TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2026
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2026TAP Awards 2026
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

โรคคางทูม ลูกมีไข้ ปวดและบวมบริเวณหน้าหู

บทความ 3 นาที
โรคคางทูม ลูกมีไข้ ปวดและบวมบริเวณหน้าหู

น้องเจ อายุ 5 ปี มาพบหมอด้วยอาการ มีไข้ ร่วมกับปวดและบวมบริเวณหน้าหู ทั้ง 2 ข้าง คุณพ่อสงสัยว่าจะเป็นคางทูม ซึ่งหลังจากที่หมอได้ซักถามอาการและตรวจร่างกาย ก็เห็นด้วยกับคุณพ่อว่าน้องเจน่าจะเป็นโรคคางทูมจริงๆ

โรคคางทูม ลูกมีไข้ ปวดและบวมบริเวณหน้าหู

แก้มบวมเกิดจากอะไร โรคคางทูม ลูกมีไข้ ปวดและบวมบริเวณหน้าหู …ช่วงสัปดาห์นี้ หมอได้เจอเด็กๆ ในวัยเรียนเป็นโรคคางทูมกันหลายคน จึงอยากจะมาทบทวนเรื่องนี้ ให้คุณพ่อคุณแม่ได้มีความรู้ความเข้าใจกันนะคะ

โรคคางทูมคืออะไร?

โรคคางทูม (mumps) เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบติดเชื้อของต่อมน้ำลายบริเวณกกหู จนเห็นเป็นอาการบวมนูนของคางจึงเรียกว่า “คางทูม” ซึ่งมักพบในเด็กปฐมวัยขึ้นไปจนถึงวัยเรียน มักจะพบผู้ป่วยได้บ่อยในฤดูหนาวและในต้นฤดูร้อน

โรคคางทูมเกิดจากอะไร?

โรคคางทูมเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ชื่อ Mumps virus ก่อให้เกิดอาการบวมจากการอักเสบของต่อมน้ำลายชื่อ ต่อมพาโรติด (Parotid glands) บริเวณกกหูเหนือขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง ซึ่งสามารถติดต่อได้จากระบบทางเดินหายใจ หรือสัมผัสน้ำลายของผู้ป่วย เช่น ใช้ภาชนะร่วมกันในการ กินน้ำ และอาหาร

อาการของโรคคางทูมเป็นอย่างไร?

ผู้ป่วยโรคนี้จะเริ่มป่วยด้วยอาการมีไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร จากนั้น 2-3 วันต่อมาจะเริ่มเจ็บและบวมบริเวณหน้าหู อาจมีอาการข้างใดข้างหนึ่งก่อน ต่อมาจึงลามเป็นทั้ง 2 ข้าง

อาการบวมจะเป็นอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นจะค่อยๆยุบหายไปได้เอง ผู้ป่วยบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น อัณฑะอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ สมองอักเสบ ซึ่งพบได้ไม่บ่อยในเด็ก เมื่อเทียบกับวัยรุ่น และผู้ใหญ่ หากมีประวัติเป็นคางทูมมาภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ ก่อนเกิดอาการปวด บวม บริเวณถุงอัณฑะ, ปวดท้องหรือปวดศีรษะมาก ควรรีบไปพบคุณหมอเพื่อการวินิจฉัย รักษา นะคะ

คุณหมอสามารถให้การวินิจฉัยคางทูมได้อย่างไร?

เนื่องจากโรคนี้มีอาการที่เป็นลักษณะชัดเจน คุณหมอจึงสามารถให้การวินิจฉัยจากประวัติ อาการ และอาการแสดงของการเจ็บป่วย และการตรวจร่างกายได้ทันที โดยอาจจะมีการตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการบางอย่างตามความเหมาะสม หรือมีข้อบ่งชี้ เช่น สงสัยอาการคางบวมจากโรคอื่นๆ ได้ การวินิจฉัยโรคที่จำเพาะ คือจากการตรวจหาเชื้อไวรัส จากน้ำลาย จากสารคัดหลั่ง หรือ ตรวจเลือดหาระดับสารภูมิต้านทาน ของเชื้อไวรัสคางทูม

การรักษาโรคคางทูมทำได้อย่างไร?

เนื่องจากคางทูมเกิดจากเชื้อไวรัส จึงไม่มีวิธีรักษาเฉพาะเจาะจง นอกจากการรักษาตามอาการ เช่น ยาแก้ปวดลดไข้ พาราเซตามอล บ้วนปากด้วยน้ำเกลือบ่อยๆ รับประทานอาหารอ่อน และสังเกตอาการ หากมีอาการ ไข้สูง ปวดศีรษะมาก คอแข็ง ปวดท้องมาก ทานไม่ได้ ซึมลง ควรรีบไปพบคุณหมอ เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ค่ะ

การป้องกันโรคคางทูมทำได้อย่างไร?

โชคดีที่เรามีวัคซีนป้องกันโรคคางทูมได้ โดยเป็นวัคซีนเข็มรวม หัด-หัดเยอรมัน-คางทูม ทำให้อุบัติการณ์ของโรคลดลงมาก ในปัจจุบัน นอกจากนั้นก็ควรส่งเสริมให้เด็กๆรู้จักการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย หากเด็กเป็นโรคคางทูมก็หยุดโรงเรียน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

โดยทั่วไปเมื่อเป็นคางทูมแล้วมักจะไม่เป็นซ้ำเพราะ ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรคนี้ได้ตลอดชีวิต แต่มีรายงานผู้ป่วยบางรายติดเชื้อได้อีก โดยที่อาการมักไม่รุนแรงและไม่ค่อยเกิดผลข้างเคียง

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กรมควบคุมโรคเตือนพ่อแม่ ระวังเด็กเล็กป่วยเป็นโรคหัด

พาลูกฉีดวัคซีนเรื่องไม่เล็กที่พ่อแม่ควรรู้

 

บทความจากพันธมิตร
ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
เมื่อ "ลูกเลือกกิน และป่วยบ่อย" ไม่ใช่เรื่องต้องท้อใจ… ชวนคุณแม่เลือก วิตามินเด็กเสริมภูมิคุ้มกัน จากสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ธรรมชาติ
เมื่อ "ลูกเลือกกิน และป่วยบ่อย" ไม่ใช่เรื่องต้องท้อใจ… ชวนคุณแม่เลือก วิตามินเด็กเสริมภูมิคุ้มกัน จากสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ธรรมชาติ
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

รศ. พญ. รวีรัตน์ สิชฌรังษี

  • หน้าแรก
  • /
  • สุขภาพ
  • /
  • โรคคางทูม ลูกมีไข้ ปวดและบวมบริเวณหน้าหู
แชร์ :
  • แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

    แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

  • ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
    บทความจากพันธมิตร

    ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV

  • ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

    ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

  • แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

    แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

  • ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
    บทความจากพันธมิตร

    ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV

  • ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

    ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam
India flag
India

Partner Brands

VIP ParentsMama's ChoiceLittle ReiMothersworkTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว