วิธีใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ที่ถูกต้อง แบบไหนท้องไม่ท้อง

วิธีใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ที่ถูกต้อง แบบไหนท้องไม่ท้อง

ชุดตรวจตั้งครรภ์จะได้ผลแม่นยำหากใช้อย่างถูกวิธี นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่ส่งผลให้การใช้ชุดตรวจตั้งครรภ์ไม่ได้ผลแม่นยำ เช่น ปัสสาวะที่นำมาตรวจอาจเก้บไว้นาน หรือชุดตรวจตั้งครรภ์นั้นอาจหมดอายุ บทความนี้มีข้อสังเกตและคำแนะนำวิธีใช้ชุดตรวจตั้งครรภ์ให้ถูกต้อง ติดตามอ่านค่ะ

วิธีใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ที่ถูกต้อง

หลังจากแต่งงานแล้ว การวางแผนต่อไป คือ  การเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ เมื่อประจำเดือนขาด เป็นสัญญาณเตือนว่าอาจจะมีการตั้งครรภ์  ขั้นตอนต่อไป คือ  เช็คให้แน่ว่าตั้งครรภ์หรือไม่  อาจจะยังไม่ต้องไปพบคุณหมอในทันที แต่เราสามารถใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ได้ค่ะ วิธีใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ที่ถูกต้อง คือแบบไหน ไปติดตามค่ะ

ชุดตรวจการตั้งครรภ์

ชุดตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง คือ การทดสอบหาฮอร์โมน HCG (Human chorionic gonadotropin) ในปัสสาวะ ซึ่งหากตั้งครรภ์ฮอร์โมนที่หลังออกมาจากรก จะเริ่มผลิตหลังจากที่มีการปฏิสนธิไปแล้ว 6 วัน และจะขึ้นสูงสุดในช่วง 8 – 12 สัปดาห์ เรียกว่ามีความแม่นยำมากถึง 90  % ทีเดียวนะคะ  และสามารถตรวจได้ในผู้ที่ประจำเดือนขาดตั้งแต่วันที่ 10 – 14 ขึ้นไป

วิธีใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ที่ถูกต้อง

แบ่งออกเป็น 3 ชุด ได้แก่  แบบจุ่ม  แบบหยด และแบบปัสสาวะผ่าน

แบบที่ 1 แบบแถบจุ่ม ( Test Strip)

ประกอบไปด้วย แผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ (แผ่นตรวจครรภ์)  และถ้วยตวงปัสสาวะ (อาจจะถ้วยตวงปัสสาวะมาให้หรือไม่มีก็ได้)

วิธีการทดสอบ

  1. ให้เก็บปัสสาวะลงในถ้วยตวง
  2. นำแผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ด้านที่มีลูกศรชี้ลงจุ่มลงในถ้วยปัสสาวะที่เตรียมไว้ จุ่มกระดาษลงในถ้วยปัสสาวะเพียง 3 วินาทีเท่านั้น
  3. ระวังอย่าให้น้ำปัสสาวะเลยขีดที่กำหนดในแผ่นทดสอบ เพราะจะทำให้แผ่นทดสอบหมดประสิทธิภาพการทำงาน
  1. นำแผ่นทดสอบออกจากถ้วยปัสสาวะ ถือไว้สักพักหรือวางไว้ในแนวนอน และต้องวางในพื้นที่แห้งสนิทเท่านั้น
  1. รออ่านผลการทดสอบการตั้งครรภ์ภายในเวลา 1 – 5 นาที แต่ทางที่ดีควรรอจนกว่าจะครบ 5 นาที เพื่อให้ผลแสดงออกมาอย่างถูกต้อง
วิธีใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ที่ถูกต้อง

วิธีใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ที่ถูกต้อง

แบบที่ 2 แบบตลับหรือแบบหยด (Pregnancy Test Cassette)

จะประกอบไปด้วย ตลับทดสอบการตั้งครรภ์  ถ้วยตวงปัสสาวะ และหลอดหยดสำหรับดูดน้ำปัสสาวะ

วิธีการทดสอบ

  1. เก็บปัสสาวะลงในถ้วยตวงแล้วนำหลอดหยดดูดน้ำปัสสาวะที่ได้ในปริมาณที่พอเหมาะ
  1. หยดน้ำปัสสาวะลงบนตลับทดลองที่วางไว้บนพื้นประมาณ 3 – 4 หยด ไม่ควรหยดมากกว่านี้
  2. วางชุดทดสอบนี้ไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อดูผลการทดสอบ
  3. ข้อดีของแถบตรวจแบบนี้ คือ  ลดโอกาสของแผ่นทดสอบที่จะเสื่อมสภาพได้

แบบที่ 3 แบบปัสสาวะผ่าน (Pregnancy Midstream Tests)

ที่ตรวจครรภ์จะมีแค่แท่งทดสอบการตั้งครรภ์เท่านั้น

วิธีการทดสอบ

  1. ถอดฝาครอบออกพร้อมกับถือแท่งทดสอบโดยให้หัวลูกศรชี้ลงค่ะ
  1. ปัสสาวะโดยให้น้ำปัสสาวะผ่านบริเวณที่ดูดซับน้ำปัสสาวะ ซึ่งจะอยู่ต่ำกว่าลูกศรต้องให้เปียกชุ่มนะคะ
  1. ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที โดยถือแท่งไว้หรือวางในบริเวณที่แห้งสนิทในแนวราบ
  1. รออ่านผลการทดสอบได้ตั้งแต่ประมาณ 30 วินาทีเป็นต้นไป  แต่ทางที่ดีควรรอประมาณ 5 นาที เช่นเดียวกับที่ทดสอบชุดอื่น เพื่อความแน่นอนของผลการทดสอบ
  1. ข้อดีของชุดทดสอบชุดนี้ คือ ใช้งานได้สะดวกไม่ต้องเก็บน้ำปัสสาวะในถ้วย เป็นการลดขั้นตอนในการทดสอบ

สามารถใช้ชุดตรวจครรภ์ด้วยตนเองได้เมื่อไหร่

ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ส่วนใหญ่สามารถตรวจวัดระดับฮอร์โมน hCG หลังจากประจำเดือนไม่มาเพียงวันเดียว  ได้ค่อนข้างแม่นยำ

อีกทั้งการทดสอบด้วยตัวอย่างน้ำปัสสาวะแรก  หลังจากตื่นนอนนั้นจะให้ค่าระดับฮอร์โมน hCG สูงที่สุด แต่การจะตรวจให้ผลการใช้ที่มีประสิทธิภาพ คือ  ทำการทดสอบเมื่อรอบเดือนขาดหายไปแล้วประมาณ 1 สัปดาห์  แม้ว่าชุดทดสอบส่วนใหญ่จะบอกว่าได้ผลแม่นยำถึง 99 % ก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้วอาจมีความคลาดเคลื่อนได้  เพราะโอกาสที่ตังอ่อนจะฝังตัวในผนังมดลูกจากประจำเดือนไม่มาในวันแรกมีสูงถึงร้อยละ 10 และที่สำคัญระดับฮอร์โมน hCG อาจจะยังไม่สูงพอที่จะวัดได้

วิธีการอ่านผลชุดตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง

ตรวจแล้วขึ้น 1 ขีด  ขึ้นที่ขีด C อย่างเดียว

คือ ได้ผลลบ แปลว่า “ไม่น่าจะตั้งครรภ์” หมายความว่า อาจจะไม่ตั้งครรภ์ หรืออาจจะตั้งครรภ์แล้วแต่ยังตรวจไม่พบก็ได้อาจต้องทำการตรวจซ้ำในอีก 2 – 3 วันค่ะ

ตรวจแล้วขึ้น 2 ขีด หรือ ขึ้น 2 ขีด จาง ๆ

ขึ้นที่ขีด C และ T  คือ ได้ผลบวก  แปลว่า “น่าจะมีการตั้งครรภ์”  แต่ถ้าตรวจแล้วขีด T ขึ้นจาง ๆ ขอแนะนำว่าให้รออีก 2-3 วันแล้วค่อยตรวจใหม่ค่ะ

ตรวจแล้วไม่ขึ้นแถบสีหรือ ไม่ขึ้นสักขีด หรือ ขึ้น 1 ขีดบนตัว T

คือ อ่านค่าไม่ได้ แปลว่า “ชุดทดสอบการตั้งครรภ์เสีย”  เช่น  การเก็บไม่ถูกวิธี การใช้ปัสสาวะเก่า เป็นต้น  แบบนี้จะต้องทำการตรวจใหม่อีกครั้ง  ได้ทราบวิธีการใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์อย่างถูกวิธีกันแล้วนะคะ  ลองนำไปปฏิบัติตามได้ค่ะ  แต่อย่างไรก็ตาม

ให้อ่านคำแนะนำและวิธีใช้ให้ถูกต้องและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ที่สำคัญการตรวจด้วยตนเองเป็นการตรวจสอบเบื้องต้นเท่านั้น ทางที่ดีควรยืนยันผลการตรวจจากคุณหมออีกครั้งจะดีที่สุดค่ะ หากตั้งครรภ์จะได้ฝากครรภ์กับคุณได้เลย

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

จะรู้ได้ไงว่าท้อง เร็วที่สุด วิธีตรวจตั้งครรภ์ด้วยตัวเอง ตรวจครรภ์ตอนไหนดี อาการก่อนรู้ว่าท้อง

ล้วงลึก การเปลี่ยนแปลงของแม่และลูกในแต่ละไตรมาส ไตรมาสที่ 1

วิธีการตรวจสอบการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner