วิธีทำให้ลูกเลิกเต้า เมื่อเข้า 2 ขวบ วางแผนหย่านมแม่อย่างไรให้ได้ผล

วิธีทำให้ลูกเลิกเต้า เมื่อเข้า 2 ขวบ วางแผนหย่านมแม่อย่างไรให้ได้ผล

หย่านม!! เป็นเรื่องที่ลูกต้องปรับตัวและทำใจยากสำหรับแม่ เป็นเรื่องที่คุณแม่ควรรู้ว่า วิธีทำให้ลูกเลิกเต้า จะส่งผลทำให้เจ้าตัวน้อยหงุดหงิดหรือเรียกร้องความสนใจมากกว่าปกติด้วย

รูปแบบการหย่านม และ วิธีทำให้ลูกเลิกเต้า

คิดจะหย่านมวันนี้ มีผลต่อลูกแน่ คุณแม่แต่ละคน ก็มี วิธีทำให้ลูกเลิกเต้า ที่แตกต่างกันไป บางคนใช้วิธีทา บอระเพ็ด เลิกเต้า หรือใช้ ยาดำเลิกเต้า ซึ่งเป็นยาสมุนไพรที่มีรสชาติซึ่งทำให้เด็กเข็ดขยาด วิธีเหล่านี้อาจดูใจร้ายไปหน่อย เรามีวิธีการหย่านมที่ไม่ทำร้ายจิตใจลูกนัก แต่เป็นไปตามความพร้อมทั้งของคุณแม่ และลูก มาฝากกันค่ะ

  • วางแผนการหย่านมอย่างไรให้ได้ผล
  • รูปแบบการหย่านม ทั้งแบบ หย่าแบบทันที หรือหย่าเพียงบางส่วน

หย่านมอย่างไรให้ได้ผล รูปแบบการหย่านม

  • วางแผนการหย่านม กำหนดระยะแน่นอน
  • รูปแบบการหย่านม ค่อย ๆ ลดช่วงเวลาการให้นมลูกลง
  • รูปแบบการหย่านม หย่าแบบทันที ซึ่งอาจส่งผลต่อเต้าของแม่ได้

วิธีทำให้ลูกเลิกดูดเต้า มีวิธีการอย่างไรบ้าง อ่านต่อ >>>

#มีการวางแผนการหย่านม

โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เริ่มต้นจากการลดจำนวนมื้อของการให้นมแม่ลงวันละ 1 มื้อ ซึ่งควรเริ่มในมื้อกลางวันก่อน และเว้นระยะห่างระหว่างมื้อให้นานขึ้น ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ ใช้ช่วงห่างประมาณ 1-3 วัน ลูกจะค่อย ๆ รับตัวได้จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และน้ำนมแม่ก็จะลดลงอย่างช้า ๆ ทำให้ไม่ส่งผลต่อการคัดตึง หรือปวดเต้า และเป็นการช่วยให้แม่แน่ใจว่าจะหย่านมจริง ในระยะนี้คุณแม่ควรแสดงความรัก และใกล้ชิดลูกให้เพิ่มมากขึ้นในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อทดแทนการสูญเสียที่ลูกต้องเลิกเต้าแม่

วิธีทำให้ลูกเลิกเต้า

วางแผนการหย่านม กำหนดระยะเวลาที่แน่นอน จะช่วยให้ลูกเลิกติดเต้าได้ง่ายขึ้น

#การหย่านมเพียงบางส่วน

เป็นทางเลือกที่ว่าคุณแม่ต้องการจะหย่านมไปเลย หรือกลับมาให้นมใหม่ได้ เนื่องจากให้นมมาระยะยาวแล้ว และลูกสามารถกินนมอื่น และอาหารเสริมที่ได้รับสารอาหารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้นอกจากนมแม่ อาจใช้วิธีชักชวนให้ลูกกินนมแม่ให้สั้นลงได้ หรือเป็นแค่วันละมื้อก่อนนอนหากลูกยังติดเต้าแม่

#การหย่านมแบบทันทีทันใด

กรณีนี้อาจเกิดขึ้นได้จากการเจ็บป่วยอย่างเฉียบพลัน หรือการที่แม่ลูกต้องแยกจากกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหา และความยากลำบากทั้งแม่ลูก เช่น

  • ร่างกายคุณแม่ที่กำลังสร้างน้ำนมอยู่ในขณะหย่านมอย่างเฉียบพลัน คุณแม่บางคน ให้ลูกเลิกเต้าแล้วปวดมาก เกิดปัญหาเต้านมคัด และนำไปสู่การเกิดเต้านมอักเสบ แนะนำให้คุณแม่คอยบีบน้ำนมออกบางส่วน หรือเพียงเล็กน้อย เพื่อป้องกันการคัดนม ไม่ควรบีบน้ำนมออกมากเหมือนเก็บสต๊อกนม และลดจำนวนครั้งของการบีบลง ในระยะแรกคุณแม่อาจบีบน้ำนมออกเล็กน้อยในเวลากลางวัน และอาจจำเป็นต้องบีบน้ำนมออกในเวลากลางคืนด้วย ซึ่งจะเป็นการทำให้กลไกการสร้างน้ำนมลดลงได้อย่างช้า ๆ ทดแทน วิธีให้ลูกเข้าเต้า ระหว่างนี้คุณแม่ควรลดอาหารเค็ม เพื่อลดการคั่งของน้ำในร่างกายจนกว่าเต้านมแม่จะหายคัดตึง โดยตามปกติร่างกายจะหยุดการสร้างน้ำนมได้ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากการหย่านมอย่างสมบูรณ์ แต่ถ้าคุณแม่ยังคงเจ็บปวดเต้านม หรือมีน้ำนมไหลซึมออกนานเป็นเดือน หรือปี ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อดูอาการ และให้คำปรึกษา
  • การหยุด หรือหย่านมทันที ทำให้ฮอร์โมนโปรแลคตินลดลงส่งผลให้มีแนวโน้มต่อการทำให้แม่เกิดปัญหาซึมเศร้าได้
  • เจ้าตัวน้อยที่ถูกเลิกเต้าทันทีนั้น จะส่งผลต่อจิตใจเป็นอย่างมาก ทำให้ลูกรู้สึกสูญเสียความรัก ขาดความอบอุ่น และมักจะไม่ยอมกินนมผสมได้เท่ากับที่ดูดนมแม่ จึงต้องคอยสังเกตภาวะโภชนาการ น้ำหนักตัวตามเกณฑ์ของทารก และได้รับอาหารตามวัยทดแทนอย่างเหมาะสม และถูกวิธี
วิธีทำให้ลูกเลิกเต้า

การหย่านมแบบเฉียบพลัน และทันที อาจทำให้เกิดปัญหากับแม่ และลูกได้

เมื่อลูกเข้า 2 ขวบ วางแผนหย่านมแม่อย่างไรให้ได้ผล

  • การไม่ให้-ไม่ปฎิเสธ เป็นวิธีการที่ปลอดภัย และได้ผลดีในการหย่านมสำหรับลูกเด็กที่อายุมากกว่า 2 ปี แม่อาจจะให้นมแม่เมื่อลูกร้องขอและให้ในเวลาที่สั้นลง และจะไม่ให้เมื่อลูกไม่ขอ
  • หลีกเลี่ยงให้ลูกเผชิญเต้าแม่ โดยหากิจกรรมที่เบี่ยงเบนความสนใจให้กับลูกทำทั้งในช่วงกลางวัน หรือก่อนนอนตอนกลางคืน เช่น การเล่านิทาน พาไปเดินเล่นนอกบ้าน ฯลฯ
  • ให้ลูกได้กินอาหารแต่ละมื้อให้อิ่ม หรือมีของว่างเสริมระหว่างมื้ออาหาร
  • การทำข้อตกลงระหว่างแม่ลูก โดยลูกที่อายุ 2 ขวบขึ้นไปสามารถสื่อสารกับคุณแม่ได้รู้เรื่องแล้ว หากลูกยังมีความต้องการนมแม่ กลัวการแยกจากแม่ และยังคงมีความรู้สึกอบอุ่นที่ได้คลอเคลียกับเต้าแม่ คุณแม่สามารถให้ลูกกินนมเป็นบางครั้ง บางคราวได้ จนกว่าลูกต้องการหย่านมด้วยตนเอง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีต่อแม่ และลูกเอง
วิธีทำให้ลูกเลิกเต้า

เบี่ยงเบนความสนใจของลูก โดยการพาลูกทำกิจกรรมอื่น ๆ แทนการดูดนมจากเต้า

กี่เดือนถึงควรหย่านม

เมื่ออายุประมาณ 1 – 2 เดือนหลังคลอด แม่ก็สามารถฝึกให้ลูกน้อยดูดนมแม่จากขวดได้ แต่ก็ไม่ควรให้ลูกดูดนมจากขวดบ่อย เพราะลูกอาจจะสับสนระหว่างวิธีการดูดนมจากขวด กับวิธีการดูดนมจากเต้าแม่ได้ วิธีเลิกเต้า 1 – 2 เดือน นั้น ควรจะค่อย ๆ ทำ ให้ลูกค่อย ๆ คุ้นเคยกับการดูดจุก สลับกับการดูดนมจากเต้า

ฝึกให้ลูกดูดนมจากขวด

บทความ : ลูกไม่ยอมดูดขวด ติดเต้ามาก ทำอย่างไรดี

ในระหว่างการหย่านม ลูกอาจจะไม่ยอมดูดนมจากขวด เพราะความไม่คุ้นเคย ลองมาดูฝึก วิธีให้ลูกดูดขวด กันค่ะ

  1. ป้อนนมลูกก่อนเวลาสัก 15 นาที
  2. ลองให้คนอื่นเป็นคนป้อน เพราะถ้าคุณแม่อยู่ใกล้ ๆ ลูกอาจจะได้กลิ่นแม่ และไม่ยอมดูดจากขวด
  3. เปลี่ยนท่าอุ้มขณะป้อนนม
  4. มีการเคลื่อนไหวเป็นจังหวะ เช่น โยกตัวไปมาเบา ๆ
  5. ลองเปลี่ยนจุกหลาย ๆ แบบยิ่งคล้ายหัวนมแม่ ลูกก็จะยิ่งดูดจากขวดได้ง่ายขึ้น
  6. ไม่ควรใช้จุกนมที่เย็นเกินไป อาจแช่น้ำอุ่นก่อน
  7. ใช้ความอดทน ค่อย ๆ ลองป้อนไปทุกวัน ลูกก็จะเริ่มชิน และดูดนมได้มากขึ้น

_________________________________________________________________________________________

theAsianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพ และสังคมคุณแม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น theAsianparent Thailand ที่ติดตามการตั้งครรภ์ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งาน เพื่อติดตามพัฒนาการทารกตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุด และผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ ยังมีไลฟ์สไตล์ และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว 

การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก theAsianparent Thailand เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้ และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง

เพราะเราเชื่อว่าพ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง

ที่มา : รศ.กรรณิการ์ วิจิตรสุคนธ์

www.thaibreastfeeding.org

บทความใกล้เคียงที่น่าสนใจ :

แม่แชร์ หย่านมลูกตอนกลางคืน เลิกนมมื้อดึก ทำอย่างไรให้ได้ผล?

หย่านมแม่อย่างไรไม่ทำร้ายใจลูก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner