TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ลูกเป็นไฮเปอร์แน่ ถ้าให้กินน้ำตาลมากขนาดนี้ อย่าให้ลูกติดหวาน เลยนะแม่ๆ

บทความ 3 นาที
ลูกเป็นไฮเปอร์แน่ ถ้าให้กินน้ำตาลมากขนาดนี้ อย่าให้ลูกติดหวาน เลยนะแม่ๆ

ลูกเป็นไฮเปอร์แน่ ถ้าให้กินน้ำตาลมากขนาดนี้ อย่าให้ลูกติดหวาน เลยนะแม่ๆ กินน้ำตาลมากไปฟันผุ แถมติดหวานเสี่ยงน้ำหนักเกิน เป็นโรคอ้วน ลูกจะสุขภาพไม่ดีเอานะคะ

ลูกเป็นไฮเปอร์แน่ ถ้าให้กินน้ำตาลมากขนาดนี้ อย่าให้ลูกติดหวาน เลยนะแม่ๆ

ลูกเป็นไฮเปอร์แน่ ถ้าให้กินน้ำตาลมากขนาดนี้ อย่าให้ลูกติดหวาน เลยนะแม่ๆ เด็กไทยส่วนใหญ่จะติดหวานนะคะ แม้กระทั่งคนรุ่นพ่อแม่ที่เป็นเจนวายเอง ส่วนใหญ่ก็เติบโตกันมากับอาหารที่เติมน้ำตาลไปเสียทุกอย่าง แต่ในวัันที่เราเป็นพ่อแม่ของลูกๆ น้ำตาลแค่ไหนละถึงเรียกว่าไม่มากเกินไป

หว๊าน หวาน ไป ก็ไม่ใช่จะดี 

น้ำตาลตามธรรมชาติ ที่มีอยู่ในผักและผลไม้ เป็นน้ำตาลที่เราสามารถกินได้พอประมาณค่ะ ไม่จำเป็นต้องกังวลเท่าใดนัก ที่น่ากังวัลก็คือน้ำตาลที่เราเติมเข้าไปอีก เช่น ใส่ในอาหาร ใส่ในเครื่องดื่มนั้น ไม่ควรจะเกิน 5% ปริมาณที่แนะนำต่อวัน สำหรับสหราชอาณาจักรเอง พบว่าเด็กๆ มีการบริโภคน้ำตาลต่อวัน อยู่ที่ 12-16% เลยทีเดียวนะคะ

น้ำตาลทำลูกอ้วน 

การกินน้ำตาลมากเกินไป และไม่ได้ใช้งานให้หมด ร่างกายจะเก็บน้ำตาลในรูปแบบของไขมันค่ะ ซึ่งในอนาคตจะทำให้เด็กๆ กลายเป็นโรคอ้วน หรือมีน้ำหนักเกินได้

ลูกเป็นไฮเปอร์แน่ ถ้าให้กินน้ำตาลมากขนาดนี้ อย่าให้ลูกติดหวาน เลยนะแม่ๆ

เด็กๆ สามารถกินน้ำตาลจาก ขนม ของหวาน ลูกอมได้ แต่ไม่ใช่บ่อยๆ เช่น ทุกวันหรือทุกอาทิตย์ค่ะ คุณพ่อคุณแม่อาจจะใช้เป็นรางวัลเมื่อลูกทำความดีได้ แต่ก็ไม่ควรจะให้ลูกกินบ่อยๆ เพราะอะไรที่มีน้ำตาลสูงนั้น มักจะมีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยลงไปด้วย

อ่านต่อ เด็กๆ ควรกินน้ำตาลไม่เกินวันละเท่าไหร่

อาหารแบบนี้ กินบ่อยไม่ดี

  • ซีเรียลเคลือบน้ำตาลทั้งหลาย
  • เค้ก
  • ช็อคโกแลต
  • ขนมหวาน
  • น้ำอัดลม น้ำหวานต่างๆ หรือแม้แต่น้ำผลไม้กระป๋องเองก็ตาม
  • ซอสพาสต้า

คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมคะว่า ปริมาณ 1 ใน 4 ของน้ำตาลที่เด็กๆ ควรได้รับต่อวันนั้นมาจากน้ำอัดลมและน้ำหวาน ที่มีน้ำตาลสูงถึง 9 ช้อนชาเลยนะคะ

ผลเสียของน้ำตาลกับเด็กๆ

ลูกเป็นไฮเปอร์แน่ ถ้าให้กินน้ำตาลมากขนาดนี้ อย่าให้ลูกติดหวาน เลยนะแม่ๆ

บางคนเชื่อว่าปัญหาพฤติกรรมของเด็กๆ มาจากการบริโภคน้ำตาลค่ะ เด็กๆ จะไฮเปอร์มากขึ้นเมื่อได้กินน้ำตาล ทำให้ไม่มีสมาธิเมื่ออยู่ในเวลาเรียน แม้เรื่องนี้จะไม่มีการศึกษาหรืองานวิจัยที่พิสูจน์ได้ว่าจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่เป็นผลเสียแน่ๆ ของเด็กที่ชอบกินของหวานๆ เติมน้ำตาลเยอะๆ นั่นคือ ทำให้ฟันผุค่ะ

บทความจากพันธมิตร
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า

ปริมาณน้ำตาลที่เด็กๆ ควรได้รับต่อวัน

  • เด็กที่ต่ำกว่า 4 ขวบ ไม่ควรเติมน้ำตาลหรือปรุงรสในอาหาร
  • เด็กอายุ 4-6 ปี ไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 19 กรัม หรือ 5 ช้อนชา ต่อวัน
  • เด็กอายุ 7-10 ปี ไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 24 กรัม หรือ 6 ช้อนชา ต่อวัน
  • เด็กอายุ 11 ปีขึ้นไป ไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 30 กรัม หรือ 7 ช้อนชา ต่อวัน

ลดอาหารที่มีน้ำตาลยังไงดี

  • คุณพ่อคุณแม่ควรเปลี่ยนจากซีเรียลเคลือบน้ำตาล หรือนมที่เติมน้ำตาล เป็นซีเรียลตามธรรมชาติที่ได้ความหวานตามธรรมชาติจากการเติมผลไม้สดไปแทนนะคะ
  • เปลี่ยนจากการซื้อเค้ก ขนมอบ ขนมปังกรอบ และขนมหวานให้มีติดบ้าน เป็นถั่วอบแบบไม่เติมเกลือ ผักและผลไม้สด หรืออบแห้ง ธัญพืชต่างๆ หรือชีสแทนค่ะ
  • การปล่อยให้ลูกกินน้ำอัดลมหรือน้ำหวาน มันคือของที่ไม่มีประโยชน์เลยนะคะ ลองทำน้ำผลไม้คั้นสดเอง หรือเอาผลไม้แช่แข็งแล้วเอาออกมาปั่นเป็นไอศกรีมแทนดูนะคะ ทั้งมีวิตามินเกลือแร่ และมีน้ำตาลน้อยกว่าน้ำอัดลมและน้ำหวานอีกนะคะ
  • หากคุณพ่อคุณแม่ทำขนมให้ลูกกินอยู่แล้ว ลองปรับการใช้น้ำตาลเป็นส่วนผสม หาสิ่งอื่นทดแทนความหวาน เช่น หญ้าหวาน หรือผลไม้ที่มีรสหวานอื่นๆ แทนค่ะ
  • สุดท้ายคือการเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็นนะคะ ว่าคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้กินน้ำตาลหรือของหวานเยอะ แล้วเด็กๆ ก็จะทำตามเองค่ะ

ที่มา BBC Good Food

บทความที่น่าสนใจ

เหตุผลที่ไม่ควรปรุงรสอาหารทารก ก่อน 1 ขวบ

ผลการศึกษา เตือนเด็กติดหวานจัดเสี่ยงหัวใจวาย

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิยาพัฐ บุญช่วย

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • ลูกเป็นไฮเปอร์แน่ ถ้าให้กินน้ำตาลมากขนาดนี้ อย่าให้ลูกติดหวาน เลยนะแม่ๆ
แชร์ :
  • ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
    บทความจากพันธมิตร

    ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ

  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

  • ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
    บทความจากพันธมิตร

    ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ

  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว