ลูกชายVS ลูกสาว ใครเลี้ยงยากกว่ากัน

ลูกชายVS ลูกสาว ใครเลี้ยงยากกว่ากัน

ชื่อบทความนี้ไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวหาว่ามีลูกชายหรือมีลูกสาวดีกว่ากันนะคะ เพียงแต่จะเสนอมุมมองในการเลี้ยงดูลูกชายและลูกสาวในแง่มุมต่าง ๆ มาติดตามอ่านกันค่ะ ว่าเป็นอย่างไร

วิธีการเลี้ยงลูกชาย ลูกสาว. เลี้ยงยาก เลี้ยงง่าย. วิธีการเลี้ยงดูเด็ก

ลูกชายVS ลูกสาว ใครเลี้ยงยากกว่ากัน

1. ระเบียบวินัย

ใครยากกว่า : ลูกชาย

คำตอบ          ลูกชายมักไม่ค่อยยอมฟังพ่อแม่ และจะเป็นมากขึ้นเมื่อยิ่งโตขึ้น ในขณะที่ลูกสาวมักจะฟังพ่อแม่ได้ดีกว่า  พัฒนาการเรียนรู้เกี่ยวกับถ้อยคำต่าง ๆ ของเด็กผู้หญิงเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ลูกสาวมักจะตอบสนองต่อการสั่งสอนของพ่อแม่ได้ดีกว่า   แต่ลูกชายนั้นอาจจะต้องถึงเนื้อถึงตัว  เช่น  บางทีที่เขาซนมาก ๆ อาจต้องใช้ไม้ตาย Time out โดยให้ลูกสงบสติอารมณ์ชั่วครู่  แล้วค่อยมาคุยกัน   แต่ก็มีพ่อแม่บางคนที่คิดว่าปัญหาแบบนี้เป็นความผิดปกติของลูก เช่น  ไฮเปอร์ หรือการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม  ทั้งที่จริงแล้วลูกชายเขาจะมีพลังงานมากมายที่จะทำกิจกรรมสนุก ๆ หรือกิจกรรมที่เขาสนใจ  เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดก็เพียงพอค่ะ

2. ความปลอดภัย

ใครยากกว่า  :  ลูกชาย

คำตอบ          แน่นอนเลยค่ะว่า ข้อนี้ลูกชายรับไปเต็ม ๆ ค่ะ เพราะเด็กผู้ชายจะเล่นอะไรกันแต่ละที ชอบเล่นแรง ๆ ใช้กำลัง  ก็มันสนุกนี่แม่ !!!!  ดังนั้น  คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยจับตาดูพฤติกรรมของลูกและห้ามไม่ให้เล่นอะไรที่โลดโผนจนเกินไป  แต่ข้อดีของการให้ลูกได้เล่นหรือเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ จะช่วยเสริมทักษะหลาย ๆ ด้าน ช่วยให้ลูกรู้ว่าเขาถนัดด้านไหน หรือไม่ถนัดอะไร  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อลูกในอนาคต  ช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงและมีความมั่นใจในตนเองอีกด้วย

3. การสื่อสาร

ใครยากกว่า : ลูกชาย / เมื่อโตขึ้น ลูกสาว

คำตอบ             ในช่วงวัยทารกมีการวิจัยพบว่า  ทารกเพศหญิงจะสนใจสีสันและรูปทรงมากกว่า   จึงทำให้แม่หนูน้อยสนใจใบหน้าของพ่อแม่  แต่ลูกชายเขาจะสนใจการเคลื่อนไหวมากกว่า  จึงไม่ค่อยสนใจรายละเอียด  ความแตกต่างนี้แสดงออกมาโดยการวาดภาพ  สังเกตได้ว่า เด็กผู้หญิงมักชอบวาดภาพที่มีสีสันหลากหลาย  ส่วนเด็กผู้ชายชอบภาพโทนสีดำ  น้ำเงิน ที่ทำให้รู้สึกถึงเรือ  รถ  เครื่องบิน

ความใส่ใจในรายละเอียดลูกสาวจะเรียนรู้ภาษาท่าทาง  การใช้โทนเสียง  นอกจากนี้ลูกสาวมักจะพูดเร็วกว่าและรู้จักคำศัพท์มากกว่าอีกด้วย  สิ่งที่กล่าวมาอันนี้คือผลการวิจัยจาก ดร.เลโอนาร์ด ผู้เขียน “Boys Adrift”

สิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบ คือ ลูกชายใช้เวลาในการสบตาน้อยกว่าลูกสาว  ซึ่งเป็นไปเรื่องปกติตามพัฒนาการของเพศและวัยค่ะ  แต่พอโตขึ้นลูกสาวจะใช้คำพูดในการสื่อสารมาก  จะสังเกตว่า ลูกสาวมักจะชอบเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ที่โรงเรียนหรือที่ใด ๆ ก็ตามที่หนูน้อยได้ไปมา  (สิ่งนี้เกิดกับผู้เขียนด้วยค่ะเพราะมีลูกสาว จะช่างพูด ช่างคุยมาก) จะเล่าแบบออกรสออกชาติ ถามยังตั้งคำถามไปซะทุกเรื่อง สิ่งที่พ่อแม่ควรใส่ใจคือ  เป็นผู้รับฟังที่ดี  เพราะลูกจะเกิดความเชื่อใจ  ไว้ใจ  และมีอะไรลูกจะได้กล้ามาปรึกษาคุณพ่อคุณแม่  จะเป็นสิ่งที่ดีต่อไปในอนาคต

4. ความนับถือตนเอง

ใครยากกว่า : ลูกสาว

คำตอบ          สำหรับลูกสาวสุขภาพและรูปร่างหน้าตาถือเป็นเรื่องสำคัญ   เรียกได้ว่าสำหรับผู้หญิงทุกคนเลยก็ว่าได้  นอกจากนี้ลูกสาวยัง “แคร์” สายตาของคนอื่นมากกว่าลูกชาย  จึงเกิดความวิตกกังวลได้ง่ายกว่า  เรื่องรูปร่างหน้าตาเป็นสิ่งสำคัญของการนับถือตนเอง  ยิ่งตอนนี้จะเห็นภาพตามสื่อที่ออกมาจนกลายเป็นว่า  ผู้หญิงที่มีผิวขาว  คือ  สวย  หุ่นผอมบางเหมือนนางแบบ คือ หุ่นดี  ดังนั้น การวิพากษ์วิจารณ์หรือล้อเลียนรูปร่างหน้าตาจึงเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ คือ  ให้คำแนะนำลูกสาว  สอนให้ลูกเคารพตนเองและพึงพอใจรูปร่างของตนเอง  สอนให้ลูกกินอาหารที่มีประโยชน์  ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง  วิธีที่ดีคือ ให้สอนให้ลูกใส่ใจในการดูแลสุขภาพจะเป็นการปลูกฝังนิสัยการนับถือตนเองไปในตัว

วิธีการเลี้ยงลูกชาย ลูกสาว. เลี้ยงยาก เลี้ยงง่าย. วิธีการเลี้ยงดูเด็ก

5. การเรียนที่โรงเรียน

ใครยากกว่า : ส่วนมากจะเป็นลูกชาย

คำตอบ          การเรียนตั้งแต่ในระดับอนุบาลจะสังเกตได้ว่า  ลูกชายจะมีพัฒนาการด้านสมาธิ  การควบคุมตนเอง  การใช้ภาษา และการเคลื่อนไหวน้อยกว่าลูกสาว การเรียนที่เน้นทางด้านวิชาการ ตั้งแต่ยังเล็กจึงไม่ค่อยเหมาะกับลูกชายเท่าใดนัก

สำหรับลูกสาวสิ่งหนึ่งที่เด็กผู้หญิงจะทำได้ไม่ดีเท่าเด็กผู้ชาย คือ  วิชาที่เกี่ยวกับรูปทรง  เราขาคณิต จากผลการวิจัย  พบว่า  กระบวนการคิดในสมองในส่วนการรับรู้เรื่องขนาดและพื้นที่ของเด็กหญิงไม่เท่ากับเด็กชาย แต่ต่อไปสิ่งนี้สามารถเรียนรู้กันได้นะคะ  ไม่ใช่ว่าจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป

ไม่ว่าจะลูกชายหรือลูกสาวจะถนัดด้านไหนก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้เล่น  ได้เรียนรู้ทุกอย่างโดยไม่กดดัน  หรือคาดหวังกับลูกว่าจะต้องทำได้ดีเยี่ยม  เพราะที่สุดแล้ว  ความสุขของพ่อแม่คือ  การได้เห็นลูกมีความสุขนั่นเอง

อ้างอิงข้อมูลจาก

หนังสือ  รักลูกอย่างไรดี สำนักพิมพ์แสงแดด  นิดดา หงษ์วิวัฒน์ ประโยชน์  บุญสินสุข  ผู้เขียน

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

งานวิจัยเผย โครงสร้างสมองส่วนควบคุมอารมณ์สามารถถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกสาวได้

5 เรื่องที่แม่มีลูกชายควรรู้แต่เนิ่นๆ

TAP-ios-for-article-footer-with button

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner