TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

วิธีแก้ลูกติดแท็บเล็ต ไม่ให้ลูกสมาธิสั้น ป้องกันพัฒนาการล่าช้า

บทความ 3 นาที
วิธีแก้ลูกติดแท็บเล็ต ไม่ให้ลูกสมาธิสั้น ป้องกันพัฒนาการล่าช้า

ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสมัยนี้ หากเรานำมาใช้อย่างพอเหมาะพอควร ก็จะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดี ฉลาดสมวัย แต่ถ้ามากเกินไป หรือใช้งานไม่เหมาะสม ก็จะกลายเป็นผลเสียทำร้ายลูกได้เหมือนกัน

วิธีแก้ลูกติดแท็บเล็ต ไม่ให้ลูกสมาธิสั้น ป้องกันพัฒนาการล่าช้า

ปล่อยให้ลูกเล่นแท็บเล็ตบ่อย ๆ จนตอนนี้ ลูกติดแท็บเล็ตมากเกินไป พ่อแม่คนไหนประสบปัญหาเรื่องนี้อยู่ ลองดู 5 วิธีแก้ลูกติดแท็บเล็ต กันดีกว่า

5 วิธีแก้ลูกติดแท็บเล็ต

วิธีแก้ลูกติดแท็บเล็ต

วิธีแก้ ลูกติดแท็บเล็ต

1. กำหนดเวลาให้ชัดเจน

คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง ควรตั้งข้อกำหนดเรื่องเวลาอย่างชัดเจน ว่าลูกควรเล่นระยะเวลาเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม เช่น กำหนดให้ลูกเล่นแท็บเล็ตได้วันละไม่เกิน 1 ชั่วโมง และอาจเพิ่มเป็น 2 ชั่วโมงในวันหยุด เป็นต้น อีกทั้งการกำหนดเวลาที่ชัดเจนยังเป็นการฝึกให้ลูกมีระเบียบวินัยตั้งแต่ยังเล็ก ๆ อีกด้วย

2. ให้เล่นอย่างสมดุล

ข้อเสียอีกอย่างของการที่เด็กติดแท็บเล็ตก็คือจะทำให้เด็กขาดการปฏิสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อน ๆ และสังคม อีกทั้งยังส่งผลให้การเล่นแบบใช้จินตนาการขาดหายไป ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กลดลง พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรจัดสรรเวลาให้ลูกเล่นแท็บเล็ตอย่างสมดุล ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น เล่นกีฬา ออกกำลังกาย ร้องเพลง เต้น วาดรูป หรือเล่นกับเพื่อน ๆ เพื่อให้ลูกมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับผู้อื่นบ้าง

3. ทำความเข้าใจเรื่องความเป็นเจ้าของ

พ่อแม่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่เมื่อเห็นว่าลูกอยากได้แท็บเล็ตก็มักจะตามใจซื้อให้ลูก แต่สิ่งที่ตามมาคือลูกจะแสดงความเป็นเจ้าของ เมื่อพ่อแม่บอกให้หยุดเล่น ลูกก็มักจะไม่พอใจ โกรธ บางครั้งอาจแสดงอารมณ์รุนแรงได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรอธิบายให้ลูกเข้าใจ และยังต้องคงความเป็นเจ้าของ แต่ให้สิทธิ์ลูกในการเล่น

4. สอดส่อง ดูแล เอาใจใส่

แม้ว่าจะมีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเพิ่มทักษะให้เจ้าตัวน้อยแล้ว แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้เล่นตามลำพัง เพราะหากใช้อย่างไม่เหมาะสม  ก็จะส่งผลเสียให้เด็กมีพัฒนาการทางภาษาล่าช้า และทำให้เกิดปัญหาด้านการนอนหลับของลูกได้ ดังนั้น จึงควรคอยดูว่าสิ่งที่ลูกเล่นอยู่คืออะไร มีความเหมาะสมมากน้อยแค่ไหนกับวัยของเด็ก พ่อ แม่ ผู้ปกครองจะต้องคอยชี้แนะให้กับลูก ว่าอะไรควรเล่นหรือไม่ควรเล่น เพราะเด็กยังตัดสินใจเองได้ไม่มาก และไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรคือสิ่งที่เหมาะสมสำหรับตัวเขา

5. เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก

ถ้าต่างฝ่าย ต่างก็หันหน้าเข้าหาอุปกรณ์ที่มีอยู่ในมือ ก็จะทำให้ไม่มีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างพ่อ แม่ ลูก ทำให้เด็กขาดพัฒนาการทักษะด้านภาษาและการเข้าสังคม คุณพ่อคุณแม่จึงควรต้องมีวินัยในตัวเองก่อน หากคุณพ่อคุณแม่เองใช้สื่อเทคโนโลยีมากเกินไป ก็จะกลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้แก่ลูก อีกทั้งยังส่งผลให้เวลาในการดูแลเอาใจใส่ลูกน้อยลงตามด้วย

วิธีแก้ลูกติดแท็บเล็ต

วิธีแก้ ลูกติดแท็บเล็ต

แท็บเล็ตเหมาะสำหรับเด็กวัยไหน

ช่วงวัย 1 – 3 ขวบ ยังเป็นวัยที่ไม่เหมาะที่จะให้ลูกใช้แท็บเล็ต เพราะเป็นช่วงที่เด็กกำลังเริ่มมีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ ร่างกาย สติปัญญา และการสื่อสาร ดังนั้น จึงควรจะเน้นส่งเสริมพัฒนาการด้านทักษะสื่อสาร จดจำคำใหม่ ๆ ผ่านประสบการณ์จริง และควรให้ลูกฝึกใช้ทักษะด้านกล้ามเนื้อ ฝึกเดิน ยืน หรือหัดเขย่งเท้าแทนการให้ลูกเรียนรู้ผ่านแท็บเล็ต

เมื่อเข้าสู่ช่วง 5 – 6 ปี คุณพ่อและคุณแม่อาจใช้แท็บเล็ตเป็นตัวช่วยเสริมการเรียนรู้ของลูกในวัยอนุบาล เพื่อเพรียมเข้าสู่วัยประถมศึกษา แต่ควรจำกัดการใช้งานให้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง และควรเน้นกิจกรรมที่สร้างสรรค์อื่น ๆ เช่น วาดรูป หรือร้องเพลง เป็นต้น

บทความจากพันธมิตร
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สอนลูกพูด 2 ภาษา ทำให้เด็กพูดช้ากว่าปกติจริงไหม

นอนกับลูกดีอย่างไร พ่อแม่ที่นอนเตียงเดียวกับลูกต้องระวังอะไรบ้าง

แม่ขอแชร์! Ear pit ภัยเงียบจากรูเล็กๆ ข้างหูลูก ลูกชอบเล่นน้ำยิ่งต้องระวัง!

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

P.Veerasedtakul

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • วิธีแก้ลูกติดแท็บเล็ต ไม่ให้ลูกสมาธิสั้น ป้องกันพัฒนาการล่าช้า
แชร์ :
  • ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

    ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

  • 4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

    4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

  • PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
    บทความจากพันธมิตร

    PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว

  • ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

    ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

  • 4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

    4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

  • PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
    บทความจากพันธมิตร

    PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว