TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

เคล็ดลับบำรุงสมอง และเตรียมร่างกายลูกรักให้แข็งแรง พร้อมสำหรับการเรียนรู้อยู่เสมอ

บทความ 5 นาที
เคล็ดลับบำรุงสมอง และเตรียมร่างกายลูกรักให้แข็งแรง พร้อมสำหรับการเรียนรู้อยู่เสมอ

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่น่าวางใจ ทำให้เด็ก ๆ ต้องอดไปโรงเรียน งดออกไปเล่นสนุก และไม่ได้ทำกิจกรรมนอกบ้านเป็นเวลานานหลายเดือน แม้ขณะนี้ทางโรงเรียนจะเริ่มมีการสอนออนไลน์กันบ้างแล้ว แต่การอยู่บ้านนาน ๆ ก็ส่งผลให้เจ้าตัวเล็กออกอาการเบื่อหน่าย และไม่ให้ความร่วมมือในการเรียนการสอนผ่านสื่อออนไลน์เท่าตอนไปโรงเรียน

เชื่อว่าหลาย ๆ บ้าน น่าจะกำลังประสบปัญหาลูก ๆ ไม่ให้ความร่วมมือในการเรียนออนไลน์เท่าไรนัก แม้ว่าผู้ปกครองจะพยายามเข้ามามีส่วนร่วมเรียนรู้พร้อมเจ้าตัวเล็ก แต่ก็ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร วันนี้จึงหยิบ เคล็ดลับบำรุงสมอง เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็ก ๆ สนใจเรียนรู้ในทุกสถานการณ์มาฝาก ดังนี้

5 เคล็ดลับบำรุงสมอง ช่วยให้ลูกรักพร้อมเรียนรู้อยู่เสมอ

เคล็ดลับบำรุงสมอง

 

1. ทานอาหารที่มีประโยชน์

เด็กวัยเรียนจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมองและร่างกาย คุณแม่ควรดูแลให้ลูกรักทานอาหารครบมื้อครบหมู่ และมีสารอาหารหลากหลาย เพื่อนำไปบำรุงสมอง ให้สามารถเรียนรู้ได้ดี จดจำแม่นยำ มีสมาธิ และบำรุงร่างกายให้มีพลังงาน มีความกระปรี้กระเปร่า พร้อมเรียนรู้ตลอดวัน

2. ฝึกสมาธิ

การมีสมาธิช่วยให้เรียนรู้ จดจำ และเข้าใจบทเรียนต่าง ๆ ได้ดีขึ้น พ่อแม่ควรเข้าใจธรรมชาติของเด็ก ๆ ว่าแต่ละวัยมีความสามารถในการมีสมาธิจดจ่ออยู่กับบทเรียนตรงหน้าได้นานแค่ไหน หากสังเกตุเห็นว่าลูกเริ่มขาดสมาธิ อาจชวนพูดคุย นอนเล่น พักกินขนม สัก 10-15 นาที เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ผ่อนคลาย จะช่วยให้ลูกพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ด้วยสมองที่ปลอดโปร่งขึ้นกว่าเดิม

3. จดบันทึก

การจดบันทึกประจำวัน ช่วยให้ลูกมีทักษะการเขียน การจัดลำดับความคิด ทั้งยังเป็นการทบทวนความจำที่ดี นอกจากนี้ พ่อแม่อาจสอนให้ลูกลองจัดตารางเรียนของตัวเองในวันรุ่งขึ้น เพื่อฝึกฝนให้ลูกรู้จักวางแผน และฝึกความมีวินัยไปในตัว

4. ออกกำลังกาย

หลังจากนั่งเรียนมาหลายชั่วโมง คุณพ่อคุณแม่ควรชวนเด็ก ๆ ออกมาเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 วัน การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นให้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทำงานเต็มที่ ช่วยให้เลือดหมุนเวียนไปยังสมองและส่วนต่าง ๆ และผ่อนคลายความเครียดได้ดี นอกจากนี้บริหารร่างกายง่าย ๆ อย่าง การวิ่งเล่น ปีนป่าย ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

เด็กวัยเรียนควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 9-12 ชั่วโมง พ่อแม่ควรฝึกให้เด็ก ๆ เข้านอนและตื่นเป็นเวลา เพื่อสร้างกิจวัตรประจำวันที่เหมาะสมกับวัยเรียน เพราะหากปล่อยให้ลูกนอนดึก หรือตื่นสาย จะทำให้ปรับตัวยากเมื่อต้องไปโรงเรียน รวมทั้งส่งผลให้มีอาการง่วงเหงาหาวนอนในระหว่างเรียน ทำให้ไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่

ยิ่งช่วงสถานการณ์โควิด-19 แบบนี้ พ่อแม่ควรสอดแทรกเรื่องการดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าตัวร้าย ที่สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสละอองน้ำลาย เพื่อให้เด็ก ๆ รู้จักการป้องกันตัวเองเมื่อต้องออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน โดยกำชับให้ลูกสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอลล์เจลเสมอ หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในที่ชุมชนโดยไม่จำเป็น และนอกจากการให้เจ้าตัวเล็ก ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว เพิ่มความอุ่นใจด้วยการหาอาหารเสริมที่เป็นเครื่องดื่มสำหรับเด็ก ก็มีส่วนสำคัญในการทำให้เด็กๆพร้อมสำหรับทุกการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน

 

สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดผสมนม รสช็อกโกแลต ดื่มตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน

เคล็ดลับบำรุงสมอง

 

อร่อย ดื่มง่าย ได้ประโยชน์ในทุกๆเช้า สำหรับทุกๆการเรียนรู้  สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดผสมนม ผสานคุณค่าของซุปไก่สกัด เข้ากับ นม มี ดีเอชเอ   โอเมก้า 3 พร้อมวิตามินบีคอมเพล็กซ์ 8 ชนิด ได้แก่ B1, B2, B6, B12 กรดแพนโทธินิค, โฟเลท, ไนอะซิน และไบโอติน รสชาติอร่อยแถมได้คุณประโยชน์เต็มๆ

 

สก๊อต คิตซ์ ช็อกโก ซุปไก่สกัด ดื่มก่อนเข้านอนทุกวัน

เคล็ดลับบำรุงสมอง

 

และเพื่อให้ลูกพร้อมสำหรับเช้าวันใหม่ อย่างสดใส ช่วงเวลากลางคืน ถือเป็นช่วงที่สมองของเด็กๆ จะได้พักผ่อน เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี เติบโตอย่างสมวัย ก่อนเด็กๆ เข้านอน ให้คุณแม่เตรียม สก๊อต คิตซ์ ช็อกโก ซุปไก่สกัด สำหรับเด็ก ให้ลูกดื่มก่อนเข้านอน  เมื่อเด็กๆได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ เด็กๆจะตื่นเช้ามาด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม พร้อมสำหรับทุกการเรียนรู้ในทุกๆวัน

สก๊อต คิตซ์ ช็อกโก ซุปไก่สกัดสำหรับเด็ก เป็น ซุปไก่สกัดที่อร่อย ดื่มง่าย ไม่มีกลิ่นคาวของซุปไก่สกัด มีโอเมก้า 3   ดีเอชเอ  พร้อมวิตามินบี 12 ที่มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมองของเด็กๆ

เด็กๆ สามารถดื่มได้ทุกวัน กับ สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดผสมนม ดื่มตอนเช้า และ สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัด ดื่มก่อนนอน เตรียมพร้อมที่จะเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนได้ในทุกๆ วัน

 

สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดผสมนม รสช็อกโกแลต สำหรับดื่มตอนเช้า และ สก๊อต คิตซ์ ช็อกโก ซุปไก่สกัด สำหรับดื่มก่อนเข้านอนทุกวัน

เคล็ดลับบำรุงสมอง

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • เด็กก่อนวัยรุ่น
  • /
  • เคล็ดลับบำรุงสมอง และเตรียมร่างกายลูกรักให้แข็งแรง พร้อมสำหรับการเรียนรู้อยู่เสมอ
แชร์ :
  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • ลูกแยกห้องนอน ควรล็อคประตูห้องหรือไม่? ความเป็นส่วนตัว VS ความปลอดภัย ในครอบครัวไทย

    ลูกแยกห้องนอน ควรล็อคประตูห้องหรือไม่? ความเป็นส่วนตัว VS ความปลอดภัย ในครอบครัวไทย

  • 5 วิธีป้องกันลูกตกเป็นเหยื่อ “ความใคร่เด็ก” ภัยร้ายในคราบผู้ใหญ่ใจดี

    5 วิธีป้องกันลูกตกเป็นเหยื่อ “ความใคร่เด็ก” ภัยร้ายในคราบผู้ใหญ่ใจดี

  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • ลูกแยกห้องนอน ควรล็อคประตูห้องหรือไม่? ความเป็นส่วนตัว VS ความปลอดภัย ในครอบครัวไทย

    ลูกแยกห้องนอน ควรล็อคประตูห้องหรือไม่? ความเป็นส่วนตัว VS ความปลอดภัย ในครอบครัวไทย

  • 5 วิธีป้องกันลูกตกเป็นเหยื่อ “ความใคร่เด็ก” ภัยร้ายในคราบผู้ใหญ่ใจดี

    5 วิธีป้องกันลูกตกเป็นเหยื่อ “ความใคร่เด็ก” ภัยร้ายในคราบผู้ใหญ่ใจดี

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว