TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2026
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2026TAP Awards 2026
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

พ่อแม่เตรียมระวังได้เลย 6 โรคติดเชื้อต้อนรับเปิดเทอม เช็คลูกให้ดีหลังเลิกเรียน

บทความ 5 นาที
พ่อแม่เตรียมระวังได้เลย 6 โรคติดเชื้อต้อนรับเปิดเทอม เช็คลูกให้ดีหลังเลิกเรียน

ป่วยบ่อย หยุดเรียน หาหมอกันเป็นว่าเล่น พ่อแม่เตรียมตัวได้เลย 6 โรคติดเชื้อต้อนรับเปิดเทอม เช็คลูกให้ดีหลังเลิกเรียน

ถึงเวลาเปิดเทอมแล้ว นอกจากข้าวของเครื่องใช้ที่ต้องเตรียมไว้ให้ลูกน้อย เรื่องสุขภาพก็สำคัญโดยเฉพาะเด็กในวัยอนุบาล ช่วง 2 – 5 ขวบ เป็นช่วงที่เด็กยังมีภูมิต้านทานไม่แข็งแรงพอ ยิ่งเวลาที่เด็กรวมกันเยอะๆในโรงเรียนแล้ว การแพร่กระจายของเชื้อต่างๆจึงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เรามาดูกันว่า 6 โรคติดเชื้อต้อนรับเปิดเทอม ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าระวังมีอะไรบ้าง

โรคติดเชื้อต้อนรับเปิดเทอม

6 โรคติดเชื้อต้อนรับเปิดเทอม

#1 ไข้หวัดใหญ่

ในช่วงนี้ที่เด็ก ๆ เริ่มกลับมาเปิดเทอมกัน บวกกับช่วงนี้ที่เป็นช่วงฤดูฝน ก็ต้องหนีไม่พ้นกับโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งโรคนี้สามารถติดเชื้อได้จากการหายใจเอาเชื้อโรคที่อยู่ในอากาศเข้าไปในร่างกาย หรือจากการที่เด็กอาจไปสัมผัสกับสารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ หรืออาจติดต่อจากการใช้สิ่งของร่วมกับเด็กคนอื่นที่เป็นไข้หวัดใหญ่ โรคไข้หวัดใหญ่นี้สามารกเป็นได้ตลอดทั้งปี และผู้ป่วยที่พบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่เยอะที่สุดคือเด็กอายุไม่เกิน 4 ขวบ ยิ่งเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัดหรือสถานที่คนเยอะ โอกาสติดเชื้อก็จะยิ่งมากขึ้น โดยเฉพาะกับเด็กที่มีร่างกายไม่แข็งแรง

 

อาการ

เด็กที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่จะมีอาการไข้สูง คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอจาม หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว และอ่อนเพลีย หากอาการไม่รุนแรงมากก็จะสามารถหายได้ภายใน 5 – 7 วัน แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรไว้วางใจ เพราะไข้หวัดใหญ่สามารถเกิดอาการแทรกซ้อนอื่นที่รุนแรงได้ เช่นปอดบวม สมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ตับอักเสบ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

#2 ไข้เลือดออก

เป็นอีกหนึ่งโรคระบาด ที่เกิดขึ้นทุกปีในช่วงฤดูฝน ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ล้วนเป็นเด็กนักเรียน ตั้งแต่ 5-14 ปี จากผลการสำรวจ พบว่าแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่สูงสุด คือในกลุ่มโรงเรียน จึงแนะนำให้ทุกสถานศึกษาเร่งสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำทุก ๆ สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโรค ไข้เลือดออก

อาการ

ผู้ป่วยจะมีไข้สูง มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว เบื่ออาหาร และอาจพบจ้ำเลือดหรือจุดเลือดออกสีแดง ๆ ตามผิวหนัง หรือมีเลือดออกบริเวณอื่น ๆ เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน หรืออุจจาระมีเลือดปน บางรายอาจมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ซึ่งถ้าหากไข้ไม่ลดใน 1-2 วัน ควรรีบไปพบแพทย์

#3 โรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปากนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสผ่านทางการไอ จาม หรือละอองน้ำมูกจากเด็กที่ป่วย

อาการ

อาการของโรคมือเท้าปากนั้นจะคล้ายกับอาการของโรคอีสุกอีใสคือ มีไข้ อ่อนเพลีย และเบื่ออาหาร แต่ที่สังเกตเห็นได้ชัดเลยก็คือจะมีผื่นหรือจุดแดงขึ้นเฉพาะบริเวณมือ เท้า ปาก และจุดแดงๆที่ขึ้นอาจจะกลายเป็นตุ่มน้ำได้ มีแผลในปาก เจ็บคอและปาก (หากเป็นอาการของโรคอีสุกอีใสจะมีผื่นแดง ตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง ตุ่มตกสะเก็ด ขึ้นทั้งตัวพร้อมกับมีไข้ในช่วง 1 – 2 วันแรกที่เป็น) โดยผื่นแดงหรือตุ่มน้ำที่ขึ้นนั้นจะหายไปเองภายใน 10 วัน และไข้ก็จะหายภายใน 3 – 4 วัน แต่บางรายก็อาจจะมีอาการแทรกซ้อนรุนแรงเช่น ปวดหัวมาก แขนขาอ่อนแรง หายใจหอบ หรืออาจชักได้ ต้องรีบไปพบคุณหมอโดยด่วน

#4 ท้องร่วง ท้องเสีย

ท้องร่วง ท้องเสีย เป็นโรคติดเชื้อที่พบบ่อยที่สุดของเด็กเล็ก สาเหตุของโรคนั้นมาจากการที่เด็กกินอาหาร หรือดื่มน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อน แม้แต่การหยิบของเล่นสกปรกๆเข้าปาก ก็เป็นสาเหตุทำให้เจ้าตัวเล็กเกิดอาการท้องร่วง ท้องเสีย ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ รวมไปถึงคุณครูควรสอนให้เด็กล้างมือด้วยสบู่และน้ำให้สะอาดทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ และทุกครั้งก่อนหยิบจับอาหาร

อาการ

เด็กจะถ่ายเหลวเป็นน้ำมากกว่า 3 ครั้ง หรืออาจจะมีถ่ายเป็นมูกหรือเลือดปน โดยปกติแล้วอาการเริ่มต้นจะไม่รุนแรงมากนัก ควรให้ลูกดื่มน้ำมากๆ หรือให้ดื่มน้ำผสมเกลือแร่เพื่อไม่ให้ร่างกายอ่อนเพลียเพราะขาดเกลือแร่ แต่ถ้าอาการรุนแรงต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะเด็กจะขาดน้ำ ทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

#5 อีสุกอีใส

โรคอีสุกอีใสเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อกันได้จากการหายใจรดกัน ไอ จาม หรือแม้แต่การสัมผัสหรือการใช้ของร่วมกับเด็กคนอื่นๆก็ทำให้ติดเชื้อโรคนี้ได้แล้ว

อาการ

หลังจากที่เด็กได้รับเชื้อ จะมีระยะที่เชื้อฟักตัวประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ จากนั้นจะเริ่มแสดงอาการต่างๆเช่น เริ่มมีผื่นขึ้นที่ลำตัว ใบหน้า แขนขา มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หลังจากนั้นผื่นจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสๆนูนขึ้นมาและมีอาการคันร่วมด้วย หลังจากนั้นประมาณ 2 – 4 วัน ตุ่มก็จะตกสะเก็ด หากลูกของคุณมีอาการของโรคอีสุกอีใส ควรให้ลูกหยุดเรียนเพื่อที่จะได้ไม่ไปแพร่เชื้อให้กับเด็กคนอื่น และไม่ควรแคะ แกะ เกา เพราะอาจทำให้ตุ่มเหล่านี้มีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนและกลายเป็นแผลเป็นได้ คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลรักษาความสะอาดของลูก ใช้สบู่ฟอกทำความสะอาดแผล และล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ

#6 โรคตาแดง

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจมองข้ามโรคนี้ไปเพราะคิดว่าโรคนี้ไม่ค่อยรุนแรง แต่ความจริงแล้ว หากปล่อยไว้โดยไม่รีบรักษาก็อาจทำให้ตาของลูกถึงกับบอดได้เลย โดยเชื้อโรคนี้ติดต่อกันได้ง่ายมาก แค่ใกล้ชิด สัมผัสกับผู้ป่วย หรือแค่ปล่อยให้แมลงหวี่ แมลงวันตอมที่ตาก็มีโอกาสเป็นโรคตาแดงได้แล้ว เชื้อโรคตาแดงนี้มักจะระบาดหนักในโรงเรียน สระว่ายน้ำ หรือที่มีผู้คนแออัด

อาการ

เด็กที่ติดเชื้อโรคตาแดงจะมีขี้ตามากในช่วงเช้า น้ำตาไหล เจ็บ แสบ หรือเคืองตา และเชื้อไวรัสนี้จะทำให้เยื่อบุตาภายในหนังตาเกิดการอักเสบ บวม ทำให้ตาแดง

 

พ่อแม่เตรียมระวังได้เลย 6 โรคติดเชื้อต้อนรับเปิดเทอม เช็คลูกให้ดีหลังเลิกเรียน

 

การเปิดเทอมเป็นช่วงที่เด็ก ๆ กลับมาพบปะสังสรรค์กันอีกครั้ง ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลเอาใจใส่บุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องสุขอนามัย ด้วยความเอาใจใส่และดูแลอย่างใกล้ชิด เด็ก ๆ จะมีสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัยจากโรคติดต่อ และพร้อมสำหรับการเรียนรู้ต่อไป นอกจากนี้ โรงเรียนควรมีมาตรการป้องกันโรคติดต่อที่เข้มงวด เช่น ทำความสะอาดสถานที่อย่างสม่ำเสมอ จัดให้มีอ่างล้างมือให้เพียงพอ และดูแลเด็ก ๆ อย่างใกล้ชิด ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เด็ก ๆ จะมีสุขภาพที่ดี ปลอดภัย และมีความสุขในช่วงเปิดเทอม

 

ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย พญ.สุธิดา ชินธเนศ

กุมารแพทย์โรคระบบการหายใจในเด็ก รพ.วิมุต

พญ.สุธิดา ชินธเนศ กุมารแพทย์โรคระบบการหายใจในเด็ก รพ.วิมุต

 

ที่มา: กรมควบคุมโรค, Springnews, สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี, โรงพยาบาลวิมุต

บทความอัปเดตล่าสุด พฤษภาคม 2569

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

สอนลูกแบบนี้ โตขึ้นเป็นเศรษฐีแน่นอน

เช็คด่วน! รูเล็กๆข้างหูของลูก สัญญาณร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

เปิดเทอมนี้ ระวังโควิด! หมอยงแนะมาตรการ ป้องกันโควิด-19 ในโรงเรียน

บทความจากพันธมิตร
ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
เมื่อ "ลูกเลือกกิน และป่วยบ่อย" ไม่ใช่เรื่องต้องท้อใจ… ชวนคุณแม่เลือก วิตามินเด็กเสริมภูมิคุ้มกัน จากสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ธรรมชาติ
เมื่อ "ลูกเลือกกิน และป่วยบ่อย" ไม่ใช่เรื่องต้องท้อใจ… ชวนคุณแม่เลือก วิตามินเด็กเสริมภูมิคุ้มกัน จากสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ธรรมชาติ
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

P.Veerasedtakul

  • หน้าแรก
  • /
  • สุขภาพ
  • /
  • พ่อแม่เตรียมระวังได้เลย 6 โรคติดเชื้อต้อนรับเปิดเทอม เช็คลูกให้ดีหลังเลิกเรียน
แชร์ :
  • แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

    แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

  • ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
    บทความจากพันธมิตร

    ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV

  • ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

    ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

  • แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

    แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

  • ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
    บทความจากพันธมิตร

    ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV

  • ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

    ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam
India flag
India

Partner Brands

VIP ParentsMama's ChoiceLittle ReiMothersworkTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว