ท้องแล้วต้องทิ้งน้องหมาไหม อันตรายหรือไม่เรามาบอกกัน

ท้องแล้วต้องทิ้งน้องหมาไหม อันตรายหรือไม่เรามาบอกกัน

คุณแม่หลายคนอาจมีคำถามในใจว่า“ก็เป็นแม่หมามาก่อน พอจะมีลูกคนแล้วทำไมต้องทิ้งลูกหมาด้วยอ่ะ ไม่เข้าใจ” ก็ความเชื่อเก่าๆเขาก็กลัวว่าสัตว์สี่ขาหน้าขนอย่างน้องหมาจะสกปรกเกินไปอาจทำให้คุณแม่ท้องติดเชื้อโรคประหลาดๆจนส่งผลต่อลูกในท้อง ขนของน้องหมาอาจทำให้เด็กเล็กป่วยเป็นโรคภูมิแพ้หรืออันตรายจนถึงขนาดสำลัก เห็บหมัดหมาจะไปสูบเลือดลูกคนจนหมดตัว แหมอยากบอกว่าความเชื่อเก่าๆเหล่านี้มันเชยไปแล้วค่ะเพราะผลการวิจัยก็มีมายืนยันแล้วว่า น้องหมาเพื่อนที่ซื่อสัตย์เนี่ยช่วยให้คุณแม่ท้องรู้สึกผ่อนคลาย มีความสุขและสุขภาพจิตดีขึ้นเยอะเลย

ท้องแล้วต้องทิ้งน้องหมาไหม

ถึงแม้จะท้องก็ยังคงเลี้ยงน้องหมาต่อไปได้ เพียงแต่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง และเพิ่มความใส่ใจเรื่องของความสะอาดให้มากขึ้นกว่าตอนยังไม่ท้อง เรามีขั้นตอนในการเตรียมความพร้อมมาฝากให้คุณแม่ได้แฮปปี้อยู่ร่วมกับน้องหมาได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องยกให้คนอื่นให้ปวดใจ

  1. เริ่มต้นที่ฝึกน้องหมา

หากคุณแม่เลี้ยงน้องหมาไซส์เล็กอย่างชิสุ ชิวาวา ปอมเปอร์เรเนีย หรือพุดเดิ้ลก็คงไม่มีอะไรน่ากังวลนอกจากเรื่องการเห่าเสียงดังบ้าง แต่หากคุณแม่เลี้ยงน้องหมาไซส์พี่เบิ้ม ขี้เล่น แรงมหาศาลอย่างลาบราดอฯ โกลเด้นท์ ไซบีเรียน ฮัสกี้ ฯลฯที่ชอบแสดงความรักด้วยการกระโจนเข้าหา แบบนี้ไม่ดีแน่ เพราะช่วงอายุครรภ์เพิ่มขึ้นท้องใหญ่ขึ้นคุณแม่ต้องแบกรับน้ำหนักมากอยู่แล้วการทรงตัวอาจทำได้ไม่ดี

ยิ่งหากถูกน้องหมาไซส์น้องๆยักษ์กระโจนเข้าใส่อาจทำให้เสียหลัก หกล้มกระทบกระเทือนจนเป็นอันตรายต่อลูกในท้องได้ คุณแม่จึงควรเริ่มฝึกให้น้องหมาเชื่อฟังคำสั่ง โดยเฉพาะการบอกให้หยุด หรืออยู่นิ่งๆ โดยอย่าใช้เสียงร่าเริงเรียกชื่อหมา พยายามทำตัวเองให้สงบวางตัวเป็นจ่าฝูงที่มั่นคง

ออกคำสั่งให้หยุดด้วยน้ำเสียจริงจัง เข้มแข็ง หากน้องหมาชอบกระโจนใส่ ให้หันหลังเดินหนีทำเป็นไม่สนใจรอจนน้องหมาอยู่ในอาการนิ่ง สงบลงจึงค่อยเข้าไปลูบหัว เอ่ยชม แสดงความรักเป็นการให้รางวัลและให้น้องหมาเรียนรู้ที่จะต้องเชื่อฟังคำสั่งและอยู่นิ่งๆเพื่อให้ได้รับความสนใจจากคุณแม่ ฝึกไปเรื่อยอย่าท้อนะคะคุณก็จะได้ลูกหมาที่น่ารักอ่อนโยน เชื่อฟังคำสั่งมากขึ้นไปด้วย

  1. ดูแลเรื่องความสะอาด

อันดับต่อมาเป็นสิ่งสำคํญมากสำหรับแม่ท้องคือการดูแลเรื่องความสะอาดในบ้านเพราะเรื่องความสะอาดถือเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่ร่วมกันระหว่างคุณแม่ท้องและลูกขนปุย ควรทำความสะอาดบ้านทุกวัน กำจัดเศษขนน้องหมาที่หลุดร่วงลงมาเพราะอาจมีรังแคหลุดติดมาด้วยเป็นสาเหตุให้คุณแม่เกิดอาการภูมิแพ้ได้

ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อโรคลงในน้ำที่ใช้ถูทำความสะอาดบ้านทุกครั้งเพื่อเป็นการป้องกันและกำจัดเชื้อโรคที่น้องหมาอาจไปเหยียบนำติดตัวมาจากนอกบ้าน และควรหมั่นทำความสะอาจที่ตัวน้องหมาด้วย ควรอาบน้ำให้น้องหมาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หมั่นแปรงขนเพื่อกำจัดขนเก่าให้หลุดออกเร่งขั้นตอนการผลัดขนของน้องหมา

ระวังอย่าให้เลียหน้า ปาก หรือมือ และควรล้างมือบ่อยๆ การรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แม่ท้องลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคต่างๆทั้งจากสัตว์เลี้ยงและเชื้อโรคแหล่งอื่นๆได้เป็นอย่างดี และหากให้น้องหมานอนห้องเดียวกับคุณแม่ก็ควรจำกัดพื้นที่ไม่ให้ขึ้นมานอนบนเตียงเดียวกันเพื่อกันการเกิดอาการแพ้เป็นผืนคันหรือได้รับเชื้อแบคที่เรียบางอย่างจากนอนหมา

ท้องแล้วต้องทิ้งน้องหมาไหม อันตรายหรือไม่เรามาบอกกัน

  1. ดูแลสุขภาพของน้องหมาให้ดี

ควรพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพทุก 6 เดือน หากพบความผิดปรกติจะได้รีบรักษาและหาทางรับมือ ควรพาน้องหมาไปฉีดวัคซีนให้ครบ และถ่ายพยาธิเพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้เป็นพาหะนำเชื้อโรคอย่างโรคพิษสุนัขบ้า,โรคพยาธิท็อกโซพลาสโมซิตที่มักพบในอึของน้องหมาและน้องแมวซึ่งอาจติดมาสู่คุณแม่ท้องผ่านการสัมผัส อาจทำให้เด็กในท้องพิการ หรือทำให้แท้งได้

  1. ดูแลกำจัดเห็บหมัดที่ตัวน้องหมา,บริเวณนอกบ้านและในบ้าน

ช่วงหน้าฝนเห็บหมัดยิ่งบุกแม้จะเลี้ยงน้องหมาไว้ในบ้านก็หนีไม่พ้น ครอบครัวที่มีน้องหมาจึงเป็นต้องกำจัดเห็บหมัดบริเวณนอกบ้านและบนตัวสุนัขอย่างสม่ำเสมอนอกจากจะเป็นการป้องกันโรคพยาธิเม็ดเลือดโดยมีเห็บเป็นพาหะในน้องหมาแล้ว ยังต้องกำจัดเห็บหมัดในตัวบ้านด้วยโดยเฉพาะตามซอกหลีบต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มากัดแม่ท้อง

หลายคนอาจกลัวว่าเห็บหมัดสุนัขและแมวจะมากัดกินสูบเลือดคนเหมือนที่ทำกับสุนัข โดยเฉพาะครอบครัวที่มีแม่ท้องและกำลังจะมีสมาชิกใหม่เพิ่ม แต่ในความเป็นจริงเห็บหมัดทำได้แค่กัดคน อาจทำให้มีอาการแพ้คัน เป็นผื่นบวมแดงได้เท่านั้นแต่ไม่อาจเกาะกินสูบเลือดคนได้นานจนป่วยเหมือนที่ทำกับน้องหมาได้ค่ะ ดังนั้นเลิกกังวลใจได้เลยแล้วเปลี่ยนมาใส่ใจกับการกำจัดเห็บหมัดบนตัวน้องหมาและบริเวณบ้านให้มากขึ้นดีกว่า

  1. อย่าเก็บอึน้องหมาเอง

เพราะอาจมีโอกาสรับเชื้อโรคหรือพยาธิในอึน้องหมาได้ ให้สามีหรือสมาชิกคนอื่นในบ้านทำแทนจะดีกว่า และหากคุณแม่ชอบทำงานบ้านหรือทำสวนควรสวมถุงมือทุกครั้งเพราะอาจไปสัมผัสกับฉี่หรืออึน้องหมาโดยอังเอิญทำให้สัมผัสเชื้อโรคได้เหมือนกัน

  1. เพิ่มความระมัดระวังขณะเล่นกับน้องหมา

หากคุณแม่เลี้ยงน้องหมาไซส์เล็กก็สามารถทำกิจกรรมแบบเดิมเหมือนก่อนตั้งท้องพาไปเดินเล่นได้ตามปรกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการอุ้มน้องหมาในช่วงที่ท้องโตมากๆ เพราะอาจทำให้ปวดหลังได้ แต่สำหรับหมาใหญ่ควรให้สมาชิกคนอื่นพาออกไปเดินเล่นแทนและคุณแม่อย่างเล่นแรงๆกับน้องหมา เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ และควรล้างมือทุกครั้งที่เล่นหรือสัมผัสตัวน้องหมา

ทำได้ตาม 6 ข้อนี้ก็ช่วยให้คุณแม่ท้องที่มีลูกสี่ขาอยู่แล้วพอจะคลายกังวลใจและหาหนทางปรับเปลี่ยนและนำไปใช้กับครอบครัวตัวเองได้ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือควรปรึกษาสมาชิกในครอบครัว ทำความเข้าใจให้ตรงกันเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติตัวกับน้องหมาให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันได้ก็จะยิ่งเป็นผลดีเพียงเท่านี้ก็อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข คุณแม่แฮปปี้ไม่ต้องทิ้งขว้างลูกหมาสุดที่รักให้เป็นภารของสังคมแล้วล่ะค่ะ

 

แหล่งข้อมูล

https://www.dogilike.com/content/caring/2732/

http://www.thelist.com/75085/7-pieces-advice-listen-pregnant-7-shouldnt/

http://www.thaihealth.or.th

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

daawchonlada

app info
get app banner