TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ฉีดวัคซีนหัดเยอรมันก่อนตั้งครรภ์กันไว้ดีกว่าแก้

บทความ 3 นาที
ฉีดวัคซีนหัดเยอรมันก่อนตั้งครรภ์กันไว้ดีกว่าแก้

การเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ถือเป็นสิ่งที่ดี โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนหัดเยอรมันป้องกันไว้ก่อน เพราะถ้าเกิดเป็นหัดเยอรมันขึ้นมาตอนท้องโอกาสเสี่ยงที่ทารกจะพิการมีมากกว่า 50% ทีเดียว ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักโรคหัดเยอรมันกันก่อนดีกว่านะคะ

ทำความรู้จักโรคหัดเยอรมัน

โรคหัดเยอรมันเป็นไวรัส RNA จัดอยู่ในกลุ่ม Paramyxovirus ที่ติดจากการสัมผัสโดยตรงต่อสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกและปากของผู้ติดเชื้อ มีระยะฟักตัวประมาณ 14-21 วัน  หลังจากสัมผัสเชื้อโรคโดยระยะเวลาแพร่กระจายเร็ว คือ 7 วันก่อนที่จะมีผื่นขึ้น  จนถึง 7 วันหลังจากที่ผื่นขึ้น

อาการโรคหัดเยอรมัน

จะพบว่ามีไข้ต่ำ ๆ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ  ปวดศีรษะ  ตาแดง  คออักเสบ  จากนั้นและมีผื่นแดงเล็ก ๆ ขึ้นตามตัว  และจะมีต่อมน้ำเหลืองโตมักจะเป็นบริเวณหลังหูและลำคอ  นอกจากนี้ยังพบว่า 1 ใน 3 ของการติดเชื้อจะไม่แสดงอาการใด ๆ

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ได้รับเชื้อหัดเยอรมันเนื่องจากก่อนตั้งครรภ์คุณแม่ไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไว้ก่อน  เชื้อจะติดต่อถึงทารกในครรภ์ได้และมีความเสี่ยงสูงที่ทารกจะพิการแต่กำเนิด

การวินิจฉัยของแพทย์

ภาวการณ์ติดเชื้อหัดเยอรมันจากอาการต่าง ๆ อาจสังเกตได้ยากและมีความแม่นยำค่อนข้างต่ำ  เนื่องจากการแสดงอาการต่าง ๆ สามารถพบได้ในโรคติดเชื้ออื่น ๆ ด้วย  ซึ่งคุณแม่ที่ตั้งครรภ์อยู่นั้นและมีประวัติการสัมผัสโรคหัดเยอรมันในช่วงอายุครรภ์ก่อน 16 สัปดาห์ และได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อหัดเยอรมัน  โดยการตรวจในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์มักจะตรวจพบได้ในวันที่ 5 หลังจากที่ผื่นขึ้น  ทั้งนี้เพื่อช่วยในการตัดสินใจในการดูแลต่อไป

การป้องกันโรคหัดเยอรมัน

1.โรคหัดเยอรมันสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน MMR โดยฉีดครั้งแรกเมื่ออายุ 9 – 15 เดือน  ครั้งที่ 2 เมื่ออายุ 4 – 6 ปี

2.กรณีหญิงที่แต่งงานหรือมีความตั้งใจจะมีบุตร  หากยังไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน  ควรฉีดก่อนตัดสินใจตั้งครรภ์อย่างน้อย 28 วัน  และในระหว่างที่ฉีดนี้ควรคุมกำเนิดไว้ก่อน

3.ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัดเยอรมันควรหยุดเรียนหรือลางาน  พักผ่อนอยู่บ้านเป็นเวลา 7 วัน หลังจากที่ผื่นขึ้นเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปสู่ผู้อื่น

4.ทารกที่คลอดออกมาและได้รับการวินิจว่าเป็นโรคหัดเยอรมันตั้งแต่กำเนิด ควรหลีกเลี่ยงการพาไปที่สาธารณะจนถึงอายุ 1 ปีเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น  เนื่องจากเด็กทารกนี้จะมีเชื้อไวรัสอยู่ในตัว

5.ผู้ที่เคยติดเชื้อหัดเยอรมันหรือผู้ที่ฉีดวัคซีนโรคหัดเยอรมันมาแล้วจะมีภูมิคุ้มไปตลอดชีวิต  แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะติดเชื้อหัดเยอรมันได้อีกแต่จะไม่แสดงอาการออกมา

มาดูกันต่อว่าการฉีดวัคซีนหัดเยอรมันควรทำเมื่อไร  และหากไม่ได้ฉีดและตั้งครรภ์จะมีผลต่อทารกในครรภ์อย่างไร >>

ฉีดวัคซีนหัดเยอรมันก่อนตั้งครรภ์กันไว้ดีกว่าแก้

หัดเยอรมันเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัส อาการโดยทั่วไปจะคล้ายโรคหวัด คือ มีไข้ และมีผื่นขึ้นตามตัว หากคุณแม่ตั้งครรภ์เกิดเป็นโรคนี้ขึ้นมาในช่วงตั้งครรภ์ 3-4 เดือนแรก เชื้อไวรัสจะทำให้เด็กทารกเกิดความพิการในอวัยวะต่าง ๆ ได้ เช่น หู ตา หัวใจ แขน ขา และสมอง

ข้อแนะนำ เมื่อคู่แต่งงานคิดที่จะมีบุตร ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมันแต่เนิ่น ๆ โดยฉีดแล้วควรเว้นระยะการมีบุตรออกไป 3 เดือน ทั้งนี้เพื่อให้วัคซีนหัดเยอรมันสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย เนื่องจากวัคซีนเชื้อไวรัสหัดเยอรมันที่นำมาฉีดนั้นเป็นชนิดวัคซีนเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ถูกทำให้อ่อนแรง เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาภายใน 60 วัน และเชื้อไวรัสจะถูกทำลายจนหมด ภูมิคุ้มกันชนิดนี้จะอยู่คงทนในร่างกายและเมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัสหัดเยอรมันเข้ามา ระบบภูมุคุ้มกันจะทำลายไวรัสได้ จึงไม่ก่อให้เกิดโรคและคุ้มครองได้ตลอดชีวิตของคุณแม่

หากตั้งครรภ์แล้วแต่ไม่ได้ฉีดวัคซีนหัดเยอรมัน
หากตั้งครรภ์ในช่วง 3 เดือนแรกคุณแม่ต้องระมัดระวังตัวเองให้มาก ควรหลีกเลี่ยงสถานที่สาธารณะหรือหลีกเลี่ยงผู้ที่มีเชื้อหวัดไอ จาม เพราะนั่นอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของหัดเยอรมันได้ เพราะหากได้รับเชื้อในช่วง 3-4 เดือนมีอัตราเสี่ยงสูงที่ทารกจะคลอดออกมาพิการได้

กรณีในช่วงไตรมาสสุดท้ายเกิดเป็นโรคหัดเยอรมันขึ้นมา ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะโรคนี้จะไม่สามารถทำให้ทารกในครรภ์ผิดปกติได้ เพราะร่างกายของลูกเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว อย่างไรก็ตามควรพูดคุยปรึกษาแพทย์ที่ดูแลเพื่อความสบายใจดีกว่าค่ะ
จะเห็นว่าโรคหัดเยอรมันเป็นโรคที่น่ากลัวสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในช่วงที่ทารกในครรภ์กำลังเจริญเติบโตในช่วง 3 – 4 เดือนแรก อย่างไรก็ตามกันไว้ดีกว่าแก้ เมื่อคู่แต่งงานวางแผนที่จะมีบุตร คุณผู้หญิงควรไปปรึกษาแพทย์และฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมันเสียก่อน แต่อย่าลืมนะคะต้องคุมกำเนิดก่อนเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้เชื้อจากวัคซีนสร้างภูมิต้านทานในร่างกาย หลังจากนั้นการตั้งครรภ์ก็จะหายห่วงปลอดโรคหัดเยอรมันแน่นอนค่ะ

อ้างอิงข้อมูลจาก mothersdigest.in.th

อ่านบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ก่อนตั้งครรภ์ต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง

เตรียมความพร้อมอย่างไรเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

มิ่งขวัญ ลิรุจประภากร

  • หน้าแรก
  • /
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • /
  • ฉีดวัคซีนหัดเยอรมันก่อนตั้งครรภ์กันไว้ดีกว่าแก้
แชร์ :
  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
    บทความจากพันธมิตร

    เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
    บทความจากพันธมิตร

    เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว