ป้องกันอย่างไร ไม่ให้ลูกคนต่อไป คลอดก่อนกำหนด
หากคุณมีประสบการณ์การคลอดก่อนกำหนดมาก่อน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มโอกาส คลอดก่อนกำหนด ในครรภ์ที่สอง โดยความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้นดังนี้
- คุณแม่ที่คลอดลูกคนแรกก่อนกำหนด มีโอกาส 15% ที่จะคลอดลูกคนที่สองก่อนกำหนด
- คุณแม่ที่คลอดลูกก่อนกำหนด 2 คน มีโอกาส 40% ที่จะคลอดลูกคนที่สามก่อนกำหนด
- คุณแม่ที่คลอดลูกก่อนกำหนด 3 คน มีโอกาส 70% ที่จะคลอดลูกคนที่สี่ก่อนกำหนด
อย่างไรก็ตามสถิติข้างต้นนับเฉพาะการคลอดก่อนกำหนดที่เกิดขึ้นเองเท่านั้น ไม่รวมคุณแม่ที่ได้รับการกระตุ้นให้คลอดก่อนกำหนด หรือการคลอดก่อนกำหนดที่เกิดจากปัญหาสุขภาพ
การที่ลูกคนแรกคลอดก่อนกำหนดนั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องตัดใจ ไม่ยอมมีลูกคนที่สองเพราะกลัวว่าจะคลอดก่อนกำหนดอีก คุณสามารถป้องกันการคลอดก่อนกำหนดได้ด้วยการปฏิบัติตัวที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนด ตามคำแนะนำที่เรานำมาฝากค่ะ
- อย่ามีลูกติดกันเกินไป หากคุณมีประวัติคลอดก่อนกำหนดมาก่อน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 18 เดือนก่อนการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป เพราะความเสี่ยงที่ลูกคนที่สองจะคลอดก่อนกำหนดจะเพิ่มขึ้นหากมีลูกติดกันเกินไป และความเสี่ยงจะน้อยลงหากทิ้งระยะห่างออกไป
- เลิกบุหรี่ การสูบบุหรี่เพิ่มโอกาสคลอดก่อนกำหนด ดังนั้นไม่ควรสูบบุหรี่ขณะตั้งครรภ์ หากสามารถเลิกบุหรี่ได้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุในการลดความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดในครรภ์ต่อไป
- รักษาอาการติดเชื้อแต่เนิ่นๆ การอักเสบและการติดเชื้อเพิ่มโอกาสการคลอดก่อนกำหนด ดังนั้นหากคุณมีการติดเชื้อแบคทีเรียขณะตั้งครรภ์ควรรับการรักษาโดยเร็ว
- หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ที่ลดน้ำหนักขณะตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูงในการคลอดก่อนกำหนดในไตรมาสที่สอง ส่วนคุณแม่ที่มีดัชนีมวลกายน้อยกว่า 19.8 กก/ส่วนสูง ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะคลอดก่อนกำหนดเช่นกัน ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์พอดีค่ะ
- จัดการปัญหาสุขภาพอื่นๆ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไต ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนด หากจัดการภาวะเหล่านี้ได้ดีจะสามารถลดความเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนดได้
แม้ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์จะยังไม่มีวิธีใดๆ ที่สามารถยับยั้งการคลอดก่อนกำหนดได้ 100% แต่งานวิจัยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับวิธีป้องกันการคลอดก่อนกำหนด และพบวิธีการที่นิยมใช้ดังนี้
- การตรวจหาความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนด โดยการอัลตร้าซาวนด์ผ่านทางปากมดลูก ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 16 ของการตั้งครรภ์ รวมถึงการตรวจเลือดมารดาและสารคัดหลั่งจากช่องคลอดก็สามารถทำนายความเสี่ยงได้เช่นกัน
- การป้องกันด้วยฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน การฉีดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนทุกสัปดาห์สามารถป้องกันการคลอดก่อนกำหนดในคุณแม่ท้องที่เคยคลอดก่อนกำหนดมาก่อนได้ โดยสามารถเริ่มฉีดตั้งแต่สัปดาห์ที่ 16-20 และฉีดต่อเนื่องไปจนถึงสัปดาห์ที่ 37
- การป้องกันด้วยการเย็บผูกปากมดลูก เป็นวิธีที่นำมาใช้เพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนดมาหลายปีแล้ว ซึ่งการศึกษาพบว่าเป็นวิธีที่ได้ผลดี
- การนอนพักบนเตียง เป็นเรื่องปกติที่แพทย์มักจะสั่งให้คุณแม่ที่มีสัญญาณคลอดก่อนกำหนด แม้ว่ายังไม่มีงานวิจัยที่พบว่า วิธีการนี้ช่วยป้องกันการคลอดก่อนกำหนดได้มากแค่ไหนก็ตาม
แม้คุณแม่ที่เคยคลอดก่อนกำหนดมาก่อนจะมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดในครรภ์ถัดไป แต่หากคุณแม่ดูแลตัวเองอย่างดี ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดย่อมลดความเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนดในครั้งต่อไปให้น้อยลงได้ค่ะ
ที่มา www.verywell.com
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!