TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2026
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2026TAP Awards 2026
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ลูกเลือดกำเดาไหลจนตาย เพราะแม่ปฐมพยาบาลไม่เป็น อุทาหรณ์คนเป็นพ่อเป็นแม่!!

บทความ 3 นาที
ลูกเลือดกำเดาไหลจนตาย เพราะแม่ปฐมพยาบาลไม่เป็น อุทาหรณ์คนเป็นพ่อเป็นแม่!!

ลูกเลือดกำเดาไหลจนตาย เป็นเหตุการณ์ที่ใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ถ้าวันหนึ่งเกิดขึ้นกับลูกของเรา หรือคนในครอบครัวของเรา จะต้องทำอย่างไร???

ลูกเลือดกำเดาไหลจนตาย

ลูกเลือดกำเดาไหลจนตาย เพราะแม่ปฐมพยาบาลไม่เป็น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ต่างประเทศค่ะ โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากเด็กชายคนหนึ่งวัย 2 ขวบ ชื่อว่า เฉียงเฉียง กำลังเล่นอยู่ แต่ว่าจู่ๆ ก็เกิดเลือดกำเดาไหลออกมา เฉียงเฉียงจึงได้วิ่งมาหาแม่ พอแม่เห็นว่าลูกชายเลือดกำเดาไหลจึงสั่งให้เงยหน้าขึ้น ก่อนที่คนเป็นแม่จะหยิบเอากระดาษทิชชู่มายัดจมูกเพื่อห้ามเลือดไว้

ในระหว่างนั้น เฉียงเฉียงเกิดหายใจไม่ออกจขึ้นมา พร้อมๆ กับอาการแน่นหน้าอก แล้วก็พยายามหายใจทางปากแทน ไม่นานหนูน้อยคนนี้ก็เริ่มมีอาการตาลาย แล้วก็เป็นลมล้มไป แม่เห็นว่าท่าทางไม่ค่อยดี จึงรีบหยิบเอากระดาษทิชชู่ออกก่อนที่จะรีบนำตัวลูกชายส่งโรงพยาบาลด่วน

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลหมอได้เข้าไปตรวจน้องเฉียงเฉียง แล้วได้มาบอกคนเป็นแท่ว่าไม่สามารถช่วยชีวิตน้องได้ทันเวลา น้องได้เสียชีวิตลงไปแล้ว ซึ่งคุณหมอยังได้อธิบายการเสียชีวิตของน้องด้วยว่า

เวลาที่เลือดกำเดาไหลคนส่วนใหญ่มักจะให้เงยหน้า แต่รู้ไหมว่าการเงยหน้าขึ้นนั้นจะทำให้เลือดไหลเข้าไปยังหลอดลมแทน ทำให้เกิดอาการสำลักได้ง่ายขึ้นไปอีก หากเลือดกำเดาไหลจากอุบัติเหตุภายนอก จะทำให้น้ำที่ไขสันหลังออกมา เนื่องจากกะโหลกได้รับการกระแทกนั่นเอง หากเกิดการอุดตันที่จมูกอาจเป็นสาเหตุของสมองอักเสบได้

ลูกเลือดกำเดาไหลจนตาย เพราะแม่ปฐมพยาบาลไม่เป็น อุทาหรณ์คนเป็นพ่อเป็นแม่!!

ลูกเลือดกำเดาไหลจนตาย เพราะแม่ปฐมพยาบาลไม่เป็น

ดังนั้น คุณแม่คุณแม่ เมื่อเห็นว่าลูกมีเลือดกำเดาไหลจึงไม่ควรให้ลูกเงยหน้าขึ้น แต่ควรทำอย่างไรนั้นมาติดตามกันต่อเลยค่ะ

อาการของเลือดกำเดาไหล

โดยปกติแล้ว เลือดกำเดาที่เกิดจากการแคะ แกะ เกาบริเวณจมูก หรือเกิดจากอากาศที่หนาวเย็นหรือแห้ง ทำให้เส้นเลือดฝอยที่จมูกเกิดแตก หรือเกิดจากโรคประจำตัว และจะหยุดไหลภายใน 5-10 นาที หลังจากการบีบจมูก  ค่ะ แต่ก็มีบางครั้งที่เลือดกำเดาไหลนานกว่านั้น แล้วอาการเลือดกำเดาไหลแบบไหนอันตราย

เลือดกำเดาไหลแค่ไหนอันตราย

  • เลือดกำเดาไหลไม่หยุดนานเกิน 30 นาที ทั้ง ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ใช้วิธีการห้ามเลือดแล้วก็ตาม
  • เลือดกำเดาไหลนาน ร่วมกับผิวหนังของลูกมีรอยเลือดออก เช่น มีผีพรายย้ำ จ้ำเขียว หรือมีจุดแดงหรือจุดเลือดปรากฎอยู่ตามตัว
  • เมื่อมีเลือดออกตามไรฟันหรือลิ้นร่วมด้วย
  • ปัสสาวะของลูกมีสีคล้ายน้ำล้างเนื้อ หรืออุจจาระมีสีดำคล้ายยางมะตอย หรือปนเลือดร่วมด้วย
  • เมื่อลูกมีไข้สูง
  • เด็กมีอาการเวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่ร่าเริง หรือตัวซีดลง
ลูกเลือดกำเดาไหลจนตาย เพราะแม่ปฐมพยาบาลไม่เป็น อุทาหรณ์คนเป็นพ่อเป็นแม่!!

วิธีปฐมพยาบาลลูกเลือดกำเดาไหล

ลูกมีเลือดกำเดาไหลควรปฐมพยาบาลอย่างไร

  1. ให้ลูกนั่งหรือยืนแล้วก้มหน้าลง ใช้นิ้วชี้และหัวแม่มือ บีบปีกจมูกทั้งสองข้างให้แน่นเป็นเวลา 5 – 10 นาที โดยให้หายใจทางปากแทน เพื่อกดบริเวณด้านหน้าของผนังกั้นช่องจมูก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีเลือดออกบ่อยที่สุด
  2. หลังเลือดกำเดาไหล ภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก ถ้าเลือดหยุดแล้ว ควรนอนพัก ยกศีรษะสูง นำน้ำแข็งหรือ cold pack มาประคบบริเวณหน้าผากหรือคอ แต่การประคบหรืออมน้ำแข็งควรใช้เวลาเพียง 10 นาทีต่อครั้ง เว้นพัก 10 นาที จากนั้นค่อยประคบหรืออมน้ำแข็งใหม่อีกรอบ
  3. หากเลือดออกไม่หยุดหรือออกมากผิดปกติ ควรพาลูกไปพบคุณหมอเพื่อตรวจหาสาเหตุที่ถูกต้องต่อไป

สิ่งที่ห้ามทำเมื่อลูกเลือดกำเดาไหล

  • ไม่ควรให้ลูกนั่งแหงนหน้าเพราะอาจมีเลือดไหลลงคอ อาจทำให้อาเจียนจากการกลืนเลือดเข้าไป
  • หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรง ๆ, การแคะจมูก, การกระทบกระเทือนบริเวณจมูก, การออกแรงมาก  เพราะอาจทำให้มีเลือดออกได้

ที่มา: dailynews, liekr

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

ปฐมพยาบาลเบื้องต้น กับ 5 อาการที่เกิดบ่อยของลูกวัยซน

วิธีช่วยคนสําลักอาหาร ทารกสำลักอาหาร ปฐมพยาบาลอย่างไร วิธีการปฏิบัติเมื่อสำลักอาหาร

วิธีปฐมพยาบาลสําลักอาหาร เด็กเล็ก ช่วยลูกยังไงให้รอด คนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่รู้ไม่ได้

 

อาหารเพิ่มความสูง รวมอาหารเสริมสร้างกระดูก กินแล้วสูงขึ้นแน่นอน!

อาหารเพิ่มความสูง รวมอาหารเสริมสร้างกระดูก กินแล้วสูงขึ้นแน่นอน!

บทความจากพันธมิตร
ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
เมื่อ "ลูกเลือกกิน และป่วยบ่อย" ไม่ใช่เรื่องต้องท้อใจ… ชวนคุณแม่เลือก วิตามินเด็กเสริมภูมิคุ้มกัน จากสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ธรรมชาติ
เมื่อ "ลูกเลือกกิน และป่วยบ่อย" ไม่ใช่เรื่องต้องท้อใจ… ชวนคุณแม่เลือก วิตามินเด็กเสริมภูมิคุ้มกัน จากสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ธรรมชาติ
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Khunsiri

  • หน้าแรก
  • /
  • สุขภาพ
  • /
  • ลูกเลือดกำเดาไหลจนตาย เพราะแม่ปฐมพยาบาลไม่เป็น อุทาหรณ์คนเป็นพ่อเป็นแม่!!
แชร์ :
  • แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

    แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

  • ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
    บทความจากพันธมิตร

    ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV

  • ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

    ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

  • แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

    แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

  • ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV
    บทความจากพันธมิตร

    ฝากครรภ์ครั้งหน้า คุณแม่อย่าลืมถามคุณหมอเรื่อง RSV

  • ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

    ไม่ทันเตรียมใจ! อุทาหรณ์โรคมือเท้าปากในเด็ก ลูกสาววัย 5 ขวบ จากไปในเวลาเพียง 3 วัน

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam
India flag
India

Partner Brands

VIP ParentsMama's ChoiceLittle ReiMothersworkTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว