TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ลูกร้องไห้แบบไหนไม่ปกติ 100 สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดต้องรู้ ตอนที่ 70

บทความ 5 นาที
ลูกร้องไห้แบบไหนไม่ปกติ 100 สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดต้องรู้ ตอนที่ 70

อยู่ดี ๆ ลูกก็ร้องไห้ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ แบบนี้ลูกจะเป็นอะไรหรือเปล่านะ มาดูกันว่าลูกร้องไห้แบบไหนที่ไม่ปกติ

เมื่อเด็กอายุยังน้อย และยังพูดไม่เป็นถ้อยเป็นคำ เสียงร้องไห้ของเด็ก ถือว่าเป็นสัญญาณหนึ่งเดียว ที่เด็กสามารถถ่ายทอดสิ่งที่ต้องการจะบอกกับเราได้ แม้ว่าเราอาจจะไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่ลูกน้อยต้องการจะสื่อ แต่ว่าเราสามารถสังเกตเสียงร้องไห้ของลูกได้ เพื่อเดาว่าลูกต้องการอะไร เด็กบางคนร้องไห้แบบไม่มีสาเหตุ ซึ่งบางที ก็อาจเป็นสัญญาณร้ายได้เหมือนกัน วันนี้ เรามาดูกันว่า ลูกร้องไห้แบบไหนไม่ปกติ เสียงร้องไห้เด็กแบบไหน ที่เป็นสัญญาณอันตรายได้บ้าง

 

เสียงร้องไห้บอกอะไรกับพ่อแม่ ทำไมเด็กทารกจึงร้องไห้

เด็กบางคนชอบส่งเสียงร้องบ่อย ๆ ซึ่งเสียงร้องหรือลักษณะการร้องแต่ละแบบ บอกกับเราได้ดังนี้

 

1. หิวนม

ส่วนใหญ่ เด็กมักจะส่งเสียงร้องไห้เพราะหิวนม เนื่องจากเด็กมีกระเพาะอาหารที่เล็กมาก ๆ เด็กจึงอิ่มไวและหิวไว แม้เราจะเพิ่งให้นมไปไม่นาน แต่อีก 2 ชั่วโมงถัดมา ลูกก็อาจจะหิวอีกรอบ

 

2. เพลียและเหนื่อย

เด็กทารกอาจร้องไห้ เพียงเพราะแค่ต้องการนอน เหนื่อย และเพลีย ให้คุณแม่ลองสังเกตดูว่า ลูกร้องไห้ พร้อมกับมีท่าทีไม่สนใจของเล่นหรือเปล่า ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็แสดงว่าถึงเวลาเข้านอนแล้วล่ะค่ะ

 

3. ไม่สบายตัว

หากเด็กต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น อากาศร้อน อากาศหนาว หรือผ้าอ้อมเปียกชื้น เป็นต้น อาจทำให้ทารกเกิดความไม่สบายตัว ดังนั้น จึงพยายามส่งเสียงร้องเพื่อบอกคุณแม่ เบื้องต้น คุณแม่ควรลองเช็คอุณหภูมิห้องดูก่อน ว่าเปิดแอร์เย็นเกินไปหรือห้องอากาศร้อนอบอ้าวเกินไปหรือไม่

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : ทำไมทารกร้องไห้หลังกินนม ลูกดูดนมแล้วร้องไห้เป็นเพราะอะไร??

ลูกร้องไห้แบบไหนไม่ปกติ

เสียงร้องไห้ เด็ก แบบไหน ไม่ปกติ อันตราย ลูกร้องไห้ไม่หยุด ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ

 

4. ถูกกระตุ้นมากเกินไป

เด็ก ๆ อาจอยู่ในสภาวะที่มีสิ่งรบกวน หรือสิ่งมากระตุ้นมากเกินไป เช่น อยู่ในห้องที่เสียงดัง มีคนรุมล้อมจะเล่นด้วยเยอะ หรือได้ยินเสียงดนตรีดัง เป็นต้น ทำให้เด็กรำคาญใจ และเริ่มร้องโยเย ซึ่งการพาเด็กออกจากสถานที่ที่มีเสียงอึกทึกโครมครามจะช่วยให้เด็กรู้สึกดีขึ้นได้

 

5. อยากให้อุ้ม

เด็กบางคนชอบให้กอด ชอบให้อุ้ม และชอบอ้อนตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะเมื่อโดนอุ้ม เด็กจะรู้สึกปลอดภัย อบอุ่นและสบายใจนั่นเอง

 

6. รู้สึกกลัว

เด็กทารก อาจร้องไห้เพราะรู้สึกกลัว หรือเมื่อต้องเจอสิ่งที่ไม่คุ้นเคย เช่น โดนคนแปลกหน้าอุ้ม หรือเจอเสียงอะไรแปลก ๆ ดัง ๆ อยู่ใกล้ตัว เป็นต้น

 

7. สภาพแวดล้อมใหม่

ทารกแรกเกิด ยังไม่คุ้นชินกับสภาวะหลังคลอด เพราะสิ่งแวดล้อมรอบนอก ค่อนข้างแตกต่างจากท้องของแม่ จึงต้องใช้เวลาสักระยะ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับโลกภายนอก และบุคคลในครอบครัว ทั้งด้านร่างกาย และอารมณ์

 

8. เจ็บป่วย

อีกสาเหตุหนึ่งที่มักทำให้เด็กร้องงอแง คือ อาการเจ็บป่วยของเด็ก ๆ เด็กทารกอาจร้องไห้เพราะเจ็บ มีบาดแผล หรือมีอาการป่วย เช่น ท้องอืด เป็นไข้ ตัวร้อน เป็นต้น จึงแผดเสียงร้องไห้ไม่ยอมหยุด ซึ่งคุณแม่อาจจะลองตรวจดูตามร่างกายเด็ก ๆ ดูก่อน ว่าเกิดแผล มีสิ่งผิดปกติติดอยู่ตามร่างกายเด็กหรือไม่

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : ลูกงอแง ร้องไห้โยเย อาจเป็นเพราะผื่นผ้าอ้อมทำให้ลูกรักไม่สบายตัว

ลูกร้องไห้แบบไหนไม่ปกติ

เด็กร้องไห้แบบไหนถึงเป็นโคลิค ? เสียงร้องไห้ เด็ก แบบไหน ไม่ปกติ อันตราย ลูกร้องไห้ไม่หยุด ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ

 

เด็กร้องไห้แบบไหน ถือว่าอันตราย

การร้องไห้ของทารกแต่ละคน มีความแตกต่างกัน ถือเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการเด็ก ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลใจ เด็กบางคนอาจร้องไห้เป็นเวลานาน แต่เด็กบางคนก็ร้องไห้น้อย อย่างไรก็ตาม เสียงร้องไห้ หรืออาการขณะร้องไห้ของเด็กบางอย่าง ก็บอกได้ว่าลูกเป็นโรคร้ายที่เรียกว่า โคลิค 

 

บทความจากพันธมิตร
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก

โรคโคลิค เป็นโรคที่มักเกิดขึ้นได้กับเด็กแรกเกิดที่อายุได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ รวมไปถึงเด็กที่มีอายุราว ๆ 3 เดือน อาการของโรคนี้ สังเกตได้ง่าย ๆ คือ เด็กจะร้องไห้หนัก และร้องนานกว่า 3 ชั่วโมงโดยไม่มีสาเหตุ หรือบางครั้ง เด็กอาจร้องไห้ติดต่อกันหลายวันเป็นสัปดาห์ และจู่ ๆ ก็มักจะหยุดร้องในทันที ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตอาการน้อง ๆ ให้ดีด้วยว่า การร้องไห้ของลูกน้อยนั้น ไม่ได้มีสาเหตุมาจากเรื่องอื่น ๆ เช่น หิวนม ไม่สบายตัว เป็นหวัด เป็นต้น โดยในปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ที่ทำให้เด็ก ๆ เป็นโรคนี้

 

ลูกร้องไห้แบบไหน ต้องพาไปหาหมอ

หากลูก ๆ ร้องไห้ และมีอาการต่อไปนี้ ต้องพาไปหาหมอโดยด่วน

  • ร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลานาน รวมทั้งมีไข้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก ผิวคล้ำหรือซีด
  • ไม่ยอมกินนมตามปกติ หรือกินได้น้อยลงเกินครึ่งหนึ่งของปริมาณปกติ
  • เด็กร้องไห้ไม่ยอมหยุด ไม่ว่าจะปลอบยังไงก็ตาม
  • เด็กไม่ตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัว

นอกจากนี้ หากคุณแม่คนไหน เริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับอาการโคลิคและความผิดปกติของลูกน้อย รวมทั้งลูกร้องไห้บ่อย จนไม่สามารถปลอบให้เด็กสงบลงได้ ควรรีบพาเด็กเข้าพบหมอในทันทีค่ะ

 

ข้อแนะนำในการดูแลเด็กเมื่อเด็กร้องไห้

เมื่อลูก ๆ ร้องไห้ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การร้องไห้เป็นเรื่องปกติของทารกแรกเกิด ทารกแต่ละคนมีความแตกต่างกัน บางคนอาจร้องไห้นานกว่าเด็กอีกคน ซึ่งเราเองควรพยายามตอบสนองอย่างอ่อนโยน ไม่โมโหรุนแรงหรือตีลูก หากเหนื่อยเกินไป ก็ให้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนหรือคนในครอบครัว ให้ช่วยดูแลลูกน้อยเป็นครั้งคราวได้ ซึ่งโดยปกติแล้ว เด็กจะร้องไห้น้อยลงเมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้นค่ะ

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : เทศกาล เด็กร้องไห้ Naki Sumo เด็กคนไหนร้องไห้ก่อน คนนั้นชนะ

ลูกร้องไห้แบบไหนไม่ปกติ

เสียงร้องไห้ เด็ก แบบไหน ไม่ปกติ อันตราย เสียงร้องไห้ แบบไหน บอกว่าเด็กเป็นโคลิค ปรับตัวอย่างไรไม่ให้หัวเสียเมื่อลูกร้องไห้ ลูกร้องไห้ไม่หยุด ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ ลูกร้องไห้ไม่ยอมนอน

 

นอกจากนี้ การดูแลตนเองให้อยู่ในสภาพพร้อม ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน คุณแม่ไม่ควรปล่อยให้ตนเองหิว หรือนอนหลับไม่เพียงพอ จนอาจโมโหลูกได้ง่าย ในปัจจุบัน มีศูนย์ให้คำปรึกษาด้านการเลี้ยงลูกมากมายที่คอยให้คำแนะนำเมื่อเกิดปัญหากับลูกน้อย ทั้งโรงพยาบาลของรัฐบาลและเอกชน รวมไปถึงสายด่วนขององค์กร โรงพยาบาล หรือมูลนิธิ เช่น สายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร. 1323 หรือสายด่วนโรงพยาบาลเด็ก โทร. 1415 เป็นต้น หากคุณแม่ไม่สบายใจและต้องการปรึกษาใครจริง ๆ ก็สามารถขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานเหล่านี้ได้ทุกเมื่อนะคะ

 

ที่มา : pobpad , thairath 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :
ลูกร้องไห้ขณะนอนหลับ มีสาเหตุมาจากอะไร? ฝันร้ายหรือเปล่า
ลูกนอนละเมอ ร้องไห้ ฝันร้าย เดินละเมอ อันตรายไหม ดูแลและป้องกันอย่างไร
เผยเทคนิค หยุดน้ำตาเจ้าตัวเล็ก จบปัญหา ลูกร้องไห้ไม่หยุด พาพ่อแม่แฮปปี้

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

ammy

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • ลูกร้องไห้แบบไหนไม่ปกติ 100 สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดต้องรู้ ตอนที่ 70
แชร์ :
  • ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

    ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

  • 4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

    4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

  • PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
    บทความจากพันธมิตร

    PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว

  • ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

    ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

  • 4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

    4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

  • PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
    บทความจากพันธมิตร

    PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว