์มเลื่อย (Saw Palmetto) 

 

  • ผักผลไม้ที่ยังไม่ล้าง

ผักและผลไม้ที่ยังไม่ล้างมีส่วนผสมของ Toxoplasma ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่อาศัยอยู่ในดินสามารถทำให้ลูกน้อยในครรภ์และรกติดเชื้อได้ เพราะฉะนั้นก่อนกินผักและผลไม้ทุกครั้งแม่ท้องควรแน่ใจว่าพวกมันได้ผ่านการล้างและฆ่าเชื้อแล้ว

 

  • แอลกอฮอล์

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Disease Control) เผยว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดแม้เพียงแค่แก้วเดียวมีผลต่อการเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ของแม่ท้อง เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ทุกชนิดของแม่ท้อง

 

  • อาหารแปรรูป

อาหารแปรรูปมีแนวโน้มที่น้ำตาลจะสูงมาก รวมถึงขนมปัง บิสกิต และขนมขบเคี้ยว การกินอาหารแปรรูปและขนมหวานนำไปสู่โรคเบาหวานในการตั้งครรภ์ได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นต้องระวังในการกินขนมและอาหารแปรรูปอย่างมาก

อาหารต้องห้ามสำหรับแม่ท้อง

อาหาร ต้องห้ามสำหรับแม่ท้อง

  • อาหารกระป๋อง

เนื่องจากอาหารที่เก็บไว้ได้นานจะมีส่วนประกอบของสารเคมีเจือปนเพื่อเพิ่มระยะเวลาในการจัดเก็บ และอาหารกระป๋องบางอย่างมีผงชูรสในปริมาณมากจะทำให้ร่างกายขาดน้ำและปวดศีรษะได้ ดังนั้นในระหว่างตั้งครรภ์ควรเลี่ยงรับประทานอาหารเหล่านี้โดยเด็ดขาด หรือหากเลี่ยงไม่ได้ ควรอ่านฉลากเพื่อดูวันหมดอายุ เช็กสภาพกระป๋องไม่บวม ไม่บุบ ก่อนซื้อมารับประทานทุกครั้ง

 

อาหารที่แม่ท้องควรกิน

  • กรดโฟลิกหรือโฟเลต

กรดโฟลิก หรือโฟเลตเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยสร้างเซลล์สมอง ระบบประสาท และไขสันหลังให้ทารกในครรภ์ และการได้รับโฟเลตไม่เพียงพอ ยังอาจส่งผลให้ทารกในครรภ์เกิดความพิการทางสมอง และมีความเสี่ยงต่อการเป็นท่อระบบประสาทผิดปกติได้

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ทั่วไป แนะนำให้ทานโฟเลต หรือกรดโฟลิก ในปริมาณ 0.4 มิลลิกรัม ต่อวัน ก่อนการตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 – 3 เดือน และทานต่อเนื่องไปตลอดการตั้งครรภ์ แต่ในสตรีตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูงบางราย อาจต้องทานในปริมาณที่มากขึ้นถึง 4 มิลลิกรัมต่อวัน นอกจาก กรดโฟลิก ที่คุณหมอให้แล้ว

คุณแม่ท้องสามารถทานอาหารที่มีโฟเลตสูง ซึ่งมีอยู่ในผักใบเขียวเกือบทุกชนิด เช่น คะน้า ปวยเล้ง กะหล่ำปลี หน่อไม้ฝรั่ง บล็อกโคลี่ ถั่วลันเตา นอกจากนั้นยังมีแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วย กรดโฟลิก หรือ โฟเลต อีกมากมายอย่างเช่น ปลา นมสด ธัญพืชที่ไม่ขัดสี ข้าวซ้อมมือ และผลไม้ตระกูลส้ม เป็นต้น

 

  • ธาตุเหล็ก

ธาตุเหล็กจะช่วยเสริมสร้างการทำงานของฮีโมโกบิลในเม็ดเลือดแดง ซึ่งจะช่วยลำเลียงออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงทารก ถ้าหากคุณแม่ท้องขาดธาตุเหล็ก ทารกในครรภ์ก็จะขาดออกซิเจนตามไปด้วย ซึ่งก็จะส่งผลทำให้ทารกมีความเสี่ยงต่อการที่จะมีพัฒนาการที่ล่าช้า และอาจจะมีระดับไอคิวที่ไม่สูงเท่าที่ควรจะเป็นได้

คุณแม่ท้องควรได้รับธาตุเหล็กวันละ 30 มิลลิกรัม โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณของเลือด และสะสมน้ำนม โดยธาตุเหล็กนั้นสามารถหาได้จากอาหารอย่างเช่น เนื้อวัว เนื้อหมู ตับ ไข่แดง หอยกาบ หอยนางรม ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ถั่วต่าง ๆ ข้าวโอ๊ต หรือผักอย่างเช่น หน่อไม้ฝรั่ง ผักกูด ถั่วฝักยาว ผักแว่น เห็ดฟาง พริกหวาน ใบแมงลัก ใบกะเพรา เป็นต้น

 

  • ไอโอดีน

ไอโอดีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อพัฒนาการสมอง ระบบประสาท และความจำของทารกในครรภ์ ถ้าคุณแม่ท้องได้รับไอโอดีนไม่เพียงพอต่อความต้องการในช่วงตั้งครรภ์ ก็อาจจะส่งผลต่อพัฒนาการสมองของทารกตั้งแต่ในท้องแม่ นอกจากนั้นยังอาจจะทำให้ทารกมีน้ำหนักตัวน้อย หรือแคระแกร็นได้ คุณแม่ท้องควรได้รับไอโอดีน วันละ 175 – 200 ไมโครกรัม โดยแหล่งอาหารที่มีไอโอดีนสูงได้แก่ อาหารทะเล เช่น ปลาทะเล กุ้ง ปู หอย เป็นต้น

 

  • กรดไขมันโอเมก้า 3

กรดไขมันโอเมก้า 3 มีความสำคัญต่อคุณแม่ท้องอย่างมาก เพราะการได้รับโอเมก้า-3 ที่เพียงพอ จะช่วยลดปัญหาในระหว่างการตั้งครรภ์ได้แล้ว ก็ยังจะช่วยให้ลูกน้อยในครรภ์มีความแข็งแรงสมบูรณ์ นอกจากนี้กรดไขมันโอเมก้า 3  ยังจะช่วยกระตุ้นสมอง บำรุงเซลล์สมอง ช่วยเสริมประสิทธิภาพความจำที่ดี ทำให้ทารกในครรภ์มีความฉลาด

โอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นได้เอง โดยจะหาได้จากปลาทะเล รวมทั้งในเมล็ดพืชบางชนิด ซึ่งอาหารทะเลที่คุณแม่ท้องควรทาน เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแมคคาเรล ปลาแซลมอน ปลาทูน่า รวมถึง ปลาทู ปลาเก๋า และปลาสำลี เป็นต้น คุณแม่ท้องควรหลีกเลี่ยง หรือระมัดระวังสารปรอทที่อาจเจือปนอยู่ในปลาบางชนิด หรือบางตัวด้วย โดยปลาที่ควรหลีกเลี่ยง อย่างเช่น ปลาอินทรี ปลาไทล์ฟิช ปลากระโทงแทงดาบ เป็นต้น

 

Source : 1

สูตรอาหารคนท้องไตรมาส 3 แจกฟรี! สูตรอาหารสำหรับแม่ท้อง

ลูกไม่สบายท้อง ระบบทางเดินอาหารยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ลดโอกาสเรียนรู้ของลูก ปัญหาที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม

อยากให้ลูกฉลาดต้องกินอะไร ? 7 อาหารบำรุงสมองลูก ให้ลูกกินบ่อยๆ เเล้วฉลาด ความจำดี

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

iamp

app info
get app banner