TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

สัญญาณอันตรายของทารกหลังคลอด แบบนี้ต้องไปหาหมอด่วนที่สุด

บทความ 3 นาที
สัญญาณอันตรายของทารกหลังคลอด แบบนี้ต้องไปหาหมอด่วนที่สุด

ถ้าลูกมีอาการแบบนี้ ไปโรงพยาบาลทันที! อย่างนิ่งนอนใจนะครับ

สัญญาณอันตรายของทารกหลังคลอด

สัญญาณอันตรายของทารกหลังคลอด ที่พ่อแม่มือใหม่ต้องระวัง ถ้าลูกมีอาการแบบนี้ต้องไปหาหมอด่วน อย่างนิ่งนอนใจนะครับ

สัญญาณอันตรายของทารกหลังคลอด จะมีอะไรบ้าง ไปติดตามกันเลยครับ

6 สัญญาณอันตรายของทารกหลังคลอด

1. สีผิว

ปกติแล้ว ทารกแรกเกิดควรมีผิวเป็นสีชมพูแดง แต่ถ้ากดที่ผิวลูก แล้วมีสีออกเหลืองส้มเหมือนทาขมิ้น แบบนี้ควรรีบพาลูกมาพบคุณหมอ แม้ว่าบางครั้ง เด็กอาจมีอาการตัวเหลืองได้ในวันที่ 3 – 5 หลังคลอด แต่จากนั้นก็จะค่อยๆดีขึ้นใน 7 วัน

ดังนั้น ถ้าสังเกตเห็นสัญญาณอันตรายของทารกหลังคลอด ทารกตัวเหลือง สีผิวคล้ายขมิ้นมากขึ้นหรือนานเกิดกว่า 14 วัน โดยเฉพาะทารกที่ไม่ได้กินนมแม่ ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว หากปล่อยไว้นานอาจทำให้ลูกมีอาการผิดปกติ ชักเกร็ง และมีพัฒนาการที่ล่าช้ากว่าเด็กปกติได้

สัญญาณอันตรายของทารกหลังคลอด

2. การดูดนม

เด็กแรกเกิดจะกินนมประมาณ 1 – 2 ออนซ์ ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักตัวของเด็ก และมักจะใช้เวลากินนมครั้งละไม่เกินครึ่งชั่วโมง จากนั้นเด็กก็จะหลับไปประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วตื่นขึ้นมากินนมแม่อีกครั้ง ลูกอาจจะกินนมแม่บ่อย ทุก 1 – 2 ชั่วโมง

หากลูกดูดนมได้น้อยลง มีอาการซึม ร้องกวน ใช้เวลากินนมนานกว่าปกติ หรือดูดนมแล้วมีอาการหอบเหนื่อย ก็ควรรีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์นะครับ

3. การขับถ่าย

ในช่วง 2 – 3 วันแรก ทารกจะถ่ายเป็นสีเทา หลังจากนั้นก็จะค่อยๆถ่ายเป็นสีเหลือง เด็กกินนมแม่บางคนอาจจะถ่ายเป็นฟอง หรือถ่ายมามีลักษณะเป็นเม็ดมะเขือปนน้ำเละๆ หากลูกกินนมแม่ก็จะถ่ายประมาณ 6 – 10 ครั้ง ต่อวัน ถ้ากินนมผสมก็จะถ่ายประมาณ 2 – 3 ครั้ง ต่อวัน ขึ้นอยู่กับชนิดของนมผสม แบบนี้ถือว่าปกติ

แต่ถ้าลูกถ่ายบ่อยกว่าปกติ มากกว่า 1 ครั้งหลังกินนมแต่ละรอบ มีอุจจาระเหลวปนน้ำ หรือมีมูกเลือดปน มีกลิ่นแรงกว่าปกติ มีอาการท้องเสีย ต้องรีบพาไปหาหมอโดยด่วน เพราะหากเกิดภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ ซึ่งถ้ามีอาการรุนแรง และยืดเยื้อโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงที จะทำให้เด็กเกิดอาการขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรุนแรง ช็อค และเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

สัญญาณอันตรายของทารกหลังคลอดมีอะไรอีกบ้าง ติดตามต่อหน้าถัดไป>>

4. สะดือผิดปกติ

สัญญาณอันตรายของทารกหลังคลอดที่พ่อแม่ต้องคอยสังเกตอีกเรื่อง ก็คือสะดือ โดยปกติสะดือของทารก จะแห้ง และหลุดออกภายใน 5 – 10 วัน และควรทำความสะดือของลูก ทุกครั้งหลังอาบน้ำ และถ่ายอุจจาระ หรือปัสสาวะ

แต่หากพบว่าสะดือของลูกมีกลิ่นเหม็น มีหนอง หรือเลือดออก เกิดการอักเสบ สังเกตเห็นว่าบริเวณรอบ ๆ สะดือจะบวมแดง ควรรีบพาลูกน้อยไปพบแพทย์นะครับ

สัญญาณอันตรายของทารกหลังคลอด

5. มีน้ำไหลออกจากรูหู

หากสังเกตว่า หูของลูกมีอาการบวมแดง มีน้ำไหลออกจากรูหู ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายของทารกหลังคลอด ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการและรับการรักษานะครับ

6. อาการชัก

ปกติเด็กในวัยนี้ จะมีอาการสะดุ้ง ผวา หรือสะอึกทั่วไป แต่หากลูกน้อยมีอาการเกร็ง ตาลอย กระพริบตาถี่ๆ ปากขมุบขมิบคล้ายดูดนมตลอดเวลาขณะที่ตาลอยค้าง อาการแบบนี้ควรรีบพามาพบคุณหมอทันทีนะครับ เพราะอาจมีความผิดปกติทางสมอง หรือมีการติดเชื้อได้ครับ


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ทารกเป็นหวัด พ่อแม่ทำอย่างไรดี?

ลูกเหงื่อออกตอนนอน สัญญาณโรคร้ายที่พ่อแม่ต้องระวัง

9 วิธีง่ายๆ ทำให้ทารกหยุดร้องไห้ ในไม่กี่นาที

parenttown

บทความจากพันธมิตร
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

P.Veerasedtakul

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • สัญญาณอันตรายของทารกหลังคลอด แบบนี้ต้องไปหาหมอด่วนที่สุด
แชร์ :
  • ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

    ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

  • 4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

    4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

  • PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
    บทความจากพันธมิตร

    PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว

  • ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

    ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

  • 4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

    4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

  • PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
    บทความจากพันธมิตร

    PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว